Breaking

‘กาวยาแนวจระเข้’ เอาผิด ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จ่อแจ้งเพิ่มอีก1คดี?

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

‘กาวยาแนวจระเข้’ เอาผิด ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จ่อแจ้งเพิ่มอีก1คดี?

ดราม่า “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ยังไม่จบ หลังเจ้าตัวทำคอนเทนต์นำผงสีขาวในถุงบรรจุภัณฑ์คล้ายกาวยาแนวไปปะแป้งประชาชนในงานสงกรานต์พระประแดง จนเกิดกระแสวิจารณ์หนักเรื่องความเหมาะสมและความปลอดภัย แม้เบิร์ดจะออกมาขอโทษ พร้อมยืนยันว่าในถุงเป็นแค่แป้งมัน ไม่ใช่กาวยาแนว แต่ล่าสุดบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์กาวยาแนวตราจระเข้ ได้ส่งฝ่ายกฎหมายเข้าพบตำรวจ สอท.2 เพื่อหารือแนวทางดำเนินคดี หลังมองว่าคลิปดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์บริษัทได้รับผลกระทบ


กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” หรือ นายธีระวัฒน์ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หลังมีคลิปขณะเจ้าตัวทำคอนเทนต์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยในคลิปมีการนำผงสีขาวที่อยู่ในถุงบรรจุภัณฑ์ลักษณะคล้ายกาวยาแนว มาใช้เล่นปะแป้งกับประชาชนที่มาร่วมงานสงกรานต์

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก เพราะหลายคนมองว่าเป็นคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม และอาจสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ที่ถูกปะแป้ง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เสียหายออกมาระบุว่าได้รับผลกระทบบริเวณดวงตา จนต้องเข้ารับการตรวจรักษา

ต่อมา “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ได้เดินทางเข้าพบตำรวจที่ สภ.พระประแดง พร้อมออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า สิ่งที่อยู่ในถุงไม่ได้เป็นกาวยาแนว แต่เป็นแป้งมัน และยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความคึกคะนองในการทำคอนเทนต์ พร้อมบอกว่าจะไม่ทำคอนเทนต์ลักษณะนี้อีก

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงและขอโทษแล้ว แต่ประเด็นนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตกาวยาแนวตราจระเข้ ได้เดินทางเข้าพบ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 หรือสอท.2 เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดี โดยทางฝ่ายกฎหมายของบริษัทเปิดเผยก่อนเข้าพบตำรวจว่า วันนี้จะมาหารือในข้อกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะประเด็นตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิด ทางบริษัทยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทางบริษัทระบุด้วยว่า แม้ฝั่ง “เบิร์ด วันว่าง ๆ” จะออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียงคอนเทนต์ และสิ่งที่อยู่ในถุงเป็นแป้ง ไม่ใช่กาวยาแนว แต่ทางบริษัทก็มองว่า มีสิทธิที่จะใช้กระบวนการทางกฎหมายเช่นกัน เนื่องจากพบว่ามีหลักฐานปรากฏอยู่หลายคลิป และในคลิปมีตราสัญลักษณ์ของบริษัทปรากฏอย่างชัดเจน จนอาจทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทได้รับผลกระทบ

https://vt.tiktok.com/ZS94msj88/
Cr.amarintvhd

ด้าน พลตำรวจตรี.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ รอง ผบช.สอท. ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ทางบริษัทกาวยาแนวได้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจไซเบอร์แล้ว พร้อมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยเบื้องต้น พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14 (1) ในประเด็นการนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
แต่หากพิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดต่อบุคคลหรือนิติบุคคล อย่างกรณีของบริษัทที่ได้รับผลกระทบ จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีที่ทนายความของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ได้ประสานขอเข้าพบตำรวจไซเบอร์ในวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 11.30 น. นั้น ทางตำรวจระบุว่าอาจขอเลื่อนออกไปก่อน เป็นช่วงปลายสัปดาห์ และในวันดังกล่าวอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 1 คดี นอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกายที่ สภ.พระประแดง ได้แจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการปิดกั้นช่องทางโซเชียลของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ตำรวจไซเบอร์ได้เสนอกระทรวงดิจิทัลฯ ให้ดำเนินการปิดกั้นไปแล้วบางส่วน แต่ยังเหลืออีก 2 แพลตฟอร์ม คือ X และ YouTube ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่ต่างประเทศ จึงต้องประสานผ่านอัยการสูงสุด และระบบความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศ

รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยังระบุด้วยว่า หาก “เบิร์ด วันว่าง ๆ” จะตัดสินใจปิดช่อง หรือปิดเนื้อหาของตัวเอง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าสำนึกผิด และรับรู้ว่าเนื้อหาลักษณะดังกล่าวเป็นคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรให้ประชาชนเข้าถึง นอกจากนี้ ยังฝากเตือนไปถึงคนที่แชร์คอนเทนต์ของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” หรือคอนเทนต์ลักษณะเดียวกันที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ให้รีบลบออก เพราะการแชร์อาจมีโทษเทียบเท่ากับการโพสต์เอง

ส่วนกรณีของบริษัทเลื่อยยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถูกนำสินค้าไปใช้ประกอบคอนเทนต์เล่นสงกรานต์ด้วยนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ประสานเข้ามาแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ แต่ทางตำรวจเองก็อยากให้บริษัทเดินทางเข้ามาให้ข้อมูลเช่นกัน รวมถึงหากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าคอนเทนต์ของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยได้รับความเสียหาย ก็สามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้เช่นเดียวกัน

สุดท้ายเรื่องนี้คงต้องรอติดตามกันต่อว่า หลังจากบริษัทจระเข้เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจไซเบอร์แล้ว คดีนี้จะถูกพิจารณาเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ และทาง “เบิร์ด วันว่าง ๆ” จะออกมาชี้แจงเพิ่มเติมอย่างไร เพราะจากคอนเทนต์ที่เจ้าตัวบอกว่าทำไปด้วยความคึกคะนอง ตอนนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่กระทบทั้งผู้เสียหาย ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และอาจลามไปถึงข้อกฎหมายหลายส่วน เรื่องราวจะจบลงอย่างไร รอติดตามค่ะ

#เบิร์ดวันว่างๆ #กาวยาแนวตราจระเข้ #จระเข้คอร์ปอเรชั่น #สงกรานต์พระประแดง #คอนเทนต์พ่นพิษ #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #อินฟลูเอนเซอร์ #พรกคอมพิวเตอร์ #ประเด็นร้อนออนไลน์ #สรุปข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact