Monday, 22 June 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ธุรกิจ ล้อมวงเล่า Tech&AI ล้อมวงเล่า การเมือง

ณัฐพงษ์ ชี้ไทยต้องเลือกระหว่าง “ผู้บริโภคเทคโนโลยี” หรือ “มหาอำนาจขนาดกลาง”

ณัฐพงษ์ ชง “ขนมชั้น 5 ชั้น” วางยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ชี้ไทยต้องเลือกระหว่าง “ผู้บริโภคเทคโนโลยี” หรือ “มหาอำนาจขนาดกลาง”

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์บทวิเคราะห์ยาวผ่าน Facebook ส่วนตัว เสนอกรอบแนวคิด “TH-AI” ในฐานะแผน AI แห่งชาติฉบับใหม่ที่ควรถูกปรับปรุงโดยบอร์ด AI ระดับชาติซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยแบ่งห่วงโซ่อุปทาน AI ออกเป็น 5 ชั้น เปรียบเป็น “ขนมชั้น” ที่ต้องสร้างให้ครบทุกชั้นจึงจะแข่งขันในโลกได้จริง


ชั้นที่ 1 — พลังงานสะอาด: ปลั๊กไฟของอาเซียน

ณัฐพงษ์เสนอให้ไทยวางตัวเป็น “ศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าสะอาดของภูมิภาค” ผ่านการสร้าง ASEAN Smart Grid พร้อมเปิดเสรีตลาดพลังงานและเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน

พร้อมส่งสัญญาณเตือนด้วยว่า การที่รัฐบาลนำตัวเลขเม็ดเงินลงทุน Data Center มาโฆษณาใหญ่โตนั้น อาจบดบังกรอบยุทธศาสตร์ภาพใหญ่ เนื่องจาก Data Center ใช้ Local Content ต่ำและจ้างงานน้อย เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุน


ชั้นที่ 2 — Semiconductor: ขึ้นรถไฟให้ถูกโบกี้

ไทยไม่ควรทุ่มแข่งกับไต้หวันและเกาหลีในการผลิตชิปล้ำสมัยระดับ 2-3 นาโนเมตร แต่ควรเลือก “โบกี้” ที่ตัวเองได้เปรียบ ได้แก่ OSAT (การแพ็กเกจและทดสอบชิป), PCB, Sensor Chip และ Photonics ที่ผูกกับฐานอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยเป็นเบอร์ต้นของภูมิภาคมากว่า 30 ปี

ข้อเสนอรูปธรรมได้แก่ ตั้งคลัสเตอร์ Power Chip, ปรับ BOI ให้เจาะจงแทนหว่านแห, พัฒนากำลังคนแบบ dual-track เรียนควบกับฝึกงานโรงงานจริงตามโมเดลเยอรมนี และตั้งกองทุนร่วมลงทุนดึงผู้ผลิตชิประดับโลกมาผูกซัพพลายเชนกับไทยแบบมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี


ชั้นที่ 3 — ข้อมูล: บ่อน้ำมันแห่งใหม่

ณัฐพงษ์ชี้ว่า “อธิปไตยทางข้อมูล คืออธิปไตย AI” โดยเสนอให้ไทยผลักดัน Legal Framework ด้านข้อมูลในระดับอาเซียนคล้าย Data Act ของ EU พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐาน Digital ID และ Data Sharing ภายในประเทศ

เป้าหมายคือสร้างฐานข้อมูลเฉพาะทางที่ AI ต้องการจริง เช่น AI เพื่อการเกษตร, AI จัดการเมือง และ AI ด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนต้องอาศัยข้อมูลเฉพาะบริบทไทยที่ต่างชาติไม่มี


ชั้นที่ 4 — Algorithm: AI ไทยที่เก่งเฉพาะทาง

ไม่จำเป็นต้องแข่งสร้าง Frontier Model กับ OpenAI หรือ Google แต่ให้มุ่ง “อธิปไตยทางอัลกอริทึม” คือพัฒนา AI ที่แก้ปัญหาไทยได้ดีกว่าใครด้วยข้อมูลที่ไทยเป็นเจ้าของ ทั้ง GeoAI วิเคราะห์ภาพดาวเทียม, AI บริหารจัดการน้ำ, AI ตรวจจับการบุกรุกป่า และ AI วางแผนระบบขนส่ง

ข้อเสนอสำคัญคือสร้างโมเดลภาษาราชการไทยแบบ Open Source เข้าใจกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือเวียนทั้งหมดของรัฐ เพื่อเปิดให้ทุกหน่วยงานใช้ฟรี


ชั้นที่ 5 — Application: ระเบิดพลัง AI ให้ประชาชนสัมผัสได้จริง

ณัฐพงษ์เสนอให้รัฐใช้ “Strategic Procurement” หรือการจัดซื้อจัดจ้างเชิงกลยุทธ์เป็นเครื่องมือดึงอุตสาหกรรม AI ในประเทศให้โต โดยยกตัวอย่าง แพลตฟอร์ม PAIR ของสิงคโปร์ที่ใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพราชการ

ข้อเสนอที่น่าสนใจได้แก่ AI ตรวจจับความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อป้องกันทุจริต, เปลี่ยน “ดุลพินิจ” ของเจ้าหน้าที่เป็น “ดิจิทัลพินิจ” ในกระบวนงานที่เหมาะสม, และตั้งกองทุน Sovereign AI ที่กำหนดให้รัฐเป็น “ลูกค้ารายแรก” ของ startup และ SME ไทย


บทสรุป: เลือกข้างให้ชัด

ณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่าคำถามสำคัญที่สุดในอีก 10-20 ปีข้างหน้าคือ ไทยจะเป็น “ผู้บริโภคเทคโนโลยี” ที่รอซื้อรอเช่าสิ่งที่ประเทศอื่นสร้าง หรือจะเป็น “มหาอำนาจขนาดกลาง” ที่โลกต้องพึ่งพาบางอย่างจากเรา

และคำตอบนั้น ไม่ได้อยู่ที่การสร้างชั้นใดชั้นหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยึดหัวหาดได้ครบทั้ง 5 ชั้น ร่วมกับเพื่อนบ้านในอาเซียน


ที่มา: โพสต์ Facebook ของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

#ai#พรรคประชาชน#ข่าวต่างประเทศ#ข่าวการเมือง #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.