Saturday, 12 September 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘ต้า เฟ็ดเฟ่’ ร่ำไห้ จี้ถาม ‘ยัด ชัยโสโร’ ฟ้องเพื่อนทำไม ซัดแรง เงินมันคม! ‘พี่หนุ่ม กรรชัย’ ฟังแล้วถึงกับข้องใจ

จากเพื่อนที่เคยกอดคอสู้ชีวิตมาด้วยกันกว่า 20 ปี วันนี้ “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” กลายเป็นคู่กรณีคดีรวม 20 ล้านบาท ล่าสุดต้าเปิดใจกลางโหนกระแสแบบหมดเปลือก ทั้งปมหุ้นบริษัท เงินเดือนจาก 150,000 เหลือ 40,000 บาท บ้าน รถ เงินปันผล เอกสารการโอนหุ้น ไปจนถึงบาดแผลทางใจที่สะสมมาหลายปี ขณะที่ “ยัด” โฟนอินโต้หลายประเด็น ยืนยันเรื่องไม่ได้มีเพียงด้านเดียว และเตรียมนำหลักฐานมาเปิดอีกครั้ง งานนี้จากเพื่อนรักจะไปจบกันตรงไหน ต้องจับตาค่ะ

 

ยังคงเป็นมหากาพย์เพื่อนรักกว่า 20 ปีที่วันนี้เดินมาถึงจุดแตกหักอย่างเต็มตัวค่ะ สำหรับความขัดแย้งระหว่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” ที่จากเดิมเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ทำงานและสร้างคอนเทนต์มาด้วยกัน แต่วันนี้กลับมีทั้งข้อพิพาทเรื่องหุ้น สิทธิในช่อง รายได้ของบริษัท เอกสาร รวมถึงคดีความที่ฝั่งยัดยื่นฟ้องต้า 2 คดี เรียกค่าเสียหายรวม 20 ล้านบาทค่ะ

โดยก่อนหน้านี้ เพจ เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ FEDFE ก็เดินหน้าโพสต์ถึงเรื่องนี้แบบรัว ๆ พร้อมปล่อยคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างต้าและยัด ซึ่งมีการพูดถึงสิ่งที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างมาหลายปี โดยต้าถามถึง “การแบ่งสมบัติที่ทำกันมา 6 ปี” และบอกว่า “มึงยังไม่ได้ให้กูเลย” ขณะที่ยัดถามกลับว่า “มึงขอมาทำกับกูไม่ใช่หรอ” ก่อนที่ต้าจะโต้ว่า ถ้าเป็นแค่คนที่ขอมาทำจริง เหตุใดตนจึงต้องเอาเพจเดิมที่ชื่อ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ไปเปลี่ยนเป็นชื่อ “ยัด ชัยโสโร” และย้ำว่า “ผมเปิดบริษัทกับคุณ ผมออกมาคุณไม่ได้ให้อะไรผมเลย” ขณะที่ยัดตอบกลับในคลิปว่า “ชื่อช่องมันไม่ได้ยืนยันความเป็นเจ้าของ” ค่ะ

นอกจากคลิปเสียงแล้ว ฝั่งเพจเฟ็ดเฟ่ยังโพสต์กล่าวหาอีกหลายประเด็น ทั้งเรื่องเงินเดือน รายได้ยูทูบ หุ้น และเอกสาร โดยมีโพสต์หนึ่งค่ะ ที่ทางเพจบอกว่า “นี่คือคำตอบ ของคนที่คบกันมา 20 กว่าปี ส่วนแบ่งไม่ให้ แถมฟ้องเพิ่ม 20 ล้าน…” อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ยังเป็นข้อกล่าวหาจากฝั่งของเพจเฟ็ดเฟ่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ฝั่งยัดก็เคยชี้แจงว่า เนื้อหาบางส่วนถูกนำเสนอไม่ครบหรือถูกตัดต่อ และขอใช้กระบวนการกฎหมายเป็นตัวพิสูจน์ข้อเท็จจริงค่ะ

 

ท่ามกลางดราม่าที่กำลังเดือด ต้าเองยังโพสต์เล่าถึงช่วงชีวิตที่หนักที่สุดของตัวเอง บอกว่าเคยอยู่ในจุดที่ไม่มีใครเชื่อ ถูกกระแสสังคมถล่ม งานหาย ปัญหาครอบครัวและความสัมพันธ์ถาโถม จนสภาพจิตใจย่ำแย่อย่างหนัก ก่อนจะกลับมาตั้งหลักได้จากการเข้าปฏิบัติธรรม และอยากใช้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอมรสุมชีวิตค่ะ ขณะที่ “แอ๊ะ ชาติฉกาจ” ก็ออกมาเคลื่อนไหวถึงเรื่องนี้ โดยแชร์โพสต์ของต้าที่โพสต์ว่า ใบ้หวยงวดนี้ครับ 18 ล้านโกงไปแล้ว ฟ้องเอาจะเพิ่ม 20 ล้าน พร้อมระบุข้อความด้วยว่า “คันปาก” และบอกว่า สิ่งที่ต้าเจอนั้นหนักจนตัวเองต้องเข้ามาช่วยดูแลเรื่องคดี เพื่อให้ต้าได้กลับไปทำงานหาเงิน

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ ต้าออกมาโพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุข้อความว่า ‘’โหนกระแสแล้วครับเพื่อนๆ กราบขอบคุณพี่หนุ่มครับ ผมเชื่อว่า ทองแท้ไม่กล้วไฟ และผมถูกเอาเปรียบ ทำร้าย gaslighting มานานนับสิบปี ความรัก เชื่อใจ แบบไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ถูกเอาเปรียบทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต หากไม่มีพวกคุณทุกคน วันนี้คงไม่มีผมแล้ว ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ผมทำมาหากินสุจริต รับจ้าง ทำคลิป ขายของ เสื้อรุ่นสู้คดี ผีเฟ็ดเฟ่ สั่งได้ที่ TRULY  เป็นค่าใช้จ่ายในคดีและทำบุญในวันเกิดใกล้นี้ครับ ใครสนุกจัดแบบไม่เห็นลายได้  หากอยากเห็นลายด้านหน้ารอดูในรายการได้เลยครับ อีกคนรายการติดต่อไปแล้ว แต่ไม่มาครับ’’

โดยแอ๊ะ ก็ได้แชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า ไม่รู้ใกล้จบหรือยัง ต้าเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้ จนไม่ได้ดักเลย สู้ชิบ สู้คดี แต่ต้องไปยิ้มให้คนมีความสุข คดียังไม่จบ แต่ผมมั่นใจว่า ต้าได้เกิดใหม่เป็นคนบริสุทธิ์กับสังคมครับ เค้าไม่หนีอะไรเลย สู้ตลอด เก่งสุดๆๆๆๆ ใกล้วันเกิดแล้ว อะไรไม่ดี คงจะค่อยๆไปหละ และอีกโพสต์บอกว่า ปาริสตัน ต้องอยู่ข้างหลังจิ สู้ๆต้า กลับมาจากลอนดอนต้องงี้จิ

 และในวันเดียวกันค่ะ ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย พี่หมวย อริสรา ก็ได้หยิบประเด็นนี้มาพูดถึงเช่นกันค่ะ โดยพี่หนุ่มบอกว่า จากคู่หู20ปี สู่คู่กรณี20ล้าน ต้าเองก่อนหน้านี้ก็ได้มีการเปิดเพจมาหลายปี หลังนั้นทางเพื่อนๆที่เคยร่วมกันเปิดก็ไม่ได้ทำต่อ ก็เลยมาจับมือกับเพื่อนรักอย่างยัด ชัยโสโร ทำเพจขึ้นมา ทำไปทำมาต้าโดนถอดชื่อออกจากผู้ถือหุ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ฝั่งยัดก็บอกว่า ต้าไม่ทำงานอะไรเลย ส่วนต้าเองตอนนี้ก็ลำบาก แล้วก็ไม่เคยออกมาพูดเลย อีกทั้งยังถูกลดเงินเดือน จาก150,000 เหลือ40,000บาท ส่วนเงินในบริษัทไม่รู้มีใครเอาไปซื้อทั้งรถ บ้าน ไปจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง จ่ายเงินเดือนให้เมียตัวเอง จากที่เคยนั่งกอดคอกินข้าวกัน นั่งฟังเพลงคนมีตัง ของพี่ตูนบอดี้สแลมแล้วร้องไห้ด้วยกัน แล้วก็จับมือกันว่าเราจะต้องผ่านวันนี้ไปให้ได้ แต่วันนี้ทำไมเพื่อนถึงมาฟ้องเราแบบนี้

จากนั้นค่ะ ต้า เฟ็ดเฟ่, ก้องทรงเอ, จีต๊วย และทนายไข่มุก ทนายความของต้า ก็เดินทางมาเปิดใจในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ ทนายคนกลาง มาร่วมให้ข้อมูลด้วยค่ะ โดยต้าเล่าย้อนว่า เดิมตัวเองมีความฝันอยากทำรายการ ถึงขั้นเกือบได้ไปเป็นผู้กำกับกับค่ายหนัง แต่สุดท้ายเลือกลาออกมาทำช่อง เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ โดยต้าอธิบายว่าตัวเองเป็นหนึ่งในหัวเรือใหญ่ของการสร้างงาน ส่วนยัดเข้ามาทีหลังในฐานะสมาชิกและนักแสดง หลังทำเฟ็ดเฟ่มาประมาณ 6–7 ปี ช่องเดิมต้องหยุดลง เพราะแบกรับรายจ่ายไม่ไหว

หลังจากนั้น ต้าจึงชวนยัดมาทำงานต่อ โดยนำช่องและเพจส่วนตัวเดิมที่ใช้ชื่อ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ซึ่งมีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว มาเปลี่ยนชื่อเป็น “ต้า ยัด ชัยโสโร” และตั้งบริษัท “ชัยโสโร” ขึ้นมา โดยใช้บริษัทเดิมของญาติฝั่งยัดมาปรับเปลี่ยนชื่อเพื่อใช้รับงานโฆษณา ต้าอ้างว่า ตอนเริ่มต้นมีการตกลงสัดส่วนหุ้นว่า ต้าถือ 49% ยัดถือ 49% และภรรยาของยัดถือ 2% ทำให้ฝั่งยัดรวมกันเป็น 51% ค่ะ

 แต่สิ่งที่ต้าเล่าว่าเป็นจุดเริ่มต้นของบาดแผล คือบรรยากาศการทำงานในหลายปีต่อมา โดยต้าอ้างว่าตัวเองเป็นคนคิดคอนเทนต์ ทำเบื้องหลัง และขับเคลื่อนงานจำนวนมาก แต่กลับถูกด้อยค่าและถูก Gaslighting ซ้ำ ๆ จนเริ่มเชื่อว่าตัวเองคิดงานไม่ดีหรือมีปัญหาจริง ต้ายังเล่าว่า ในคอนเทนต์ตัวเองมักถูกวางให้เป็น “ตัวแพ้” หรือคนที่ถูกแกล้ง ทั้งโกนหัว ตบหัว หรือเล่นแรงเพื่อเอาความฮา แต่ต้ามองว่า หลายอย่างค่อย ๆ ล้ำเส้นจากการแสดงไปสู่ชีวิตจริงค่ะ ต้ายังยกตัวอย่างว่า เคยถูกสั่งให้ไปวิ่งกลางแดด รวมถึงเคยถูกให้โทรศัพท์ติดต่อคนดังระดับประเทศมาออกรายการ แต่เมื่อทำสำเร็จกลับได้รับคำตอบในลักษณะว่า “แกล้งเล่น” ซึ่งต้าบอกว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ สะสมจนกลายเป็นความเครียดเรื้อรัง และภายหลังมีปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนัก โดยมีเอกสารทางการแพทย์ประกอบว่าช่วงหนึ่งเคยมีความคิดทำร้ายตัวเองต่อเนื่อง ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือและกลับมาตั้งหลักได้ค่ะ

จากเรื่องสภาพจิตใจ ก็มาถึงอีกหนึ่งปมใหญ่คือ เรื่องเงินของบริษัท โดยต้าอ้างว่า มีการใช้เงินบริษัทซื้อบ้านเพื่อทำเป็นออฟฟิศ แต่บ้านกลับใส่ชื่อยัดเป็นเจ้าของ โดยได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องดวงและชื่อของต้า ก่อนที่เมื่อขายบ้านหลังดังกล่าว เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของยัด ซึ่งฝั่งต้าตั้งคำถามถึงเหตุผลและเส้นทางของเงินก้อนนี้ค่ะ

ขณะเดียวกัน เงินเดือนของต้า ซึ่งเดิมอยู่ที่เดือนละประมาณ 150,000 บาท ก็ถูกลดเหลือ 40,000 บาท โดยตามคำเล่าของต้า ขณะที่อีกฝ่ายบอกว่าจะนำเงินไปจ้างผู้กำกับเพิ่ม แต่สุดท้ายต้าอ้างว่าไม่ได้มีผู้กำกับคนใหม่เข้ามา และตัวเองยังต้องทำงานเหมือนเดิม ในขณะที่ฝั่งยัดเอง ยังสามารถกำหนดเงินเดือนของภรรยาตัวเองได้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ตารู้สึกว่าไม่เป็นธรรมค่ะ ส่วนกรณีปมหุ้นบริษัท เพราะต้าเล่าว่า วันที่ตัวเองกลับไปถามถึงสิทธิและส่วนแบ่ง กลับได้รับคำตอบในลักษณะว่า “คุณไปทำกับผมตอนไหน คุณเป็นแค่พนักงาน” ทำให้ต้าเพิ่งมารู้ภายหลังว่า ชื่อของตัวเองไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นแล้ว

พี่หนุ่ม กรรชัย จึงตั้งข้อสังเกตุว่า ถ้าต้าเป็น “พนักงาน” จริง เหตุใดจึงไม่มีประกันสังคม ซึ่งประเด็นนี้ทางทนายไข่มุกได้นำมาเชื่อมโยงกับสถานะกรรมการบริษัท และนำเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นขึ้นมาแสดง พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวอาจไม่ตรงกับเหตุการณ์จริง โดยเอกสารฉบับหนึ่งระบุว่ามีการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. แต่ทนายฝั่งต้าอ้างว่ามีหลักฐานว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวตากำลังทำงาน ตอบไลน์ลูกค้า และไลฟ์ขายของอยู่ จึงตั้งคำถามว่า ต้าจะไปนั่งร่วมประชุมตามที่ปรากฏในเอกสารได้อย่างไร ทั้งนี้ประเด็นว่าเอกสารดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ก็ยังต้องพิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมายค่ะ

ส่วน สัญญาซื้อขายหุ้น ที่มีลายเซ็นของต้า ทางทนายไข่มุกอธิบายว่า ในช่วงทำงาน อีกฝ่ายมักนำเอกสารหลายฉบับมาให้เซ็นพร้อมกัน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าต้าอาจเคยเซ็นเอกสารบางอย่างโดยไม่ได้อ่านทั้งหมด แต่สำหรับสัญญาซื้อขายหุ้นที่ถูกพูดถึง ต้ายืนยันว่า ตนไม่ได้ตั้งใจลงนามขายหุ้นตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างค่ะ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเงิน 300,000 บาท ที่ฝั่งยัดอ้างว่าเป็นค่าซื้อหุ้น แต่ทางทนายไข่มุก ก็ได้นำแชตและเอกสารมาอธิบายว่า เงินจำนวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนจากแคมเปญเสื้อ “สวัสดีปีใหม่” ไม่ใช่เงินซื้อขายหุ้น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีคำอธิบายไม่ตรงกันค่ะ

ขณะที่ทางด้านยัด ชัยโสโร ก็ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยในรายการ โดยยัดก็ได้โต้กลับว่า เรื่องที่ต้าเล่าว่าโดนแกล้งหรือโดนกระทำ ในมุมของตัวเองนั้น ยัดมองว่าตัวเองก็เคยเป็นฝ่ายถูกกระทำเหมือนกันจนชิน สำหรับปมเอกสารโอนหุ้น ยัดยังไม่ขอลงรายละเอียด เพราะเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว และต้องการให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย พร้อมยืนยันว่า ก่อนเกิดการแยกทาง มีการพูดคุยและตกลงกันล่วงหน้า โดยยัดอ้างว่า ต้าเป็นฝ่ายขอแยกออกไปเอง และต้องการนำแบรนด์ “เฟ็ดเฟ่” ไปทำต่อค่ะ

ยัดยังบอกอีกว่า ต้าเคยพูดเองว่า จะไม่รับอะไรจาก “ชัยโสโร” และขอเพียงสิทธิ์ในชื่อ “เฟ็ดเฟ่” ไปทำต่อ แต่เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาในภายหลัง เนื่องจากสิทธิของแบรนด์และข้อตกลงต่าง ๆ มีรายละเอียดทางกฎหมายที่ซับซ้อนค่ะ นอกจากนี้ค่ะ ยัดยังเปิดอีกประเด็นว่า จุดแตกหักส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเงินหลังบ้านของเพจ “เฟ็ดเฟ่” ที่ยัดอ้างว่าหายไปเป็นเวลาประมาณ 5 เดือน และต้าคือคนที่สามารถเข้าถึงเงินก้อนดังกล่าว ยัดบอกว่าเคยรอให้ต้ามาอธิบาย แต่ไม่ได้รับคำชี้แจง ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝั่งยัดมองว่ายังไม่ได้ถูกพูดถึงอย่างครบถ้วนค่ะ

ส่วนเรื่องคดี ยัดยอมรับว่า ฟ้องต้า 2 คดี คดีละ 10 ล้านบาท รวม 20 ล้านบาทจริง โดยบอกว่า คดีหนึ่งเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีเพจเดิมถูกลบ ส่วนอีกคดีเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ จากกรณีคลิปวิดีโอเดโมถูกนำไปใช้ในช่องใหม่ ซึ่งยัดบอกว่ามีหลักฐานและพร้อมนำไปต่อสู้ในศาลค่ะ

โดยพี่หนุ่ม กรรชัย ยังตั้งข้อสังเกตอีกจุดว่า หากเพจ “เฟ็ดเฟ่” ในเวลานั้นไม่มีรายได้ ขณะที่ “ชัยโสโร” ยังมีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง ก็ดูน่าสงสัยว่าเหตุใดตาจึงจะยอมทิ้งสิทธิในบริษัทที่ทำเงิน เพื่อออกไปเอาเพียงแบรนด์หรือช่องที่ไม่มีรายได้ ซึ่งฝั่งยัดไม่ได้เห็นด้วยกับการสรุปเช่นนั้น และยืนยันว่าเรื่องจริงมีรายละเอียดมากกว่าที่ถูกเล่าในรายการค่ะ

โดยทางด้านทนายตุ๋ย ในฐานะทนายคนกลาง ก็ได้ลองเสนอทางออกว่า หากหุ้นเดิมเคยแบ่งกันในสัดส่วน 49% กับ 51% และเงิน 300,000 บาทที่ถูกอ้างว่าเป็นค่าหุ้นถูกมองว่าไม่เป็นธรรม เป็นไปได้หรือไม่ที่จะกลับมาเกลี่ยผลประโยชน์หรือหาทางจบกันตามสัดส่วนเดิม แต่ยัดไม่ได้ตอบรับข้อเสนอนี้ และย้ำว่าเรื่องภายในมีความซับซ้อนกว่านั้นค่ะ

โดยทนายไข่มุก ทนายต้า ก็ได้ยังพยายามขอให้อีกฝ่ายพิจารณาแบ่งเงินบางส่วนให้ต้าไปตั้งตัว ขณะที่ยัดตอบกลับว่า ทำไมคำพูดถึงทำให้ตัวเองดูแย่และทำให้ตาดูน่าสงสารอยู่ฝ่ายเดียว หลังจากนั้นค่ะทางด้านต้าก็ร้องไห้และพูดกับเพื่อนเก่าตรง ๆ ว่า “เราลำบากมากเลยเพื่อน นายฟ้องเราทำไมวะ…” เราทำยูทูบมานานกว่า 15 ปี และผลงานที่ทำให้ชัยโสโรมาหลายพันคลิป แต่กลับต้องมาเจอคดีจากคลิปเดโมเพียงคลิปเดียว ต้าบอกว่าตัวเองเจ็บปวดมาก และหากย้อนเวลากลับไปได้ อยากขอเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่อยากทำธุรกิจร่วมกันอีก พร้อมขอโทษยัด หากที่ผ่านมาเคยทำอะไรให้เพื่อนเจ็บปวดค่ะ

ขณะที่ทางด้านยัดก็ตอบกลับว่า ทำไมเรื่องที่เล่าถึงทำให้ตัวเองดูแย่ไปทั้งหมด เพราะข้อเท็จจริงไม่ได้มีเพียงเท่านั้น และขอไปชี้แจงรายละเอียดพร้อมกางหลักฐานทั้งหมด ในรายการโหนกระแสวันที่ 31 สิงหาคมนี้ค่ะ

และเรื่องยังไม่หมดแค่นั้น เพราะอดีตพนักงานอย่างก้อง ทรงเอ และจีต๊วย ก็บอกว่าในช่วงทำงาน ต้ามักถูกปฏิบัติเหมือนลูกน้องมากกว่าจะเป็นเจ้าของบริษัท และเคยเห็นเหตุการณ์ที่ต้าถูกทำโทษเรื่องงานต่อหน้าคนอื่น รวมถึงบรรยากาศที่มีการใช้อารมณ์รุนแรงจนพนักงานหลายคนรู้สึกกดดัน โดยต้าเป็นคนออกเงินพาพนักงานไปกินข้าวหลายครั้ง เพื่อช่วยลดความตึงเครียดในออฟฟิศ โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จ่ายเงินส่วนตัวไปกับเรื่องนี้รวมประมาณ 600,000 บาท

ส่วนประเด็นเรื่องน้ำต้องห้าม ก้อง ทรงเอ และจีต๊วย ยอมรับว่ามีการดื่มจริง โดยอ้างว่าเป็นช่วงที่ทำงานหนักถึงดึก ตี 2 ตี 3 และพักผ่อนน้อย ขณะที่ทางต้าบอกว่า ประเด็นนี้ ก็ถูกนำมาใช้เป็นเหตุในการไล่พนักงานบางคนออก รวมถึงถูกนำมาโยงว่า ต้าที่คิดงานไม่ออกเกิดจากสมองมีปัญหา ซึ่งต้าเองมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการ Gaslighting ที่เจ้าตัวเจอมาค่ะ

โดยต้ายังบอกอีกว่า เงินของบริษัทถูกนำไปซื้อรถหลายคัน ทั้ง Nissan Note, Harley-Davidson และ GTO นอกจากรถแล้วก็ยังมีบ้านด้วยอีก1หลังค่ะ โดยยัดบอกว่าจดไว้ มึงจะเอาเมื่อไหร่มึงก็มาเอา แต่สุดท้ายก็ไม่เคยได้รับส่วนแบ่งของตัวเองคืนค่ะ และสิ่งฝังใจมากที่สุด เกิดขึ้นช่วงปลายปีที่ 3 ของบริษัท ซึ่งมีแนวคิดจะจ่ายเงินปันผลคนละประมาณ 1.5 ล้านบาท แต่จากเรื่องการซื้อรถภายในครอบครัวของยัด ต้าอ้างว่าตัวเองยอมสละเงินปันผลก้อนนี้ เพื่อให้อีกฝ่ายนำไปซื้อรถ 2 คันและจบปัญหา นอกจากนี้ ต้ายังกล่าวหาว่า ยัดเคยยืมเงินส่วนตัวจากต้าอีกประมาณ 500,000 บาท

ก่อนจบรายการ ต้าก็ยังได้ฝากประโยคหนึ่งไว้ว่า “เงินมันคม อย่าโง่เหมือนผม อย่าไว้ใจใครจนเกินไป” พร้อมบอกว่า สิ่งที่ทำให้ตัวเองกลับมายืนได้ในวันนี้ ไม่ใช่กระแสดราม่า แต่คือการกลับมาทำงาน เพราะสำหรับตัวเอง รากฐานที่แข็งแรงที่สุดก็คือผลงานและการทำมาหากินค่ะ และแม้วันนี้ทั้งคู่จะกลายเป็นคู่กรณีกัน ต้ายังทิ้งท้ายถึงยัดว่า ตัวเองมองว่าเพื่อนอาจเดินทางผิดไป แต่ยังอยากให้อีกฝ่ายตั้งสติ คิดถึงภรรยาและลูก และหากยังสามารถกลับมาแก้ไขอะไรบางอย่าง ต้ามองว่ามันยังทันค่ะ

และแน่นอนค่ะว่า หลังจบรายการโหนกระแส หลังจากที่หลายฝ่ายก็ได้ฟังคำชี้แจงของฝั่งต้าและยัดแล้ว ก็ยิ่งเกิดข้อสงสัย และคำถามตามมาค่ะ โดยทางเพจสรปุก ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้ด้วยว่า ดูโหนกระแสแล้ว สิ่งที่ต้าโดน คือถูก Gaslighting และ Manipulating ด้วยการทำลายความมั่นใจ จากการปั่นข้อมูล ทำให้รู้สึกผิด หวาดกลัว คนโดนแบบนี้เป็นบ้าได้เลยนะ ยังดีจากที่ฟัง คู่กรณีน่าจะทำผิดกฎหมายหลายข้ออยู่ ใครอยู่ในคสพแบบนี้ หนีไปไกลๆ

ขณะที่ทางด้านเจเด็ด ก็ได้ออกมาโพสต์ให้กำลังต้าเช่นกัน โดยระบุข้อความว่า บางมุมเรารู้ บางมุมเราก็ไม่รู้ สิ่งที่อยากบอกคือ “ทำเพื่อคนอื่นมาเยอะแล้ว ถึงเวลาที่จะทำเพื่อตัวเองบ้างแล้วละเพื่อน“ รัก

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นค่ะ เพราะทางด้านแอ๊ะ ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยโพสต์ข้อความระบุว่า เจอกันแน่ มัดรวมมาทั้งแก๊งค์เลย ใครมาเป็นพวกนั้น จะกวาดให้หมด น้ำตาต้าวันนี้ พอทำให้หลายคนรู้สึกว่าคนนั้นเหี้ยมจริงๆหวะ ใครเสนอหน้าเป็นหมารับใช้เค้า มาสนุกกับผมได้เลย หากพวกนั้น เห็นต้าร้องให้ขนาดนั้น แล้วยังรับเศษเงินเสนอหน้ามาอีก ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงแล้ว มีเวลา3-4วัน ไปคุยเตรียมเรื่องโกหกให้ดี ต้าอยู่สะอาดๆไป ฟังแล้วขึ้นมาก ขณะที่ทางด้านทนายตุ๋ย ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้เช่นกันค่ะ โดยระบุข้อความว่า “เงินมันคม”#ต้าเฟ็ดเฟ่  #โหนกระแส

เรียกได้ว่า จากเพื่อนที่ครั้งหนึ่งเคยนั่งกอดคอ ฟังเพลงและสัญญากันว่าจะช่วยกันผ่านวันที่ไม่มีอะไร วันนี้กลับต้องมานั่งคุยกันผ่านรายการ ในฐานะคู่กรณีที่มีคดีมูลค่ารวมถึง 20 ล้านบาท ขณะที่ยัดเองก็ยืนยันว่ามีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้พูด และเตรียมนำหลักฐานของตัวเองออกมาชี้แจงในรายการโหนกระแสอีกครั้ง ในวันที่31สิงหาคมนี้ เอาเป็นว่ามหากาพย์ “ต้า–ยัด” ที่มีปัญหาทั้งเรื่องหุ้น เงินบริษัท เอกสาร และทรัพย์สินต่างๆ จะลงเอยอย่างไร รวมถึงจากเพื่อนรักกว่า 20 ปี จะยังเหลือพื้นที่ให้คำว่า “เพื่อน” อยู่หรือไม่ งานนี้ก็คงต้องรอฟังข้อมูลจากทั้งสองฝั่งให้ครบ และรอให้หลักฐานรวมถึงกระบวนการกฎหมายเป็นผู้ให้คำตอบ เรื่องราวจะเป็นยังไง เราคงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

#ต้าเฟ็ดเฟ่ #ยัดชัยโสโร #ต้าร์ยัด #FEDFE #เฟ็ดเฟ่บอยแบนด์ #ชัยโสโร #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายตุ๋ย #แอ๊ะชาติฉกาจ #ก้องทรงเอ #จีต๊วย #ดราม่าเฟ็ดเฟ่ #เพื่อนรัก20ปี #เพื่อนรักหักเหลี่ยม #ข่าวโซเชียล #ข่าวบันเทิง #ประเด็นร้อน #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.