Sunday, 26 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘ทนายตั้ม’ เปิดใจหลังพ้นเรือนจำ ด้าน ‘ดีเจแมน’ เดือดจัด ฟาดแรงทนายดัง ?

หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ “ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด” ได้มาเปิดใจในรายการ “โคตรแมน” กับ “ดีเจแมน” เล่าชีวิตอีกด้านที่หลายคนไม่เคยเห็น ตั้งแต่วัยเด็กที่ลำบาก แม่เลี้ยงเดี่ยวขายปลาทู คำดูถูกจากครูที่กลายเป็นแรงผลักให้เรียนจนจบ 2 ปริญญา ไปจนถึงวันที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำแบบไร้สิทธิพิเศษ กินข้าววันละมื้อ นอนเบียดกับผู้ต้องขังกว่า 50 คน และต้องฝืนยิ้มตอนญาติมาเยี่ยม ทั้งที่ในใจแตกสลาย ขณะที่ช่วงหนึ่งของรายการ ดีเจแมนยังพูดถึง “ทนายท่านหนึ่ง” ที่เคยโพสต์แขวนทั้งตนและภรรยาในวันที่คดียังไม่สิ้นสุด ทำให้ทนายตั้มพูดถึงสัจธรรมของคนล้มว่า ถ้าเห็นใครตกต่ำ อย่าเหยียบซ้ำเพื่อเอาแสง

 

กลายเป็นเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนักค่ะ หลัง “ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด” หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ จากคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องเงิน 71 ล้านบาท หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “คดีเจ๊อ้อย” ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว และต่อมาทนายตั้มพร้อมภรรยาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อออกมาต่อสู้คดีในขั้นตอนต่อไป โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการกฎหมาย และยังเชื่อว่ามีพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้

หลังออกมาได้ไม่นาน ทนายตั้มก็ได้ไปเปิดใจในรายการ “โคตรแมน” กับ “ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร” ซึ่งทั้งคู่เคยพบและใช้ชีวิตลำบากในช่วงเวลาหนึ่งภายในเรือนจำด้วยกัน งานนี้ไม่ใช่แค่การเล่าคดีหรือเล่าชีวิตแบบผิวเผิน แต่เป็นการเปิดใจถึงช่วงเวลาที่ทนายตั้มบอกว่า เป็นวันที่ตัวเองอ่อนแอที่สุดในชีวิต

โดยดีเจแมนเกริ่นตั้งแต่ต้นรายการว่า หลายคนอาจมองว่าทนายตั้มเป็นคนซ่า เป็นคนแรง เป็นทนายที่ไม่เคยยอมใคร แต่วันนี้อยากให้เห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตผู้ชายคนนี้ เพราะในวันที่อยู่ข้างนอก เขาอาจเป็น “ทนายตั้ม” ที่หลายคนรู้จัก เป็นคนดัง เป็นคนมีชื่อเสียง เป็นคนที่มีคนเข้าหา แต่เมื่อก้าวเข้าไปในเรือนจำ ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันที

ทนายตั้มเล่าย้อนไปถึงชีวิตวัยเด็กว่า ครอบครัวค่อนข้างลำบาก พ่อกับแม่ต้องออกไปขายปลาทูตั้งแต่ตี 2 ตี 3 ทำให้ตอนเด็ก ๆ ตื่นขึ้นมาแล้วมักไม่เจอพ่อแม่อยู่บ้าน ภายหลังพ่อแม่เลิกรากัน แม่จึงกลายเป็นซิงเกิลมัมที่เลี้ยงเขามาเพียงลำพัง ชีวิตในวัยเด็กจึงไม่ได้สบายเหมือนหลายคนคิด ส่วนเรื่องการเรียน ทนายตั้มยอมรับว่า ตอนเด็กเป็นเด็กเกเร ไม่ตั้งใจเรียน เกรดเฉลี่ยเพียง 1 กว่า ๆ จนตอนจบมัธยมปลาย ครูเคยพูดทำนองว่า คนอย่างเขาไม่มีทางเรียนจบปริญญาตรีได้แน่นอน และถ้าจบจริงจะไปซักถุงเท้าให้ถึงบ้าน

คำพูดนั้นกลายเป็นแรงผลักสำคัญ ทำให้ทนายตั้มตัดสินใจสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะเจ้าตัวบอกว่า “รามเนี่ยจบยาก แต่สมัครง่าย”จากนั้นเขาเริ่มอ่านหนังสืออย่างจริงจัง จนเรียนจบรัฐศาสตร์ภายใน 3 ปี และเรียนต่อคณะนิติศาสตร์อีกปีครึ่ง รวมแล้วใช้เวลาเพียง 4 ปีครึ่งในการคว้า 2 ปริญญา

จากเด็กที่เคยถูกมองว่าไม่น่าจะเรียนจบ กลายเป็นคนที่เดินเข้าสู่อาชีพทนายความ และมีชื่อเสียงจากหลายคดีใหญ่ โดยเฉพาะคดีหวย 30 ล้านบาท ที่ทำให้ชื่อ “ทนายตั้ม” กลายเป็นที่รู้จักของสังคมวงกว้าง

แต่จากวันที่เคยยืนอยู่ใต้สปอตไลต์ วันหนึ่งชีวิตกลับพลิกไปอีกด้าน เมื่อทนายตั้มต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ทนายตั้มเล่าว่า วันแรกที่ก้าวเข้าไปเหมือนคนลอย ๆ เหวอจนจำหน้าดีเจแมนไม่ได้ ทั้งที่รู้สึกคุ้นหน้า แต่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร ช่วงแรกเขาถูกแยกไปอยู่ห้องกักโรคหลายวัน กินอะไรแทบไม่ลง ต้องใช้วิธีนอนให้นิ่งที่สุด เพื่อไม่ให้ร่างกายใช้พลังงานมาก และกินข้าวเพียงวันละมื้อ

ดีเจแมนช่วยเสริมให้เห็นภาพว่า ชีวิตข้างในไม่ได้มีสิทธิพิเศษอย่างที่หลายคนอาจจินตนาการ ห้องนอนมีผู้ต้องขังกว่า 50 คน ทุกคนมีผ้า 3 ผืนเหมือนกันหมด ต้องอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน และต้องถอดหัวโขนทั้งหมดทิ้งไว้ข้างนอก

ทนายตั้มเองก็ยอมรับว่า ช่วงแรกยังไม่เข้าใจคำว่า “ถอดหัวโขน” เพราะเคยใช้ชีวิตข้างนอกแบบมีอิสระ จะทำอะไร ไปไหน ก็ตัดสินใจเองได้ แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ทุกอย่างต้องอยู่ในกฎระเบียบ ต้องเข้าแถว ต้องรอเรียก ต้องถูกนับยอด และต้องอยู่ร่วมกับคนจำนวนมากที่มีความคิดหลากหลาย

อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าตัวเล่าว่าปรับตัวยากมาก คือห้องน้ำที่ไม่มีประตูปิด ต้องทำธุระส่วนตัวต่อหน้าคนอื่น และบางครั้งยังต้องนั่งกินข้าวอยู่ใกล้บริเวณห้องน้ำ ทำให้ในช่วงแรกถ่ายไม่ออกอยู่หลายวัน เพราะร่างกายและใจยังรับสภาพไม่ไหว แต่สิ่งที่หนักที่สุดสำหรับทนายตั้ม ไม่ใช่แค่ความลำบากทางร่างกาย แต่คือความกดดันทางใจ เขาเล่าว่า ช่วงนั้นใจดิ่งมาก โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าภรรยายังไม่ได้รับการประกันตัว ความรู้สึกเหมือนทุกอย่างประดังเข้ามาพร้อมกัน ทั้งคดี ข่าว กระแสสังคม และความเป็นห่วงครอบครัว

ดีเจแมนเล่าว่า ตอนอยู่ในเรือนจำ ทนายตั้มร้องไห้เกือบทุกวัน และเป็นช่วงที่เจ้าตัวอ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ทนายตั้มเองก็ยอมรับว่า ตอนนั้นรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนโลกใบหนึ่ง แล้วมีโลกอีกใบมากดทับจนขยับไม่ได้ แต่ที่คิดสั้นไม่ได้ เพราะในใจมีเพียงคำเดียวคือ เขาตายไม่ได้ เพราะลูก 3 คนยังอยู่ข้างนอก และภรรยายังอยู่ในเรือนจำ

ช่วงที่ญาติมาเยี่ยม ทนายตั้มบอกว่าต้องพยายามข่มใจ ไม่ให้คนข้างนอกเห็นความอ่อนแอ ต้องทำเหมือนว่าสู้ได้ ไหวอยู่ แต่ความจริงในใจแตกสลาย
นี่จึงเป็นจุดที่ดีเจแมนบอกว่า เขาเข้าใจความรู้สึกของทนายตั้มมาก เพราะทั้งคู่ต่างเคยผ่านความเจ็บปวดในรูปแบบคล้ายกัน คือวันที่ตัวเองอยู่ข้างใน และต้องเป็นห่วงภรรยากับลูกที่อยู่ข้างนอก

อีกช่วงหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในรายการ คือประเด็น “คนรอบข้าง” ในวันที่ชีวิตตกต่ำ ทนายตั้มยอมรับว่า วันที่มีชื่อเสียง ใคร ๆ ก็เข้าหา อยากรู้จัก อยากกินข้าวด้วย อยากใช้เขาเป็นทนาย แต่วันที่ชีวิตล้มลงจริง ๆ กลับพบว่าเพื่อนและคนใกล้ตัวจำนวนมากหายไป เหลือคนที่อยู่ข้าง ๆ จริง ๆ เพียงไม่กี่คน
เขาบอกว่า บางคนไม่ช่วยไม่ว่า แต่ยังซ้ำเติมอีก

ตรงนี้เอง ดีเจแมนได้พูดถึง “ทนายท่านหนึ่ง” ว่าเคยโพสต์แขวนตัวเขาและภรรยามาเป็นปี ทั้งที่ภายหลังคดีของดีเจแมนมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่บุคคลดังกล่าวก็ไม่เคยออกมาขอโทษ และตอนนี้ก็โดนยึดใบอนุญาตทนาย ยังไม่พอยังโดนลูกความบางคนฟ้องว่าเปลี่ยนแปลงคดีอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วเขาขย้ำทนายตั้มไม่หยุดเลย จนทนายตั้มมาตีแสกหน้าตรงที่บอกว่า แต่ก่อนไม่เคยเรียกทนายตั้มว่ามึงนะ แต่งเรื่อง และล่าสุดผมเห็นเขาเข่าอ่อน ผมอยากจะช้อนหน้าเขาขึ้นมามาก แต่ผมผิดกฎหมายไหม ทนายตั้มแซวกลับขำๆว่า นี่ถ้าอยู่ข้างในช้อนไปแล้วใช่ไหม ดีเจแมนบอกอีกว่า เดี๋ยววันนี้ถ้าผมเจอ ผมก็ช้อน 500เองใช่ไหม

ดีเจแมนเล่าต่อว่า สิ่งที่เจ็บคือ คนที่ไม่รู้จักตนจริง ๆ กลับเอาเรื่องไปพูดในลักษณะเหมือนรู้เหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งเรื่องเงิน เรื่องคดี และเรื่องครอบครัว จนทำให้ภาพของตนและภรรยาเสียหาย ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นเขาไม่สามารถออกมาตอบโต้ได้

เมื่อดีเจแมนถามทนายตั้มว่า คนแบบนี้ยังมีสิทธิ์ออกมาพูดเรื่องกฎหมายได้หรือไม่ ทนายตั้มตอบในมุมกว้างว่า เขายังมีสิทธิ์พูดได้ แต่สิ่งที่สังคมควรมอง ไม่ใช่แค่ว่าใครถูกยึดใบอนุญาตหรือไม่ แต่ควรมองการกระทำของคนคนนั้นด้วย ว่าวันนี้พูดอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้พูดอีกอย่างหนึ่งหรือไม่ และความน่าเชื่อถือควรวัดจากพฤติกรรมที่ผ่านมา ตนไม่เคยรู้จักทนายรายนั้นเป็นการส่วนตัว แต่กลับถูกพูดถึงและถูกแขวนในวันที่ชีวิตกำลังแย่ที่สุด จนรู้สึกว่าเป็นการเอาความทุกข์ของคนอื่นไปสร้างแสงให้ตัวเอง

ทนายตั้มเองก็สะท้อนว่า วันที่เขาตกต่ำ ก็มีคนที่เคยสนิทมาเหยียบซ้ำเหมือนกัน บางคนเคยเรียกเขาว่าพี่ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน แต่เมื่อเกิดเรื่อง กลับออกมาโพสต์ในลักษณะเหนือกว่า และใช้จังหวะที่เขาล้มลงมาเหยียบหัว เรื่องนี้ทำให้เขาได้เห็นชัดมากว่า ใครคือคนจริง ใครคือคนที่เข้ามาเพราะผลประโยชน์ และใครที่พร้อมจะซ้ำเติมในวันที่เขาไม่มีทางตอบโต้

 ดีเจแมนจึงพูดขยี้ประเด็นนี้ว่า คนบางคนไม่ได้ทำร้ายกันด้วยมือ แต่ฆ่ากันด้วยคำพูด โดยเฉพาะคำพูดของคนที่ไม่ได้รู้จักเรา ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เลือกเอาเรื่องของคนอื่นไปพูดเพื่อให้ตัวเองมีแสง

ทนายตั้มจึงฝากเป็นบทเรียนว่า ถ้าเห็นเพื่อนหรือคนที่รู้จักกำลังล้ม อย่าไปข้ามเขา และอย่าไปเหยียบซ้ำเพื่อเอาแสง เพราะการทำแบบนั้นไม่ใช่ความแมน แต่เป็นการซ้ำเติมคนที่กำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่เปราะบางที่สุด ในทางกลับกัน ทนายตั้มยังพูดถึงคนที่ไม่ทิ้งเขา โดยเฉพาะ “ทนายเดชา” ที่ยังมาให้กำลังใจและให้สัมภาษณ์ปกป้องเขา แม้จะต้องรับแรงกระแทกจากกระแสสังคมไปด้วย เจ้าตัวบอกว่า วิกฤตชีวิตครั้งนี้ช่วยคัดกรองคนได้ชัดมาก ทั้งคนในครอบครัวที่รักจริง เพื่อนที่ไม่ทิ้ง และคนที่ยอมยืนข้างเขาในวันที่การอยู่ใกล้เขาอาจทำให้ถูกสังคมโจมตีไปด้วย

เรียกได้ว่า บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพูดถึงคดีหรือชีวิตในเรือนจำ แต่เป็นการเปิดแผลในใจของคนคนหนึ่งที่เคยมีชื่อเสียง เคยอยู่ในจุดสูงสุด และวันหนึ่งต้องตกลงไปอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด จากคนที่เคยเป็นทนายดัง ต้องกลายเป็นผู้ต้องขังที่ต้องอยู่ในระบบเดียวกับคนอื่น ต้องนอนเบียด กินข้าววันละมื้อ ฝืนยิ้มให้ญาติในเวลาเยี่ยมเพียงไม่กี่นาที และต้องรับมือกับคำพูดของคนข้างนอกที่ซ้ำเติมเข้ามาไม่หยุดหลังจากนี้คงต้องรอติดตามว่า ทนายตั้มจะเดินหน้าต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์อย่างไร และจะกลับมาใช้ชีวิตในเส้นทางทนายความหรือการทำงานสังคมแบบไหนต่อไป
แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวฝากไว้ และกลายเป็นประโยคที่หลายคนหยิบไปพูดต่อ คือ ในวันที่คนคนหนึ่งล้มลง ถ้าไม่คิดจะช่วย ก็อย่างน้อยอย่าเหยียบซ้ำเพื่อเอาแสง เพราะบางครั้งคำพูดเพียงไม่กี่คำ อาจทำร้ายหัวใจคนที่กำลังแตกสลายได้มากกว่าที่คิดค่ะ

#ทนายตั้ม #ษิทราเบี้ยบังเกิด #ดีเจแมน #โคตรแมน #รายการโคตรแมน #คดีเจ๊อ้อย #เงิน71ล้าน #ปล่อยตัวชั่วคราว #สู้คดีอุทธรณ์ #ชีวิตในเรือนจำ #แดนมาเฟียดิบ #ถอดหัวโขน #ในใจแตกสลาย #อย่าเหยียบซ้ำ #เอาแสง #ทนายเดชา #ข่าวบันเทิง #ข่าวสังคม #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.