หลังดราม่าค่าตัว 5.5 แสน และข่าวลือ “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” ถูกให้ออกจาก Take Hormones Thailand ล่าสุด “นารา เครปกะเทย” ออกมาเปิดใจกลางรายการแฉ พร้อมกราบขอโทษจั๊กจั่นต่อหน้าสื่อ และเล่าลำดับเหตุการณ์ว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากความเป็นห่วง หลังจั๊กจั่นรับแรงกดดันจากการถ่ายทำไม่ไหว ก่อนทีมงานต้องหาคนใหม่มาทำหน้าที่แทนแบบกะทันหัน ขณะที่นารายอมรับว่า ลึก ๆ ยังอยากให้จั๊กจั่นกลับมาร่วมงานกันอีกค่ะ

ตามกันต่อค่ะ สำหรับดราม่าระหว่าง “นารา เครปกะเทย” กับ “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” จากรายการ Take Hormones Thailand ที่ก่อนหน้านี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ หลังจั๊กจั่นออกมาเปิดใจผ่านรายการแฉ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเธอถูกให้ออกจากรายการ โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ทำงานในวงการมา เธอเป็นคนรับผิดชอบงาน ไม่เคยทิ้งกองหรือหายจากงานกลางคัน พร้อมยอมรับว่า การทำรายการครั้งนี้มีแรงกดดันสูง จนบางช่วงแยกไม่ออกว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง และเรื่องไหนเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงในรายการค่ะ
จากนั้นดราม่าก็ยิ่งเดือดขึ้น เมื่อมีการพูดถึงค่าตัวของจั๊กจั่นจำนวน 550,000 บาท ก่อนที่นาราจะออกมาไลฟ์สดชี้แจงว่า สาเหตุที่ค่าตัวของจั๊กจั่นน้อยกว่า “ลูกเกด เมทินี” และ “บี น้ำทิพย์” เป็นเพราะทั้งสองคนมีส่วนสำคัญในการดึงสปอนเซอร์เข้ารายการได้มากกว่า ส่วนค่าตัวของจั๊กจั่นนั้น นาราระบุว่า การทำงานสิ้นสุดลงในงวดที่ 2 จึงไม่ได้รับค่าตัวงวดสุดท้ายค่ะ นอกจากนี้ นารายังพูดถึงประเด็นที่จั๊กจั่นออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ใน EP.8, EP.9 และ EP.10 ก่อนที่รายการจะออกอากาศ โดยมองว่า การพูดถึงรายละเอียดบางส่วนล่วงหน้า ทำให้ความลับและความน่าติดตามของรายการถูกเปิดเผยออกไป จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่นาราไม่พอใจและออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
และในช่วงเดียวกัน ดราม่าของนาราก็ไม่ได้มีแค่เรื่องจั๊กจั่นเท่านั้น เพราะยังลามไปถึงประเด็นหนี้สินและการใช้จ่าย หลังมีชาวเน็ตตั้งคำถามถึงเรื่องของแบรนด์เนมและการชำระหนี้บางรายเดือนละ 2,000-5,000 บาท ขณะที่นาราออกมายืนยันว่า ยังคงทยอยชำระหนี้ตามระบบ และกำลังเจรจากับเจ้าหนี้เป็นรายเคส บางรายสามารถปิดยอดหรือปรับลดหนี้ได้แล้ว ส่วนบางรายยังคงทยอยจ่ายต่อไปค่ะ


นารายังชี้แจงด้วยว่า สาเหตุที่เดือนล่าสุดไม่ได้จ่ายบางยอด เป็นเพราะต้องนำเงินไปจัดการเรื่องภาษีและค่าใช้จ่ายของรายการก่อน พร้อมบอกว่า ตอนนี้การเงินเริ่มคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม และกำลังพยายามทยอยเคลียร์หนี้ให้จบเป็นราย ๆ ไปค่ะ
ขณะที่ล่าสุดวันนี้ “นารา” ได้มาเปิดใจผ่านรายการแฉ ดำเนินรายการโดย มดดำ คชาภา, น็อต วรฤทธิ์ และเอมี่ มรกต พร้อมพูดถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น โดยนาราบอกว่า เรื่องของจั๊กจั่นตอนนี้บานปลายไปมาก และในฐานะผู้จัด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตนต้องขอกราบขอโทษจั๊กจั่นต่อหน้าสื่อ พร้อมยืนยันว่า หลังบ้านมีการพูดคุยและเคลียร์กันไปแล้วในช่วงที่เกิดเหตุ ส่วนที่จั๊กจั่นออกมาพูดภายหลัง นาราเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะกังวลกับกระแสคอมเมนต์และภาพที่คนดูจะมองเธอค่ะ
จากนั้น “มะเดี่ยว” ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ก็ช่วยเล่าถึงต้นเหตุว่า ช่วงการถ่ายทำ EP.8 เกิดเหตุการณ์ในรายการที่เข้มข้นมาก จนจั๊กจั่นไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นส่วนหนึ่งของรายการ เมื่อรู้ว่าเหตุการณ์บางอย่างเป็นเรื่องจริง จั๊กจั่นก็เริ่มรู้สึกว่า ตัวเองอาจรับแรงกดดันต่อไปไม่ไหว รวมถึงมีเรื่องของสภาพร่างกายและจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยมะเดี่ยวยังบอกอีกว่า ด้วยความเป็นห่วง จึงไปบอกนาราว่า “แม่อาจจะไม่ไหว” และเมื่ออีกวันต้องมีการถ่ายทำต่อ นาราจึงตัดสินใจหาคนใหม่เข้ามาแทนทันที แต่หลังจากนั้น เมื่อมะเดี่ยวกลับไปคุยกับจั๊กจั่นอีกครั้ง จั๊กจั่นกลับมีกำลังใจและบอกว่าพร้อมสู้ต่อแล้ว ทว่าตอนนั้นฝั่งรายการได้หาคนใหม่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้ทันค่ะ
นารายังอธิบายว่า จั๊กจั่นเป็นคนทำงานมืออาชีพ และสิ่งที่เจ้าตัวกังวลมากคือ กลัวคนดูเข้าใจว่าเธอ “เทงาน” หรือไม่รับผิดชอบ ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เพียงแต่ในรายการไม่ได้สามารถออกมาอธิบายรายละเอียดทั้งหมดได้ในตอนแรกค่ะ นอกจากนี้ นารายังพูดถึงรูปแบบของ Take Hormones Thailand ว่า อยากให้คนดูมองเหมือนเป็นละครหรือความบันเทิงเรื่องหนึ่ง เพราะหลายสถานการณ์มีการวางรูปแบบเพื่อให้รายการสนุกและเข้มข้นขึ้น ซึ่งคำวิจารณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับ ตนก็พร้อมนำกลับไปปรับปรุงในซีซันต่อไปค่ะ

และเมื่อถูกถามว่า ถ้ามีโอกาสอยากให้จั๊กจั่นกลับมาร่วมรายการอีกหรือไม่ นาราตอบตรง ๆ ว่า ลึก ๆ แล้วอยากให้จั๊กจั่นกลับมา เพราะจั๊กจั่นอยู่กับ Take Hormones มาตั้งแต่ซีซัน 1 ต่อเนื่องมาจนถึงซีซัน 3 และหลังบ้านทุกคนมีความรักและความผูกพันกัน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้กลับไปคุยกันอีกครั้งค่ะ
นารายังบอกด้วยว่า หากได้พูดคุยกันอีกครั้ง ทุกอย่างอาจดีขึ้น เพราะส่วนตัวมองว่าจั๊กจั่นเป็นคนน่ารัก และเข้าใจว่าที่อีกฝ่ายออกมาพูดก็เพราะกังวลว่าคนจะมองว่าเธอไม่รับผิดชอบงาน ทั้งที่สาเหตุจริง ๆ เกิดจากเรื่องที่เธอรับแรงกดดันในช่วงนั้นไม่ไหวค่ะ
ขณะเดียวกันค่ะ ในรายการยังมีการพูดถึงเรื่องสปอนเซอร์ของ Take Hormones Thailand โดยนาราเปิดเผยว่า ขณะนี้มีสปอนเซอร์เข้ามามากกว่า 300 ราย และมีหลายระดับราคา ตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับสิทธิประโยชน์ที่แต่ละแบรนด์ได้รับค่ะ
โดยนารายังเล่าย้อนว่า ตอนเริ่มทำรายการครั้งนี้ ตัวเองมีเงินอยู่ประมาณ 800,000 บาท ทั้งที่ค่าใช้จ่ายของรายการสูงมาก และค่าตัวของเมนเทอร์รวมถึงทีมงานก็ต้องเตรียมไว้แล้ว จึงเป็นเหมือนการ “เล่นเกมเสี่ยง” ด้วยความมั่นใจว่า เมื่อเปิดตัวรายการออกไป จะมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน ซึ่งสุดท้ายก็มีสปอนเซอร์เข้ามาจริงค่ะ
ส่วนประเด็นหนี้ที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้ นารายอมรับว่า หนี้ยังไม่หมด แต่บอกว่าตอนนี้บริหารจัดการได้ดีขึ้น และเริ่มเจรจากับเจ้าหนี้บางรายเพื่อปิดยอดเป็นรายเคส โดยจากเดิมที่มีประมาณ 12 ราย ตอนนี้เหลือประมาณ 10 รายแล้วค่ะ นารายังยกตัวอย่างเจ้าหนี้รายหนึ่งที่มียอดประมาณ 900,000 บาท ซึ่งมีการเจรจาลดจำนวนลง และแลกเปลี่ยนบางส่วนด้วยการรีวิวธุรกิจคลินิก พร้อมบอกว่า ตอนนี้กระแสเงินเริ่มหมุนคล่องขึ้นกว่าเดิม จากเมื่อก่อนที่ต้องหาเงินแบบเดือนชนเดือน

และสำหรับ Take Hormones Thailand รอบสุดท้าย นาราเผยว่า จะจัดขึ้นในวันที่ 13 กันยายน ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ในธีม “พิพากษา” โดยจะเปิดจำหน่ายบัตรหลังจบ EP.8 และตั้งใจจัดเวทีให้อลังการมากขึ้น พร้อมฝากแฟน ๆ ติดตามกันต่อค่ะ
หลังจากนี้คงต้องรอดูกันต่อค่ะว่า หลังจากนาราออกมาเปิดใจและเล่าต้นเหตุในมุมของตัวเองแล้ว ทางด้านจั๊กจั่นจะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหรือไม่ และสุดท้ายทั้งคู่จะมีโอกาสได้กลับมาคุยกันเพื่อเคลียร์ใจกันอีกครั้งหรือเปล่าค่ะ เอาเป็นว่าเรื่องราวนี้จะมีบทสรุปอย่างไร เราคงต้องรอติดตามกันต่อค่ะ
#นาราเครปกะเทย #จั๊กจั่นอคัมย์สิริ #TakeHormonesThailand #TakeHormonesThailandSS3 #มะเดี่ยว #รายการแฉ #มดดำคชาภา #เอมี่มรกต #น็อตวรฤทธิ์ #ดราม่าจั๊กจั่น #ดราม่านารา #ค่าตัวจั๊กจั่น #ข่าวบันเทิง #ข่าวดารา #ประเด็นร้อน #ล้อมวงเล่า



