Saturday, 12 September 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

ลาก่อน ‘ป๊อป สยาม’ แสงหมด? ขายเบนซ์แล้ว เดือดจัด ‘คู่กรณี’ ตามเคลียร์ถึงบ้าน

ชื่อของ “ป๊อป สยาม” กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งค่ะ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยพูดกลางไลฟ์ว่าจะขายรถเพื่อนำเงินไปลงทุน ล่าสุดมีข้อมูลว่ารถเบนซ์มือสองที่เคยซื้อมาได้ถูกขายออกไปเรียบร้อยแล้ว และเจ้าตัวยังพูดถึงการซื้อมอเตอร์ไซค์มือสองไว้ใช้แทน แต่ยังไม่ทันได้พัก ดราม่ารอบใหม่ก็ตามมาติด ๆ หลังป๊อปไลฟ์พูดถึงกลุ่มคนในพื้นที่ไร่ขิง จนมีคนเดินทางไปพูดคุยถึงหน้าบ้าน พร้อมมีตำรวจเข้ามาดูแลสถานการณ์ค่ะ

เรียกได้ว่าช่วงนี้ชีวิตของ “ป๊อป สยาม” มีเรื่องให้ชาวเน็ตจับตาแทบไม่เว้นวันเลยค่ะ จากอดีตไรเดอร์ส่งอาหารที่แจ้งเกิดจากคลิปสัมภาษณ์กลางสยาม ก่อนชื่อเสียงจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจาก TikTok และวลี “กูแค้น” จนช่วงหนึ่งมีทั้งคนดูไลฟ์จำนวนมาก มีของขวัญจากแฟนคลับ ซื้อทอง กระเป๋าแบรนด์เนม รถเบนซ์มือสอง รวมถึงย้ายไปเช่าบ้านหลังใหญ่ขึ้นค่ะ

แต่ช่วงหลังกลับเริ่มมีคนตั้งข้อสังเกตว่า กระแสและคนที่สนับสนุนลดลง หลังป๊อปออกมาพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย การขายของใช้บางอย่าง และก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยพูดไว้เองว่า จะนำกล้องไปขายเพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำมันและค่าที่จอดรถ รวมถึงเคยพูดถึงแผนจะนำรถไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อเอาเงินก้อนมาหมุนค่ะ โดยรถเบนซ์ที่ป๊อปซื้อมาก่อนหน้านี้ เป็นรถมือสอง อายุรถค่อนข้างหลายปี ซึ่งป๊อปซื้อมาในราคาประมาณ 3 แสนกว่าบาท แต่ภายหลังจากซื้อมาค่ะ ก็ยังมีค่าใช้จ่ายเรื่องการซ่อมบำรุง ทั้งช่วงล่าง ผ้าเบรก น้ำมันเครื่อง และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกหลายรายการ

กระทั่งล่าสุด ป๊อปก็นำรถคันดังกล่าวไปขายเรียบร้อยแล้ว โดยขายต่อในราคาประมาณ 280,000 บาท โดยป๊อปก็ยังได้พูดถึงแผนชีวิตต่อว่า จะหาซื้อมอเตอร์ไซค์มือสองมาใช้แทน และนำเงินบางส่วนไปเปิดพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้น โดยย้ำว่าจะเลือกลงทุนในธุรกิจไทยก่อน พร้อมพูดด้วยว่า ก่อนจะช่วยให้ประเทศร่ำรวยได้ ตัวเองก็ต้องทำให้ตัวเองร่ำรวยก่อน

เรียกได้ว่า จากเมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่เพิ่งซื้อรถเบนซ์มาใช้ วันนี้รถคันนั้นก็ถูกขายออกไปแล้ว ซึ่งก็ทำให้ชาวเน็ตกลับมาตั้งคำถามเรื่องการบริหารเงินของป๊อปอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อช่วงที่ผ่านมา มีทั้งโทรทัศน์ กล้อง อุปกรณ์ไลฟ์ รวมถึงทรัพย์สินบางอย่างที่ทยอยถูกนำออกขาย

ขณะเดียวกันค่ะ ก็ยังมีอีกประเด็นที่เดือดไม่แพ้กัน หลังป๊อปไลฟ์สด พูดถึงวัดไร่ขิงโดยมีการพูดถึงเรื่องกลุ่มผู้มีอิทธิพล นักเลง รวมถึงการประมูลพื้นที่ภายในวัด และบอกว่า หากมีคนทุจริตหรือใช้อำนาจเอาผลประโยชน์ เจ้าตัวไม่สนับสนุน แต่ปัญหาคือบางช่วงของคำพูด ฟังๆดูแล้ว ก็เหมือนพาดพิงและเหมารวมคนในพื้นที่ ทำให้เกิดความไม่พอใจตามมาค่ะ

หลังจากนั้น ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปถึงบริเวณบ้านของป๊อป เพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าว โดยก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาด้วย เพื่อดูแลไม่ให้สถานการณ์บานปลายค่ะ โดยก็มีการพูดคุยกับป๊อปว่า หากเจ้าตัวต้องการวิจารณ์เรื่องการทุจริต ก็ควรพูดให้ชัดว่าเป็นใครหรือหมายถึงใคร ไม่ควรใช้ถ้อยคำที่ทำให้ชาวไร่ขิงหรือศิษย์ไร่ขิงทั้งหมดถูกเหมารวมไปด้วย

โดยด้านป๊อปก็ชี้แจงว่า ตัวเองไม่ได้ตั้งใจเหมารวมคนทั้งหมด และยืนยันว่าที่พูดถึงคือคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือมีการทุจริตเท่านั้น ก่อนจะมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน โดยก็ยังมีคนเตือนป๊อปด้วยว่า อย่าไปด่าใครอีก และให้ระมัดระวังการใช้คำพูดในไลฟ์มากขึ้น ขณะที่ป๊อปเองก็พยายามอธิบายว่า สิ่งที่พูดก่อนหน้านี้เป็นการต่อต้านพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ต้องการพาดพิงทุกคนในพื้นที่ค่ะ แต่ก็ถือว่าโชคดีค่ะ ที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงหรือเกิดการกระทบกระทั่งกัน และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คำพูดของป๊อปกลายเป็นประเด็น เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยพูดถึงหลายเรื่อง ทั้งประเด็นสังคม การเมือง ผู้มีอิทธิพล รวมถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแส จนบางครั้งก็เกิดดราม่าตามมาค่ะ

เรียกได้ว่าจากเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ที่ชีวิตของ “ป๊อป สยาม” กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งซื้อรถเบนซ์ ใช้ของแบรนด์เนม และมีคนเข้ามาสนับสนุนจำนวนมาก วันนี้เจ้าตัวกลับเลือกขายรถ เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์มือสอง และประกาศว่าจะนำเงินไปลงทุน ขณะเดียวกันก็ยังต้องรับมือกับดราม่าที่เกิดจากคำพูดของตัวเองอีกค่ะ ส่วนหลังจากนี้ “ป๊อป สยาม” จะสามารถเรียกกระแสและสร้างชื่อเสียงให้กลับมาได้อีกครั้งหรือไม่ รวมถึงจะยังมีคนคอยสนับสนุนเหมือนช่วงที่ผ่านมาไหม ก็คงขึ้นอยู่กับตัวป๊อปเองแล้วค่ะ ว่าจากนี้จะปรับตัว จัดการชีวิต และใช้โซเชียลอย่างไร ก็อยู่ที่การกระทำหลังจากนี้แล้วค่ะ

ยัดบอกว่า ในตอนที่ต้าขอลาออกจากบริษัท ทางด้านบัญชีแจ้งว่า ในทางกฎหมายไม่สามารถให้ออกจากการถือหุ้นแบบตัวเปล่าได้ จำเป็นต้องมีธุรกรรมซื้อขายหุ้นเกิดขึ้น ยัดจึงนำยอดหนี้ 300,000 บาทที่ต้าเคยยืมไว้ มาหักลบและตีเป็นมูลค่าการซื้อหุ้น 49% ของต้าแทน โดยพี่หนุ่มและทนายตุ๋ยจึงตั้งข้อสงสัยว่า หากเงิน 300,000 บาทถูกนำไปหักเป็นค่าซื้อหุ้นเรียบร้อยแล้ว เท่ากับในทางบัญชีหรือทางธุรกรรม หนี้ 300,000 บาทก้อนเดิมของต้าก็ควรถูกหักล้างไปด้วย แต่ในขณะที่ช่วงต้นรายการ ยัดกลับยังพูดในลักษณะว่า ต้ายังไม่ได้คืนเงิน 300,000 บาทให้ค่ะ

จึงทำให้เกิดความย้อนแย้งของตัวเลขว่า ในขณะที่ยัดสามารถนำเงินบริษัทออกไปในรูปแบบ “เงินยืมกรรมการ” จำนวนประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้านและทรัพย์สินต่าง ๆ ได้ แต่หุ้น 49% ของต้า แต่กลับถูกตีมูลค่าไว้เพียง 300,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก
ด้านแอมเองก็ยอมรับว่า หากมองจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว มูลค่าบริษัทกับเงิน 300,000 บาทนั้นห่างกันมาก จนเป็นเรื่องยากที่คนทั่วไปจะเชื่อ แต่แอมยังยืนยันว่า ในวันที่พูดคุยกัน ต้าเป็นฝ่ายบอกเองว่า “ไม่เอาอะไรเลย”

พร้อมกันนี้ค่ะ แอมยังย้ำอีกว่า หากต้าพูดคุยและเรียกร้องส่วนแบ่งอย่างตรงไปตรงมา ฝั่งตนก็พร้อมแบ่งให้ เพราะยอมรับว่าต้าควรได้รับส่วนที่เหมาะสม แต่สถานการณ์ในวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะฝั่งตัวเองรู้สึกว่าถูกฟ้องร้อง ถูกสังคมโจมตี รวมถึงมีประเด็นเกี่ยวกับลูกและครอบครัว ซึ่งแอมมองว่าเกินขอบเขตค่ะ

แอมบอกอีกว่า เคยมีการนำภาพหรือนำเรื่องของลูกไปโพสต์ จนทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ปลอดภัย รวมถึงเหตุการณ์ที่ศาล ซึ่งแอมอ้างว่า ต้าเคยพูดแซวว่าโทรม และยังได้พูดถึงโรงเรียนของลูก รวมถึงมีคำพูดบางอย่างที่ทำให้แอมรู้สึกไม่สบายใจ จนตัวเองต้องพูดต่อหน้าศาลว่า รู้สึกไม่ปลอดภัย และต่อมาหลังจากนั้นเพจ FEDFE ก็ได้มีการโพสต์พาดพิงถึงโรงเรียนของลูก รวมถึงมีประเด็นที่แอมและคนใกล้ตัวมองว่าเป็นการข่มขู่เรื่องคดีต่าง ๆ

แน่นอนค่ะว่าหลังจบรายการทางด้านต้า ก็ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อเพิ่มเติม โดยต้าก็ร้องไห้ด้วยความดีใจพร้อมบอกว่า ดีใจที่ทุกคนเอ็นดู และให้กำลังใจ ผมสู้ด้วยตัวเองมาตลอด10กว่าเดือน โดนทัวร์ลง กล่าวหาว่าโจมตีขายเพื่อน และไม่รู้จะปรึกษาใคร ผมแค่เรียกร้องความเป็นธรรมในส่วนที่ผม ควรจะได้ ตั้งแต่ช่องเฟ็ดเฟ่ ช่องชัยโสโร ทั้งหมดที่ทำงาน15ปี อยากจะคุยตกลงกัน และเมื่อถูกถามว่าตัวเลขประมาณเท่าไหร่ โดยทางด้านต้าบอกว่า 19ล้านครับ อันนี้นับเฉพาะในส่วนที่ผมต้องได้ ตลอกระยะเวลาที่อยู่ในบริษัทมา7ปี

เรียกได้ว่าจากที่ตอนแรกหลายคนคิดว่า วันนี้อาจได้เห็นอดีตเพื่อนรักกลับมาเคลียร์ใจกัน กลับกลายเป็นว่า รายละเอียดก็ยิ่งซับซ้อนกว่าเดิมค่ะ และหลังจากที่แต่ละฝ่ายเปิดเอกสารและเล่ามุมของตัวเองแล้ว เรื่องราวจะเดินหน้าต่อไปในทิศทางไหน และเรื่องทรัพย์สินที่ต้าเรียกร้องจำนวน19ล้านบาทนั้น จะได้คืนหรือไม่ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ เราคงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

#ป๊อปสยาม #ป๊อปสยามกูแค้น #กูแค้น #TikTok #ขายรถเบนซ์ #MercedesBenz #ไร่ขิง #วัดไร่ขิง #ดราม่าป๊อปสยาม #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #อินฟลูเอนเซอร์ #TikToker #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.