มหากาพย์ “ต้า เฟ็ดเฟ่–ยัด ชัยโสโร” ยังเดือดต่อ หลังต้าเปิดใจทั้งน้ำตาในโหนกระแส ล่าสุด “พล่ากุ้ง” รุ่นพี่ที่เคยร่วมงานกับทั้งคู่ ออกคลิปพูดตรงถึงยัด ยอมรับยังไม่ได้ฟังหลักฐานฝั่งยัดครบ แต่จากสิ่งที่ปรากฏตอนนี้มองว่ากระแสสังคมเทไปทางต้าหนัก พร้อมฝากให้ถอยกลับมามองความเป็นเพื่อนและหาทางไกล่เกลี่ย ขณะที่ “เพชรพายกล้อ” รุ่นพี่คนสนิทของยัด ก็ออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน

ตามกันต่อค่ะ กับมหากาพย์เพื่อนรักกว่า 20 ปี ระหว่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” ที่วันนี้กลายมาเป็นคู่กรณี หลังมีทั้งข้อพิพาทเรื่องหุ้น สิทธิในช่อง รายได้บริษัท ทรัพย์สิน เอกสาร รวมถึงคดีที่ฝั่งยัดยื่นฟ้องต้า 2 คดี เรียกค่าเสียหายรวม 20 ล้านบาทค่ะ โดยเมื่อวานนี้ค่ะหลังจากที่ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ได้ไปเปิดใจในรายการโหนกระแส ซึ่งต้าเล่าว่าเดิมทีการตั้งบริษัทชัยโสโร แบ่งหุ้นกัน 49% ต่อ 49% และอีก 2% เป็นของภรรยาฝั่งยัด
อีกทั้งยังถูกลดเงินเดือนจาก 150,000 บาท เหลือ 40,000 บาท และมาทราบในภายหลังว่า ชื่อของตัวเองไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นแล้ว นอกจากนี้ ต้ายังตั้งคำถามถึงทั้งเงินบริษัท บ้าน รถหลายคัน เงินปันผล รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการโอนหุ้น โดยยืนยันว่าไม่เคยตกลงขายหุ้น 49% ในราคา 300,000 บาท และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลายเซ็นในเอกสารบางฉบับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานและกระบวนการกฎหมายต่อไปค่ะ
ต้ายังบอกด้วยว่าตัวเองเคยถูก Gaslighting และถูกลดคุณค่าซ้ำ ๆ จนกระทบชีวิตอย่างหนัก ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิต ก่อนจะกลับมาตั้งหลักจากการปฏิบัติธรรมและเริ่มสร้างงานใหม่อีกครั้ง ขณะที่ช่วงหนึ่งของรายการ ต้าถึงกับร้องไห้และพูดกับยัดว่า ยังคิดถึงและยังรักเพื่อนอยู่ พร้อมถามตรง ๆ ว่า “นายฟ้องเราทำไมวะ” และบอกว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ อยากเป็นเพียงเพื่อนกัน ไม่อยากทำธุรกิจร่วมกันอีกค่ะ ขณะที่ “ยัด ชัยโสโร” ก็โฟนอินเข้ามาชี้แจงอีกฝั่ง โดยยืนยันว่า เรื่องหุ้นและเอกสารมีรายละเอียดมากกว่าที่ถูกพูดถึง และไม่ต้องการลงรายละเอียดทั้งหมด เพราะคดีอยู่ในชั้นศาล พร้อมยอมรับว่าฟ้องต้า 2 คดี คดีละ 10 ล้านบาทจริง และบอกว่าตัวเองมีหลักฐานพร้อมต่อสู้ ขณะเดียวกันยังตั้งคำถามด้วยว่า ทำไมเรื่องที่ต้าพูด ทำไมถึงทำให้ตัวเองดูแย่ไปหมด พร้อมประกาศว่าจะนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในรายการโหนกระแส วันที่ 31 สิงหาคมนี้ค่ะ



ขณะที่ท่ามกลางกระแสที่กำลังร้อนแรง ล่าสุด “พล่ากุ้ง” ซึ่งเคยร่วมงานและรู้จักทั้งต้าและยัด ก็ได้ออกมาอัดคลิปพูดถึงเรื่องนี้แบบตรง ๆ โดยพล่ากุ้งบอกว่า ตอนที่อัดคลิปนี้ ตัวเองยังไม่ได้ฟังหลักฐานจากฝั่งยัดทั้งหมด และรู้ว่าฝั่งยัดยังมีนัดไปชี้แจงในโหนกระแสอีกครั้ง แต่จากภาพที่เห็นในเวลานี้ พล่ากุ้งมองว่า กระแสสังคมเทไปทางฝั่งต้าอย่างมาก ถึงขั้นประเมินว่าเกิน 90% แล้วค่ะ
พล่ากุ้งบอกด้วยว่า ตัวเองเคยสัมภาษณ์ต้า แต่ในตอนนั้นแทบไม่ได้ลงรายละเอียดดราม่า เพียงพูดในทำนองว่าอยากให้เพื่อนกลับมาคืนดีกัน เพราะส่วนตัวรู้จักและเคยร่วมงานกับทั้งสองคน จึงมองทั้งคู่เหมือนเป็นน้อง โดยพล่ากุ้งก็ได้ฝากถึงยัดว่า เรื่องระหว่าง “คำว่าเพื่อน” กับ “เรื่องกฎหมาย” มันอาจเป็นคนละส่วนกัน เพราะในความสัมพันธ์ของเพื่อน อาจมีทั้งคำพูด คำสัญญา หรือความไว้ใจกัน แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย สิ่งที่จะถูกนำมาพิจารณาก็คือเอกสาร ลายเซ็น ไทม์ไลน์ และหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ค่ะ
พล่ากุ้งยังพูดถึงช่วงที่ต้าร้องไห้และถามว่า “มึงฟ้องกูทำไมวะเพื่อน” รวมถึงช่วงที่ยัดพูดว่า “ทำไมคุณทำให้ผมดูแย่” โดยพล่ากุ้งมองแบบตรง ๆ ว่า ในสายตาสังคมตอนนี้ ภาพของยัดเสียไปมากแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเสียจากคำพูดในรายการ แต่เริ่มมาตั้งแต่ความขัดแย้งและการฟ้องร้อง ก่อนจะมีข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ทยอยถูกนำออกมาเปิดเผย



อย่างไรก็ตาม พล่ากุ้งย้ำว่า หากยัดมีหลักฐานเด็ดที่สามารถหักล้างสิ่งที่ต้าพูดได้จริง ตัวเองก็พร้อมยอมรับว่ามองผิด เพราะจนถึงตอนนี้เจ้าตัวยังไม่ได้ฟังหลักฐานจากฝั่งยัดทั้งหมด เพียงแต่มองจากข้อมูลที่ปรากฏในรายการและความรู้สึกในฐานะคนที่รู้จักทั้งสองฝ่าย เพราะถึงต่อให้ยัดมั่นใจว่าตัวเองถูก ก็อยากให้ลองถอยออกมามองสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่เข้าข้างตัวเอง โดยเฉพาะประเด็นเงินกองกลาง รถ บ้าน และผลประโยชน์ต่าง ๆ ว่าสิ่งไหนเป็นเงินส่วนตัว สิ่งไหนเป็นเงินของบริษัท และส่วนไหนที่หากมองในฐานะเพื่อนแล้ว ต้าควรมีสิทธิได้รับจริงหรือไม่ค่ะ
พล่ากุ้งยังตั้งข้อสังเกตถึงชีวิตของต้าในวันนี้ว่า หลังทำงานมานานหลายปี กลับยังต้องเริ่มต้นใหม่ มีคุณพ่อที่ต้องดูแล และต้องสร้างงานใหม่ขึ้นมาเอง พร้อมบอกว่า หากยัดสามารถกลับมาคุยกันแบบเพื่อน และแบ่งในส่วนที่ควรแบ่งได้ เรื่องที่กำลังร้ายก็อาจมีโอกาสกลับมาดีขึ้นได้ค่ะ
เพราะต่อให้สุดท้ายยัดชนะในทางกฎหมาย แต่หากสังคมยังคงติดใจกับข้อเท็จจริงบางอย่าง ภาพลักษณ์ก็อาจไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม เพราะทั้งต้าและยัดต่างก็เป็นคนในวงการ และทำงานที่ต้องพึ่งพาความเชื่อมั่นจากผู้ชม จึงอยากให้คิดถึงผลในระยะยาวมากกว่าการเอาชนะกันเพียงอย่างเดียวค่ะ


และประโยคที่พล่ากุ้งย้ำหลายครั้ง คือ “ถอยมาคุยกัน” เพราะจากที่ตัวเองฟัง ต้ายังพร้อมไกล่เกลี่ย และยังมีความรู้สึกในฐานะเพื่อนอยู่ พล่ากุ้งจึงมองว่า หากยังเหลือความผูกพันและวันดี ๆ ที่เคยมีกัน การจบเรื่องด้วยการพูดคุย อาจดีกว่าการเดินหน้าฟาดฟันกันจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพังไปค่ะ
พล่ากุ้งยังพูดถึงบริบทของยุคสมัยด้วยว่า สิ่งที่สมัยก่อนคนอาจมองว่าเป็นการเล่นกันแรง ๆ เพื่อความตลก อย่างการตบหัวหรือแกล้งกัน วันนี้สังคมมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น ดังนั้นบางเรื่องที่เคยถูกมองเป็นเรื่องปกติในอดีต ก็อาจต้องกลับมาทบทวนใหม่ค่ะ
พล่ากุ้งยังบอกด้วยว่า ตัวเองรักทั้งต้าและยัด ไม่ได้ต้องการเลือกข้างหรือซ้ำเติมใคร แต่รู้สึกว่าเรื่องนี้ยังสามารถจบได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่ และไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บมากไปกว่านี้ พร้อมมองว่า หากวันหนึ่งทั้งคู่สามารถกลับมาร่วมงานหรืออย่างน้อยจบกันด้วยดี แฟน ๆ จำนวนมากก็น่าจะพร้อมสนับสนุน เพราะสุดท้ายแล้วในมุมของเขา “ความเป็นเพื่อนสำคัญกว่าเงินทอง” ค่ะ
ไม่เพียงเท่านั้นค่ะ หลังจากนั้นพล่ากุ้งยังได้ออกมาโพสต์ข้อความอีกว่า ”แจ็คแฟนฉัน โทรหาขอเบอร์ต้าร์จากผม บอกว่ามีผู้ใหญ่ใจดีจะให้เงินต้าร์
ไว้ใช้เรื่องพ่อ หลายตังค์เลยอนุโมทนาบุญด้วยครับ” เรียกได้ว่าท่ามกลางมรสุมคดีความ อย่างน้อยก็ยังมีอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับต้า เมื่อมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลคุณพ่อค่ะ
ขณะเดียวกัน ทางด้าน “เพชรพายกล้อ” รุ่นพี่คนสนิทของยัด ชัยโสโร ก็ออกมาเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน โดยโพสต์ข้อความว่า ”พี่ก็อยู่ของพี่เฉยๆ หนูมาหาพี่เอง พี่ก็นั่งของพี่เฉยๆ หนูมารักพี่เอง #หนูมารักพี่เอง” หลังจากนั้นมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ว่า ”ไม่ช่วยน้องรักหน่อยหราครับ พี่เพชร” ด้านเพชรก็ตอบกลับว่า ”ให้ช่วยยังไงดี”

เรียกได้ว่าตอนนี้ดราม่า “ต้า–ยัด” ไม่ได้ถูกพูดถึงเฉพาะสองคนแล้วค่ะ เพราะคนรอบตัว รุ่นพี่ เพื่อน และคนที่เคยร่วมงานกับทั้งคู่ก็ทยอยออกมาแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือ หลายประเด็นที่ถูกพูดถึง โดยเฉพาะเรื่องหุ้น เงินบริษัท เอกสาร และทรัพย์สิน ยังเป็นข้อกล่าวหาและคำชี้แจงที่แต่ละฝ่ายให้ข้อมูลไม่ตรงกัน และยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมายค่ะ ขณะที่หลายคนก็ยังจับตาวันที่ 31 สิงหาคมนี้ค่ะ ที่ “ยัด ชัยโสโร” บอกว่าจะเดินทางมาเปิดใจในรายการโหนกระแส พร้อมนำหลักฐานของตัวเองออกมาชี้แจง ว่าสุดท้ายแล้วจะมีข้อมูลอะไรที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผย และจะสามารถตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ที่สังคมกำลังตั้งคำถามอยู่ได้หรือไม่ งานนี้เราคงต้องรอติดตามไปพร้อมกันค่ะ
#ต้าเฟ็ดเฟ่ #ยัดชัยโสโร #พล่ากุ้ง #เฟ็ดเฟ่ #ชัยโสโร #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #เพชรพายกล้อ #แจ็คแฟนฉัน #มหากาพย์เพื่อนรัก #เพื่อนรักหักเหลี่ยม #ดราม่าเฟ็ดเฟ่ #ข่าวบันเทิง



