หลังคำสัมภาษณ์ของ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” ที่บอกว่า ไม่ได้หึง “พีพี กฤษฏ์” เพราะไม่ได้เป็นอะไรกันและไม่มีหน้าที่ต้องหึง ทำเอาแฟนคลับบางส่วนใจหาย ล่าสุดพีพีออกมาเปิดใจแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกกระทบกระเทือน เพราะทั้งคู่รู้จักและผูกพันกันมากว่า 10 ปี อีกฝ่ายยังคงเป็นคนสำคัญในชีวิตเสมอ พร้อมเคลียร์ข่าวลืออวสานคู่จิ้นว่า ไม่ได้แยกย้ายกันเติบโต เพียงต่างคนต่างโฟกัสเส้นทางของตัวเอง และยังพร้อมกลับมาร่วมงานกันหากมีโอกาสที่เหมาะสม


ยังคงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แฟนคลับจับตามองอย่างมากค่ะ สำหรับความสัมพันธ์ของ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” และ “พีพี กฤษฏ์” หลังจากก่อนหน้านี้บิวกิ้นได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องความหึงหวง เมื่อพีพีไปร่วมงานและมีซีนใกล้ชิดกับคนอื่น โดยบิวกิ้นยอมรับว่า ครั้งก่อนอาจใช้คำพูดไม่ชัดเจน พร้อมอธิบายว่า ที่บอกว่าไม่หึงนั้น เป็นเพราะทั้งคู่ไม่ได้เป็นอะไรกัน จึงไม่มีหน้าที่ต้องไปหึง อีกฝ่ายจะเลือกทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา และแต่ละคนต่างมีตัวตน ความชอบ รวมถึงเส้นทางชีวิตของตัวเอง จึงไม่ควรเข้าไปยุ่มย่ามกับการตัดสินใจของกันและกันมากเกินไป
บิวกิ้นยังบอกด้วยว่า หากพีพีทำสิ่งไหนแล้วมีความสุข ตนก็มองว่าเป็นเรื่องดี พร้อมชื่นชมว่าอีกฝ่ายมีความสามารถและพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง รู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นพีพีเดินหน้าไปในเส้นทางที่ตัวเองต้องการ อย่างไรก็ตาม ประโยคที่บอกว่า “ไม่ได้เป็นอะไรกัน” และ “ไม่มีหน้าที่ไปหึง” ก็ทำเอาแฟนคลับบางส่วนเกิดอาการใจหายค่ะ เพราะหลายคนมองว่าเป็นคำตอบที่ตรงเกินไป จนเกิดการตีความไปต่าง ๆ นานาว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อาจเปลี่ยนไป หรือกำลังจะถึงจุดอวสานคู่จิ้นแล้วหรือไม่
ขณะที่ล่าสุด ทางด้านพีพีก็ได้ออกมาเคลียร์ใจถึงเรื่องนี้แบบตรงไปตรงมาค่ะ โดยยืนยันว่า ปัจจุบันตัวเองยังโสด ส่วนอีกฝ่ายจะหึงหรือไม่หึงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของบิวกิ้นเลย พีพีบอกว่า คำสัมภาษณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบกระเทือนจิตใจของตัวเอง เพราะทั้งคู่รู้จักและผูกพันกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งหากเทียบกับอายุในตอนนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาถึงครึ่งหนึ่งของชีวิตเลยทีเดียว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งคู่มีเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ร่วมกันมากมาย พีพีจึงมองว่า ไม่ว่าบิวกิ้นจะหึงหรือไม่หึงก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ ทั้งสองคนยังคงเป็นคนที่หวังดีและปรารถนาดีต่อกันเสมอ ขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวลือเรื่อง “อวสานคู่จิ้น” หรือการที่ทั้งคู่กำลังแยกย้ายกันไปเติบโต พีพีก็ชี้แจงว่า ไม่ได้รู้สึกว่าต้องใช้คำว่าแยกย้ายกันเติบโต เพราะจริง ๆ แล้วทั้งคู่ต่างเข้าใจกันดีอยู่แล้ว และตามปกติก็ไม่ได้เจอกันบ่อยขนาดนั้น
อย่างก่อนหน้านี้ กว่าที่บิวกิ้นและพีพีจะได้กลับมาร่วมงานแสดงด้วยกันอีกครั้ง ก็ต้องใช้เวลานานถึงประมาณ 4 ปี ดังนั้น การที่ช่วงนี้ต่างคนต่างมีงาน มีเป้าหมาย และเดินตามเส้นทางของตัวเอง จึงไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ต้องจบลงหรือห่างเหินกันไป พีพีอธิบายว่า ตอนนี้แต่ละคนอยู่ในช่วงที่ต้องโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และตั้งใจผลิตผลงานดี ๆ ออกมาให้แฟนคลับได้ติดตาม การไม่ได้ปรากฏตัวด้วยกันบ่อยเหมือนช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นเพียงเรื่องของจังหวะงานและเส้นทางชีวิต ไม่ใช่การตัดขาดหรือแยกย้ายกันอย่างที่ถูกลือ ส่วนโอกาสที่จะได้กลับมาเจอกันหรือทำงานร่วมกันอีกครั้ง พีพียืนยันว่า ยังมีอยู่เสมอค่ะ พร้อมมองว่าเป็นเรื่องของพรหมลิขิตและจังหวะที่เหมาะสม หากในอนาคตมีโอกาสหรือมีโปรเจกต์ที่ลงตัว ทั้งคู่ก็พร้อมและยินดีที่จะกลับมาร่วมงานกันอีกอย่างแน่นอน


สุดท้ายแล้ว หลังจากนี้แฟน ๆ จะได้เห็นบิวกิ้นและพีพีกลับมาร่วมงานกันอีกเมื่อไร และพรหมลิขิตจะพาทั้งคู่กลับมาเจอกันในผลงานรูปแบบไหน ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ แต่จากคำตอบล่าสุด อย่างน้อยที่สุดก็ชัดเจนว่า ทั้งคู่ไม่ได้ปิดประตูใส่กัน และยังคงเป็นคนสำคัญในชีวิตของกันและกันเสมอค่ะ
#บิวกิ้น #พีพี #บิวกิ้นพีพี #พีพีกฤษฏ์ #บิวกิ้นพุฒิพงศ์ #BKPP #คู่จิ้นบิวกิ้นพีพี #อวสานคู่จิ้น #ไม่ได้เป็นอะไรกัน #ไม่หึง #คนสำคัญในชีวิต #มิตรภาพ10ปี #แยกย้ายเติบโต #ข่าวบันเทิง #ดราม่าบันเทิง #แฟนคลับ #ล้อมวงเล่า



