ศึกเพื่อนรักกว่า 20 ปี “ต้า เฟ็ดเฟ่–ยัด ชัยโสโร” ยังเดือดต่อ หลังขึ้นศาลไกล่เกลี่ยคดีแรก ก่อนฝั่งยัดถอนฟ้อง แลกกับการให้เพจกลับไปเป็นของบริษัทชัยโสโร ขณะที่ฝั่งต้าออกมาเคลื่อนไหวรัว ๆ ทั้งเพจ TRULY, เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์, แอ๊ะ ชาติฉกาจ และทนายไข่มุก ด้านทนายพัฒนสินเปิดมุมกฎหมาย ชี้ศาลไม่ได้พิจารณาเพียงข้อความในสัญญา แต่ยังต้องดู “เจตนาที่แท้จริง” ของคู่กรณีด้วย


ส่อแววไม่จบง่าย ๆ ค่ะ สำหรับดราม่าระหว่างอดีตเพื่อนรักกว่า20ปี “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” เพื่อนเก่าที่เคยทำงานร่วมกัน วันนี้กลายเป็นข้อพิพาทใหญ่ที่มีทั้งเรื่องหุ้น เงินบริษัท ทรัพย์สิน เอกสาร และคดีเรียกค่าเสียหายรวม 20 ล้านบาทเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้ ฝั่งต้าได้ออกมาเปิดใจในรายการโหนกระแส พร้อมเล่ามุมของตัวเองแบบหมดเปลือก ทั้งปมเงินบริษัท บ้าน รถ เงินปันผล รวมถึงเอกสารโอนหุ้นที่ต้ายืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเซ็น ขณะที่สิ่งที่ต้าต้องการ ก็คือส่วนที่มองว่ตัวเองลงแรงสร้างมาหลายปี เพื่อนำกลับไปตั้งตัวและดูแลคุณพ่อที่กำลังป่วยค่ะ
ส่วนฝั่งยัดก็ยืนยันว่า เรื่องนี้ยังมีอีกหลายด้านที่สังคมยังไม่ได้ฟัง และตัวเองมีหลักฐานพร้อมชี้แจง โดยเฉพาะประเด็นเอกสารและสถานะของต้าในบริษัท หลังทนายฝั่งยัดออกมาอ้างว่า มีหลักฐานว่าต้าอยู่ในสถานะ “ลูกจ้าง” ซึ่งก็ยิ่งทำให้คำถามเรื่องหุ้นและสิทธิในบริษัทกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งค่ะ


โดยทางด้าน “ทนายพัฒนสิน” ก็ได้ออกมาโพสต์บทความวิเคราะห์ข้อกฎหมายถึงประเด็นเรื่องของต้าว่า ต่อให้ฝั่งยัดจะมี “สัญญาจ้างงาน” เป็นลายลักษณ์อักษร ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลจะพิจารณาเฉพาะข้อความที่อยู่บนกระดาษเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบกันคือ “เจตนาที่แท้จริง” ของคู่กรณีในขณะที่ทำนิติกรรมด้วยค่ะ
โดยทนายพัฒนสินอธิบายว่า หากต้าอ้างว่าตัวเองถูกชวนมาทำบริษัทร่วมกัน ก็จะต้องย้อนกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ต้าเซ็นเอกสารนั้น เข้าใจว่าตัวเองกำลังเซ็นอะไร มีการพูดคุยหรือตกลงกันไว้อย่างไร รวมถึงข้อความในเอกสารตรงกับความเข้าใจของผู้ร่วมงานในเวลานั้นหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องสถานะของต้าในบริษัท เพราะหากเป็นเพียงลูกจ้างทั่วไป ก็ต้องนำข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาประกอบกัน ทั้งเรื่องการบริหาร การถือหุ้น รวมถึงการลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องนำไปพิสูจน์กันตามหลักฐานค่ะ
อีกประเด็นที่ทนายพัฒนสินหยิบมาวิเคราะห์ คือเรื่องสภาพร่างกายและภาวะทางจิตของผู้ทำสัญญาในช่วงเวลานั้น โดยมองว่า หากมีหลักฐานทางการแพทย์ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกนำมาพิจารณาร่วมกับพฤติการณ์แวดล้อมอื่น ๆ แต่ท้ายที่สุดจะมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน หรือส่งผลต่อเอกสารและสัญญาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการพิจารณาของศาลค่ะ


โดยหลังจากที่โพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ทางเพจ “เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ FEDFE” ก็ได้แชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า ”ฝั่งที่ฟ้องเหลืองคงลืมคิดว่า เชื่อทนายก็ดี แต่พอจ่ายค่าตัวครบ คดีจบ ชีวิตที่เหลือไม่มีคนช่วยนะ อยากชนะในศาลจนตัวสั่นขนาดนั้น จนลืมมองชีวิตครอบครัวหลังจบคดี ว่าจะไปต่ออย่างไร บทความทนายน้ำดี ที่อธิบายกลไกลทนายน้ำเน่า” โดยในโพสต์ดังกล่าว ยังได้แนบภาพคอมเมนต์ของทนายอาม ทนายความฝั่งยัด ที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นว่า ”ผมยืนยันครับว่าถ้าเป็นลูกจ้างบริษัทไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ถือหุ้นครับ มีหลักฐานเอกสารประกอบยืนยันว่า เป็นลูกจ้างครับมีอำนาจบังคับบัญชาชัดเจนครับ และนอกจากนั้นยังมีอย่างอื่นประกอบอีกด้วย แต่พูดไม่หมด เลือกที่จะไม่พูด เวลามันมีน้อยก็เลยไม่พูด เข้าใจพี่ต้า” ขณะที่ทนายพัฒนสิน ก็ได้เข้าไปตอบกลับว่า ”ถ้ามีเอกสารว่าเป็นการจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน และเอกสารนี้ได้นำไปพูดคุยกันจนรู้เรื่องแล้ว แล้วจึงไปจัดทำเอกสารในภายหลัง ก็ต้องนำมาแสดงครับ และที่สำคัญเอกสารที่ถูกทำขึ้นกับความเข้าใจของผู้ร่วมงาน จะต้องตรงกันด้วยนะครับ ถ้าความเข้าใจของผู้ร่วมงาน ไม่ตรงกับเนื้อหาในเอกสาร จะต้องมาพิสูจน์กันว่า ตกลงแล้วเจตนาของผู้ร่วมงาน เป็นไปตามที่เข้าใจ หรือเป็นไปตามที่ระบุไว้ในเอกสาร”
และท่ามกลางการถกเถียงเรื่องเอกสารค่ะ ขณะที่ทางด้าน “ต้า เฟ็ดเฟ่” ก็ได้เดินทางไปศาลตามนัด ในคดีที่ถูกยัด ชัยโสโร ฟ้อง 2 คดี ทั้งเรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเรื่องลิขสิทธิ์คลิปเดโม โดยทางเพจ TRULY ได้โพสต์อัปเดตว่า”คดีสุดปะรื่ด 9 โมง ไกล่เกลี่ยจนถึง 5 โมงเย็น ดูเหงื่อได้ ยังบอกผลไม่ได้ แต่บอกได้แค่ ตามแผน กราบขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้เสี่ยต้าครับ”
กระทั่งหลังเสร็จสิ้นการไกล่เกลี่ยค่ะ ก็มีความเคลื่อนไหวออกมาทันที เมื่อเพจ TRULY เปิดเผยว่า ฝั่งคู่กรณีได้ถอนฟ้องต้าในหนึ่งคดี โดยเป็นคดีเกี่ยวกับการเข้าเพจ ซึ่งทางเพจ TRULY ระบุข้อความว่า ”ยิ้มชนะ 1 คดีแรก เพราะฝั่งนู้นถอนฟ้องจ้า !!!! คดี ที่ต้าถูกฟ้องเรื่องเข้าเพจ(ที่เป็นของตัวเอง อีเมลต้า และต้าเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อช่อง) คู่กรณี ถอนฟ้องแลกกับเอาเพจ ที่มีผู้ติดตาม 2 หมื่นกว่าไปครอบครอง เป็นของบริษัท (อาจจะเพื่อใช้เป็นหลักฐานบางอย่างในวันจันทร์กับรายการโหนกระแส) อิอิ ศาลท่านเมตตาไกล่เกลี่ยจนได้ตกลงบางอย่างที่เป็นประโยชน์กับผู้ฟ้อง แต่ทางต้า ถือว่าได้อิสระ ที่ไม่ต้องไปมาศาลให้เสียประสาท ถือว่าได้สิ่งล้ำค่าคืนมาคือเวลา ซึ่งหากต้ามีเวลา รับประกัน ทำงานรุ่งเรืองแน่ ทั้งนี้ กราบขอบคุณ รายการโหนกระแส ศาลมีบุรี เหล่าทีมทนาย และกำลังใจจากทุกท่านที่ส่งมา อาหารที่ต้าชอบกินที่สุดคือ สุกี้เรือนเพชร วันนี้พาเสี่ยมากินฉลอง ต้าบอกว่า เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในรอบระยะเวลาที่เลวร้าย รักทุกคนจ้า จะแพ้หรือชนะ ก็ไม่ได้สำคัญ เท่า อิสระและการไปไหนก็ไม่อับอายใคร Likit Sittiphun เหลืออีกคดีจ้า เย่!!!!”
ขณะเดียวกันค่ะ ก็มีความเคลื่อนไหวจากทางเพจ “Taryut chaisoro” โดยโพสต์ข้อความแอบเหน็บเบาๆว่า ”คดีวันนี้ เพจเป็นของบริษัทชัยโสโร นะจ๊ะ” แน่นอนว่าหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิจารณ์กันจำนวนมาก บางส่วนแอบเหน็บคืนว่า “เปลี่ยนชื่อเลยสิ เอารูปหน้าตัวเองตั้งเลยสิ” ขณะที่บางส่วนก็จับตารอการชี้แจงในวันจันทร์ พร้อมบอกว่า “เมื่อไหร่จะวันจันทร์ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”



แต่เรื่องกลับเดือดขึ้นมาอีกระลอกค่ะ เมื่อเพจ “เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ FEDFE” ออกมาโพสต์เดือดถึงผลการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ว่า ”ถอนฟ้องเหลือง คดีที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าเพจ Taryut chaisoro ที่เป็นเพจของเหลือง เหลืองเอาเพจส่วนตัวมาเปลี่ยนชื่อ อีเมลล์เหลือง แต่เหลืองโดนฟ้อง… เป็นคดีที่ส้นตีนหนึ่งคดี เหมือนตั้งใจแกล้งให้เสียเวลา ไม่ได้ทำงาน ศาลเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย จนจบที่คู่กรณีถอนฟ้องเหลือง แลกกับความต้องการที่จะใช้ “คำบางคำ” เพื่อไปเป็นหลักฐานพูดในรายการโหนกระแสวันจันทร์ที่จะถึง ตอนนี้แอดมินแอม เปิดคอมเม้นครั้งแรก ภูมิใจนอนกอดเพจ กับเพจที่มีผู้ติดตาม 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มชุมชนปลากัด สามารถเข้าไปแสดงความยินดีได้ก่อนจะปิดเม้น”
ไม่เพียงเท่านั้นค่ะ ทางเพจเฟ็ดเฟ่ยังแชร์โพสต์ของเพจ “Taryut chaisoro” ที่ระบุว่า “คดีวันนี้ เพจเป็นของบริษัทชัยโสโร นะจ๊ะ” ก่อนจะโพสต์ข้อความตอบโต้แบบเดือดจัด แบบหน้าสั่นว่า ”ยินดีด้วยเพจขี้ขโมย ที่ได้เพราะเหลืองยกให้ตอนศาลไกล่เกลี่ย มาภูมิใจอะไร หน้าด้าน ขโมยหุ้น ขโมยเงิน ขโมยช่อง ขโมยเพจ แต่เลือกทำงานไม่เป็น ทำคลิปกระจอกออกมาแล้วก็ไม่กล้าทำมาลงต่อ ไม่กล้าเอาตัวคนขโมยออกมาทำคลิปลงช่อง ต้องไปหลอกเด็กมาทำคลิปหาหอย ทักไปชวนคนมาออกก็ไม่มีใครมา ปิดคอมเม้น บลอกคนเม้น มานะจ๊ะห่าอะไร แอดมินที่ถูกผัวขี้โกงหลอกใช้ เออ มึงเอาคำว่า tar ออกจากชื่อช่องด้วยนะช่องกระจอก 2 หมื่นฟอล แพ้ชุมชนปลาหางนกยูง”
นอกจากนี้ทางเพจเฟ็ดเฟ่ยังได้เผยคลิปเสียงสนทนาที่ต้าพูดคุยกับยัด โดยต้าบอกว่า เดี๋ยวเตรียมทนายให้เราคุยกันนะครับไกล่เกลี่ยกันครับ ยัดก็บอกเสียงแข็งว่าไม่มีการไกล่เกลี่ยแน่นอน โดยทางเพจก็ได้ระบุข้อความด้วยว่า ‘’ปากแข็งใส่เค้า บอกไม่มีไกล่เกลี่ย ไม่มีไกล่เกลี่ยแน่นอน สุดท้ายยอมไกล่เกลี่ยเอง ตัวตลก ทั้งทนาย ทั้งลูกความ กลับคำยับ แบบนี้วันจันทร์ก็คงพูดอะไรมั่วๆได้หมด พูดอะไรไว้กลับคำได้หมด ขอให้รอดพอ เดี๋ยวจบงาน ทนายรับแสง รับเงิน เค้าก็เผ่นแล้ว วางแผนชีวิตหลังจากวันจันทร์ไว้หรือยัง ผัวเมียขี้โกง ทำทุกอย่างเผื่อผลประโยชน์ คนพูดดีๆด้วย ตะคอกใส่เหมือนพวกคนบ้าอำนาจ’’




ขณะที่ทางด้าน “แอ๊ะ ชาติฉกาจ” ก็ออกมาเคลื่อนไหวหลังทราบผลเช่นเดียวกันค่ะ โดยบอกว่า”เกมส์แรก ชนะ จ้า ถอนฟ้องงับ เอกสารอาจจะแพ้หรืออะไรก็ว่าไป แต่ในฐานะมนุษย์ ชนะขาดลอย เพราะของที่แลกมา เหมือนเอาขยะไร้ค่าไปแลกอิสระล้ำค่า ดีใจกับต้า จันทร์จะคดีพลิกหรืออะไรก็ตามแต่ เรามีชีวิต เราไปไหนไม่อาย นั่นก็มากพอแล้ว ยิ่งกว่าชนะในห้องสี่เหลี่ยมอีก ปาริสตันคอนเฟิร์ม สร้างความโกลาหล มวลชนตัดสิน แล้วให้คู่กรณีเลือกตัดสินใจผิด สนุกเลย” โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาถามว่า ”เป็นไปตามแผนของบาริสตันมั้ยครับ”
ซึ่งแอ๊ะตอบกลับสั้น ๆ ว่า ”100%”
โดยทางด้านทนายไข่มุก” ทนายความของต้า ก็ออกมาโพสต์ถึงต้าเช่นเดียวกันว่า ”เสี่ยเดินมาแบบเปียกๆ แถมบอกจะเอาเงินไปทำบุญกันยายน สืบพยานอีกคดี สู้ๆ ค่ะพี่ต้า” พร้อมทั้งคอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ว่า ”ยังไม่มีได้เงินอะไรนะคะ รอเวลา แค่คุยกันว่า พี่ต้าจะเอาเงินค่าประกันตัวคืน หลังหักหนี้แล้วไปทำบุญค่ะ ยังจะใจดีอีก”


เรียกได้ว่าศึกของอดีตเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคู่นี้ยังยังไม่จบง่ายๆค่ะ เพราะแม้หนึ่งในคดีจะจบลงด้วยการถอนฟ้องหลังการไกล่เกลี่ย และเพจกลับไปอยู่กับบริษัทชัยโสโร แต่ยังเหลืออีกหนึ่งคดีที่ต้องสืบพยานกันต่อค่ะ ขณะที่ประเด็นใหญ่เรื่องหุ้น เงินบริษัท และเอกสารต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ และที่น่าจับตาไม่แพ้กันก็คือ การออกมาชี้แจงของ “ยัด ชัยโสโร” ที่หลายฝ่ายกำลังรอฟัง โดยเฉพาะหลังมีการเกริ่นถึง “หลักฐานเด็ด” เอาไว้ก่อนหน้านี้ งานนี้หลักฐานที่เตรียมมาจะตอบข้อสงสัยเรื่องหุ้น เอกสาร และความสัมพันธ์ทางธุรกิจของทั้งคู่ได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะทำให้เรื่องราวกลับมาเดือดกว่าเดิม ก็คงต้องรอฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายและติดตามกระบวนการของศาลกันต่อไปค่ะ
#ต้าเฟ็ดเฟ่ #ยัดชัยโสโร #FEDFE #เฟ็ดเฟ่บอยแบนด์ #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายไข่มุก #ทนายอาม #แอ๊ะชาติฉกาจ #ชัยโสโร #ล้อมวงเล่า



