Tuesday, 28 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘ลุงขิง- แม่เม” เปิดไทม์ไลน์โต้ หลัง ‘ครีม’ แจงปมปัญหาความสัมพันธ์ ยอมรับเพิ่งหย่า!

ดราม่าความสัมพันธ์ “ลุงขิง–ครีม” เดือดอีกระลอก หลังครีมเปิดแชทยืนยันฝ่ายชายยังบอกรัก พร้อมลั่นทั้งคู่ยังไม่ได้เลิกกัน แม้เพิ่งจดทะเบียนหย่า ขณะที่ล่าสุดลุงขิง พร้อมแม่เมและพ่อแซ็ก ออกมาไล่ไทม์ไลน์อีกด้าน ย้ำแชทดังกล่าวเป็นเพียงความผูกพันและความเป็นห่วงในฐานะคนเคยใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าอยากกลับไปเป็นสามีภรรยา

เรียกได้ว่าทำเอาคนดูงงกันทั้งไลฟ์ค่ะ สำหรับดราม่าความสัมพันธ์ของ “ลุงขิง” และ “ครีม” หลังทั้งสองฝ่ายออกมาเล่าเรื่องในมุมของตัวเอง แต่ยิ่งฟังกลับยิ่งมีหลายจุดที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะประโยคของครีมที่บอกว่า “เรายังไม่ได้เลิกกัน ยังเป็นสามีภรรยากันค่ะ” ก่อนจะยอมรับในเวลาต่อมาว่า เพิ่งจดทะเบียนหย่ากันในวันที่ลุงขิงกลับมาล่าสุด  งานนี้จึงทำเอาคนดูตั้งคำถามทันทีค่ะว่า ถ้าหย่ากันแล้ว เหตุใดครีมยังยืนยันว่าไม่ได้เลิกกัน และสถานะของทั้งคู่ตอนนี้ตกลงคืออะไรกันแน่
ฝั่งครีมเล่าว่า ปัญหาความสัมพันธ์สะสมมานานเกือบ 3 ปี และเป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งรับได้ยาก ที่ผ่านมาเธอพยายามให้โอกาสและรอให้อีกฝ่ายปรับตัวแล้ว แต่สุดท้ายก็เรียนรู้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ จึงเลือกถอยออกมา

ครีมยังบอกด้วยว่า พ่อแม่ของลุงขิงเคยมาที่บ้านถึง 2 ครั้งเพื่อช่วยพูดคุยกัน โดยเธอไม่ได้รู้ล่วงหน้า และยืนยันว่าไม่เคยไล่ลุงขิงออกจากบ้าน ตรงกันข้าม ที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายถามตลอดว่า จะกลับบ้านเมื่อไร ส่วนเรื่องการหย่า ครีมเล่าว่า วันนั้นลุงขิงขับรถมารับที่คอนโด ตั้งแต่ประมาณ 7 โมงเช้า โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า อีกฝ่ายเป็นคนเตรียมเอกสารและจองคิวทุกอย่างไว้หมดแล้ว เธอจึงยอมเซ็น เพราะมองว่าหากไม่ทำตาม เรื่องก็คงไม่จบ

แต่สิ่งที่ครีมย้ำหลายครั้งก็คือ เธอรู้ว่าลุงขิงรีบหย่า “เพื่อใคร” และรู้ด้วยว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงต้องโกหก แม้ลุงขิงจะปฏิเสธเรื่องบุคคลที่สาม โดยบอกว่าเป็นเพียงเรื่องงานและเป็นเรื่องที่คนอื่นนำไปปั่นกันเอง ครีมยังพูดถึงสัญลักษณ์ “ดอกไม้สีชมพู” ที่เคยส่งไปให้ลุงขิง เพื่อบอกเป็นนัยว่า “ครีมรู้นะ” ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงจะพูดหรือส่งหลักฐานให้ดู ฝ่ายชายก็ยังยืนยันว่าไม่มีอะไร

อีกประเด็นที่ครีมพูดถึงคือเรื่องบ้านและสุนัข โดยเธอบอกว่าเสียใจมากที่ลุงขิงเคยพูดว่าจะ “ขายบ้านพร้อมหมา” เพราะเธอรักและผูกพันกับสุนัขเหมือนลูก และอีกฝ่ายก็เคยรับปากว่าจะไม่มีวันทิ้งสุนัข ส่วนเรื่องนก ครีมชี้แจงว่า ยังมีคนที่ออฟฟิศและแม่บ้านช่วยดูแล เติมน้ำและอาหารให้ตามปกติ เพราะตัวเธอเองยอมรับว่าเลี้ยงนกไม่เป็น และต้องออกไปทำงานไลฟ์สดบ่อย

จากนั้นครีมได้นำแชทในโทรศัพท์มาเปิดให้ดู โดยมีข้อความตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ซึ่งลุงขิงบอกว่าไม่ต้องย้ายไปไหน ให้อยู่ที่บ้านนี้ต่อไป รวมถึงแชทในวันที่ครีมไลฟ์ ซึ่งมีข้อความว่า “พี่ยังรักครีมมากนะ” “ถ้าเราไม่ได้เป็นเหมือนเดิม พี่เสียใจทุกวัน” และ “ไม่อยากทำอะไรกับบ้าน ให้มันอยู่แบบนั้นไปเถอะ”

ครีมจึงมองว่า อีกฝ่ายยังรัก ยังเป็นห่วง และทั้งคู่ยังไม่ได้จบกันจริง ๆ ก่อนจะตอบคำถามคนดูว่า “ก็เพราะเรายังไม่ได้เลิกกันไง เราจะต่างคนต่างอยู่ยังไง เรายังเป็นสามีภรรยากันค่ะ” แต่หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อมีคนถามว่ายังไม่ได้หย่าหรือ ครีมกลับตอบว่า “เพิ่งหย่าวันที่พี่ขิงกลับมาล่าสุดค่ะ”

ประโยคนี้ทำเอาชาวเน็ตงงเป็นไก่ตาแตกค่ะ เพราะในทางกฎหมายทั้งคู่หย่ากันแล้ว แต่ครีมยังมองว่าความสัมพันธ์ยังไม่จบ จนเกิดคอมเมนต์แซวกันสนั่นว่า “ยังไม่เลิกกัน แต่หย่ากันแล้ว” ก่อนหน้านี้ “แม่เม” ได้ออกมาไลฟ์พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยบอกว่า เดิมทีทั้งคู่เคยตกลงกันว่าจะถอยห่างกันแบบเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้ เพื่อให้เวลาเป็นตัวช่วย แต่สุดท้ายครีมกลับเป็นฝ่ายโพสต์ประกาศโสดและโพสต์เหน็บลุงขิงมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

แม่เมบอกว่า เคยเตือนแล้วว่า หากยังเป็นครอบครัวกัน ไม่ควรโพสต์แซะกันบนโซเชียล หากจะเลิกก็ควรจัดการกันเงียบ ๆ แต่ครีมมองว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวและยังคงโพสต์ต่อ ส่วนประเด็นที่มีการพูดถึงเรื่องฟ้องบุคคลที่สาม แม่เมบอกว่า ตอนนี้ลุงขิงเพิ่งเริ่มมีคนเข้ามาพูดคุยเพื่อศึกษากัน และคนในครอบครัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร จึงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีการโยงไปถึงเรื่องคบซ้อนหรือการฟ้องร้อง

ล่าสุด ลุงขิงได้ออกมาไลฟ์ร่วมกับแม่เมและพ่อแซ็ก เพื่อเล่าไทม์ไลน์อีกด้าน โดยฝั่งลุงขิงระบุว่า ครีมเป็นฝ่ายประกาศตัวว่าโสดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และทั้งคู่ตกลงเลิกกันตั้งแต่ช่วงต้นปี ประมาณเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ส่วนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าทันที เป็นเพราะยังตกลงเรื่องทรัพย์สินและภาระหนี้กันไม่ลงตัว

พ่อแซ็กยังหยิบหลักฐานแชทขึ้นมาโต้ประเด็นที่ครีมบอกว่าไม่รู้เรื่องที่พ่อแม่ลุงขิงจะมาหา โดยระบุว่า ครีมเป็นคนโทรตามพ่อของลุงขิงจากภาคใต้ให้ขึ้นมาช่วยจัดการเรื่องแบ่งทรัพย์สินเอง และที่ผ่านมา พ่อแม่ต้องเดินทางมาพูดคุยถึง 2 ครั้ง เพื่อหวังให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

ในช่วงที่ลุงขิงออกไปตั้งหลัก พ่อแซ็กบอกว่า ลุงขิงยังไม่มีใคร และต้องอยู่กับความเสียใจจนดื่มเกือบเช้าหลายวัน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังรับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ รวมถึงดูแลลูกน้องเหมือนเดิม ส่วนวันหย่า ลุงขิงชี้แจงว่า ไม่ได้ตั้งใจไปปลุกครีมเพื่อพาไปหย่าตั้งแต่แรก แต่วันนั้นสุนัขป่วยกะทันหัน จึงต้องรีบไปดู เมื่อไปถึงแล้ว คนในครอบครัวจึงแนะนำว่า ไหน ๆ ก็มาแล้ว ควรจัดการเอกสารหย่าที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อยไปเลย

ลุงขิงยังยืนยันว่าไม่เคยทิ้งสุนัข เพราะรักเหมือนลูก ถึงขั้นซื้อบ้านเพื่อให้สุนัขมีพื้นที่วิ่งเล่น และเคยสั่งทำเตียงขนาด 9 ฟุต เพื่อให้นอนกับสุนัขได้ทั้งหมด สำหรับเรื่องที่ครีมพูดถึงปัญหาเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน พ่อแซ็กอธิบายว่า เป็นเหตุการณ์ที่ลุงขิงเคยทักไปแซวผู้หญิงคนหนึ่งเล่น ๆ โดยยังไม่เคยเจอกัน และเรื่องนี้ทั้งคู่เคยเคลียร์และให้อภัยกันไปแล้ว ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตคู่กันตามปกติ ฝั่งครอบครัวลุงขิงจึงมองว่า การนำเรื่องเก่ากลับมาเป็นเหตุผลของการเลิกราในวันนี้ อาจไม่ตรงกับไทม์ไลน์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากคือแชทคำว่า “ให้รอ” และ “จะปรับปรุงตัว” ซึ่งพ่อแซ็กย้ำว่า เป็นแชทเก่าตั้งแต่เดือนเมษายน ตอนนั้นลุงขิงยังช็อกกับการเลิกรา ทำใจไม่ได้ และยังอยากขอโอกาส ครอบครัวลุงขิงมองว่า การนำแชทและเหตุการณ์ตลอด 7 เดือนมารวมเล่าในเวลาไม่กี่นาที ทำให้คนดูเข้าใจผิดว่า ข้อความเหล่านั้นเพิ่งเกิดขึ้น ทั้งที่จริงเป็นคนละช่วงเวลากัน

ส่วนแชทล่าสุดที่ลุงขิงทักไปบอกรักและขอโทษ ลุงขิงยอมรับว่าเป็นคนส่งจริง เพราะรู้สึกสงสารครีม หลังไลฟ์ของแม่เมอาจทำให้อีกฝ่ายดูเสียหาย แต่ลุงขิงยืนยันว่า คำว่า “รักและเป็นห่วง” ในข้อความนั้น หมายถึงความผูกพันของคนที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะอยู่ยังไง จะพาสุนัขไปหาหมออย่างไร ไม่ได้หมายความว่าอยากกลับไปเป็นสามีภรรยากันอีกครั้ง ตรงนี้แม่เมถึงกับดุลุงขิงกลางไลฟ์ค่ะว่า เป็นผลจากการที่ลุงขิงพูดกำกวมและไม่เด็ดขาด ทำให้อีกฝ่ายนำข้อความไปตีความเป็นอย่างอื่น และกลายเป็นเรื่องย้อนกลับมาหาตัวเอง แม่เมจึงแนะนำว่า ต่อไปหากเป็นห่วงเรื่องสุนัข ก็ควรส่งเงินไปช่วยแทน ไม่ต้องใช้คำพูดที่ฟังเหมือนยังมีใจ เพราะอาจทำให้เรื่องไม่จบและถูกนำไปตีความต่อได้อีก

ด้านชาวเน็ตก็เสียงแตกค่ะ ฝั่งหนึ่งมองว่า ตอนลุงขิงตามง้อ ครีมเป็นฝ่ายประกาศโสดและไม่ยอมคืนดี แต่เมื่อฝ่ายชายเริ่มมูฟออน มีคนรู้จักมากขึ้น และถูกจับคู่กับคนใหม่ ครีมจึงเริ่มเสียดายและอยากดึงกลับมา หลายคนจึงแนะนำให้ครีมยอมรับความจริงและมูฟออนอย่างมีศักดิ์ศรี เพราะเมื่ออีกฝ่ายพยายามอยู่นานแล้วไม่ได้รับโอกาส วันที่เขาเลือกเดินต่อ ก็ไม่ควรถูกดึงกลับมาอีก แต่ก็มีอีกส่วนตำหนิลุงขิงเช่นกันว่า หากไม่คิดกลับไปคืนดี ก็ควรพูดให้ชัด ไม่ควรส่งข้อความว่า “ยังรัก” หรือ “เสียใจทุกวัน” เพราะคำพูดแบบนี้ย่อมทำให้คนเก่าเกิดความหวังและเข้าใจผิดได้ ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตจำนวนมากยังออกมาปกป้อง “ฝน” ซึ่งถูกโยงว่าเป็นบุคคลที่สาม โดยมองว่า ฝนเข้ามาหลังจากลุงขิงกับครีมแยกกันอยู่แล้ว และทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน จึงไม่ควรถูกกล่าวหาหรือถูกทัวร์ลงจากคำพูดที่ยังไม่ชัดเจน

เรียกได้ว่า ตอนนี้ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องเลิกหรือไม่เลิกแล้วค่ะ แต่กลายเป็นเรื่องของ “ความเข้าใจ” ฝั่งหนึ่งมองว่ายังมีความรักและยังไม่จบ ขณะที่อีกฝั่งยืนยันว่าเลิกกันมานานแล้ว เหลือเพียงความผูกพันและความเป็นห่วงเท่านั้น

สุดท้าย ต่อให้เคยรักกันมากแค่ไหน แต่เมื่อจดทะเบียนหย่าและอีกฝ่ายยืนยันว่าจะเดินต่อ คำพูดทุกคำหลังจากนี้ ก็ควรที่จะชัดเจนค่ะ เพราะเพียงคำว่า “ยังรัก” คำเดียว อาจทำให้คนหนึ่งคิดว่ายังมีหวัง แต่อีกคนกลับหมายถึงแค่ความผูกพันในฐานะคนเคยรักกัน และยิ่งพูดไม่ชัด เรื่องก็ยิ่งบานปลายไปมากกว่าเดิมค่ะ

#ลุงขิง #ครีม #แม่เม #พ่อแซ็ก #ดราม่าลุงขิงครีม #แชทบอกรัก #หย่าแล้วแต่ยังไม่เลิก #ดอกไม้สีชมพู #มือที่สาม #ดราม่าครอบครัว #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.