Friday, 21 August 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

สุดทน! เพจดังแห่ขุดวีรกรรมเพจ “Dr.Dark” หลังโพสต์แซะ-แขวนคนไข้ ชาวเน็ตเดือด จี้หาเจ้าของเพจ

กลายเป็นดราม่าที่ลุกลามจากโพสต์ระบายของคนไข้ ไปสู่คำถามใหญ่ถึงจริยธรรมบนโลกออนไลน์ค่ะ หลังเพจ Dr. Dark นำโพสต์ของหญิงรายหนึ่งที่กำลังรอรักษาในห้องฉุกเฉินมาเผยแพร่ ก่อนมีบุคลากรทางการแพทย์บางรายเข้ามาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำรุนแรง กระทั่งมีรายงานต่อมาว่าคนไข้รายดังกล่าวเสียชีวิต กระแสจึงตีกลับอย่างหนักจนเพจถูกค้นหาไม่พบ ขณะเดียวกันชาวเน็ตเริ่มตามหาว่า ใครคือแอดมินตัวจริง และมีการโยงชื่อ “หมอดุษ” เข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนเจ้าตัวจะออกมาปฏิเสธ ล่าสุดกลับมีคนงัดภาพ Screenshot มาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม งานนี้ตัวจริงของ Dr. Dark คือใครกันแน่?

กลายเป็นประเด็นดราม่าที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ค่ะ หลังคนไข้หญิงรายหนึ่ง ที่เดินทางเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ด้วยอาการแพ้และมีผื่นแดงเห่อเต็มแผ่นหลัง เธอต้องรอคิวตรวจเป็นเวลานานตั้งแต่ 12.00 น. ด้วยความทรมานและอึดอัด จึงโพสต์เฟซบุ๊กระบายความรู้สึก โดยระบุข้อความว่า “กูมาแต่ 12.00 จนปานนี้ถ่าบ่ตรวจให้กูไปตายยุบ้านโลดสู” โดยหลังจากนั้นค่ะเพจเฟสบุคชื่อ Dr…ก็ได้แคปโพสต์ไปแขวนประจาน จุดชนวนให้คนมารุมด่า พร้อมระบุข้อความว่า “เลือกมาตอนเที่ยงอ่ะนะ ไม่นานได้ไง” ซึ่งเป็นการชี้เป้าให้ลูกเพจเข้ามาวิจารณ์ค่ะ

โดยหลังจากนั้นค่ะ ก็มีคนจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์หญิงรายดังกล่าว และที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงตามมาค่ะ โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งในโปรไฟล์ระบุว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง เข้ามาคอมเมนต์ว่า “แล้วเจ้าคือบ่ตายบ้านละยายมารพ. เฮ็ดหยัง”

ขณะที่ผู้ใช้งานเฟสบุ๊กอีกราย คอมเมนต์รุนแรงไม่แพ้กันค่ะ โดยระบุข้อความว่า “จะมาตอนไหนก็ต้องรอค่ะ รพ.รัฐ คลินิก เอกชน ก็ต้องรอค่ะ โพสต์เฟสได้แสดงว่าไม่เป็นไรมาก งั้นกลับบ้านค่ะกลับไปตายที่บ้านตามโพสต์ได้เลยค่ะ” แถมยังมีการประชดประชันเพิ่มอีกว่า “ต่อให้เป็นราชนิกูลมหาราณีก็ต้องรอค่ะ ย้ำถ้ารอไม่ไหวไปตายที่บ้านได้เลยตามที่โพสต์ ขอบคุณค่ะ” ขณะที่ชาวเน็ตหลายคนทนไม่ไหว ต้องเข้าไปโต้ตอบและเตือนสติว่าคนที่คอมเมนต์เป็นถึงพยาบาล ทำไมถึงใช้คำพูดสาปแช่งและไร้จิตสำนึกกับคนป่วยได้ขนาดนี้

กระทั่งต่อมา ประเด็นยิ่งร้อนแรงขึ้นอีก เมื่อมีข้อมูลเผยแพร่ในโลกออนไลน์ว่า คนไข้หญิงที่ถูกนำโพสต์มาแขวนรายดังกล่าวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้กระแสตีกลับ ไปที่เพจ Dr. Dark อย่างหนักค่ะ

โดยทางเพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ”หายเข้าความมืดสมชื่อ…เพจหมอที่ชอบแขวนคนไข้และให้บุคลากรทางการแพทย์เข้ามารุมสาป ล่าสุด “ค้นหาเพจไม่เจอแล้ว” หลังเจอกระแสตีกลับอย่างหนักจากกรณีที่นำคุณป้าคนนึงมาแขวน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันชาวเน็ตก็เริ่มขุดกันยับว่าใครคือแอดมินตัวจริง ถึงขั้นมีการโยงไปหาคุณหมอรายหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรื่องตัวบุคคลต้องรอให้ชัวร์ก่อน ส่วนพฤติกรรมของเพจ รวมถึงหลักฐานมีคนแคปไว้หมดแล้ว ต่อให้ปิดเพจก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องจะหายตามไปด้วย”

ขณะเดียวกันทางเพจกระทู้ดราม่าพันทิป v.2 ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นนี้ด้วยค่ะ หลังจากมีการโยงกันว่า เจ้าของเพจดร.ดาร์ก ก็คือหมอดุษเป็นแอนมินเพจ โดยทางเพจก็ได้ระบุข้อความว่า ”หมอดุษ ทักมาคุยกับผม แล้วว่าเค้าไม่ได้ทำเพจ ดร.ดาร์กๆอะไรนั่นนะครับ รบกวนอย่าเข้าใจผิดครับ มีตัวเค้าคุยกันบ่อยกับเพจเฉยๆช่วยโปรโมท e-book ครับผม”

โดยทางเพจกระทู้ดราม่าก็ยังได้โพสต์อีกค่ะว่า ”แถลงจาก รพ.เจ้าพระยา หมอดุษ ไม่ได้ทำที่นี่นานแล้วครับ ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดครับผม” พร้อมแนบแถลงการณ์ของ รพ.เจ้าพระยา ที่ได้ออกมาชี้แจงว่า ”โรงพยาบาลเจ้าพระยา
ขออภัยด้วยนะคะ เนื่องจากแอดมินกดติดตามเพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดต่อเพจ และแจ้งข้อมูลให้ทราบค่ะ ทั้งนี้ ขอแจ้งให้ทราบว่า นพ.ดษฎี โชคชัย เจริญศรี ไม่ได้ออกตรวจที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา มาระยะหนึ่งแล้วค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวก และขอบพระคุณที่เข้าใจค่ะ ” โดยทางเพจยังได้คอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ”รพ.ย้ายหนีหมอแล้ว”

แต่คำชี้แจงจากหมอดุษยังไม่จบเท่านั้นค่ะ เพราะทางเพจ “กระทู้ดราม่า” ยังได้เผยภาพแชทที่เจ้าตัวติดต่อเข้ามาพูดคุยเพิ่มเติม โดยหมอดุษระบุว่า ”เคยปรึกษากับเพจเรื่องเนื้อหาทางการแพทย์ เลยขอฝากโปรโมท e book เป็นการแลกเปลี่ยน ตั้งนานแล้ว เพจนั้น อ่านดูรู้มั้ย ว่าระดับอาจารย์ ไม่ธรรมดา” ทางเพจจึงถามกลับว่า ”หรือคุณพี่รู้ตัวเจ้าของเพจไหมครับ” ก่อนหมอดุษจะตอบว่า ”ติดต่อทางเพจ ไม่ใช่แอคจริงครับ ถ้าให้เดา ไม่น่ามีแอดมินแค่คนเดียว โพสต์ที่เนื้อหาทางการแพทย์ก็หลาย field” ทางเพจจึงตอบกลับว่า
”เพจปิดไปแล้วครับผม” และหมอดุษตอบว่า ”โดน report จนปลิวมั้ยครับ”

 แต่ระหว่างที่คนกำลังตามหาความจริง กลับมีอีกเพจหนึ่งใช้ชื่อ “Dr. Dark V.2” โผล่ขึ้นมา พร้อมโพสต์ข้อความว่า ”ขออนุญาตชี้แจงนะครับ ทางเพจผิดที่โพสต์อันนั้นทางเพจผิด ขอโทษจากใจจริงครับ แต่ทางเพจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับ การเสียชีวิตของคุณป้านะครับ คุณป้าเสียชีวิตจากการเกิด อุบัติเหตุ ล้มในห้องน้ำของโรงพยาบาลครับ”
และอีกโพสต์ระบุว่า ”กระผมขอโทษกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างสุดซึ้งครับ” อย่างไรก็ตาม ทางเพจ “กระทู้ดราม่า” ได้ออกมาเตือนทันทีว่า เพจดังกล่าวเป็นเพจปลอมนะ อย่าหลงเชื่อเด้อ สไตล์การเขียนและอีโมจิก็ไม่ใช่ละ น่าจะเกาะกระแส หายอดเอนเกจเฉยๆ”

ไม่เพียงเท่านั้นค่ะ ทางเพจกระทู้ดราม่า ยังได้โพสต์ข้อความแฉวีรกรรมเพจ Dr.Darkรัวๆค่ะว่า ”เครื่องมือแพทย์ สกปรก ติดเชื้อ = โทษผู้ป่วยว่า ทำเลอะกันเอง วอดส์” พร้อมกับแนบภาพโพสต์ของเพจDr.Dark ที่โพสต์ว่า ”ไม่รู้ว่าได้แจ้งใครมั้ย หรือ ถ่ายมาอย่างเดียว เครื่องอัตโนมัติ คนไข้ตัวเอง ทำเลอะกันเอง ถ้าไม่บอก ก็ไม่มีใครรู้ เลือดเต็ม หมอผู้ช่วยหมอก็นั่งเต็ม แต่ไม่มีคนทำความสะอาด นั่งเล่นโทรศัพท์ คุยกัน หรือว่าแบบนี้ปกติ”  

โดยเพจกระทู้ดราม่ายังโพสต์อีกว่า ”หลายครั้งที่เห็นเพจเอาโพสต์ของคนอื่นมาพูดถึง แล้ววิจารณ์กันแรงเกินความจำเป็น ก็แอบรู้สึกว่าบางทีมันไม่จำเป็นต้องไปไกลขนาดนั้น
ยิ่งคนที่อยู่ในโพสต์มาเห็น ก็คงสะเทือนใจอยู่บ้าง เพราะบางอย่างมันทำให้นึกถึงปู่ย่าตายายหรือคนในครอบครัว สำหรับต้นโพสต์นี้ เท่าที่อ่าน มันก็เป็นการบ่นเรื่องเวรเปลมากกว่า ไม่ได้ใช้คำหยาบคายหรือพูดอะไรที่รุนแรงขนาดนั้น เห็นต่างหรือไม่เห็นด้วยก็วิจารณ์กันได้ แต่อาจไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องมาขยายจนมีคนเข้ามาต่อว่ากันแรงขนาดนั้นก็ได้ บางเรื่องถ้าคุยกันด้วยเหตุผล มันก็น่าจะจบได้โดยไม่ต้องทำให้ใครรู้สึกแย่ไปกว่านี้” และยังได้แนบภาพโพสต์ของเพจDr.Dark ที่โพสต์ว่า ”คนไม่เยอะ ? แล้วที่ถ่ายมาคืออะไร แถมยังถ่าย จนท มาอีก ปากมี ก็พูด ไม่ใช่เอาแต่โพสต์ เวรเปลเขาไม่ได้ติดตาม FB เมิงจ้า” โดยโพสต์นี้ทางเพจDr.dark ยังแชร์โพสต์ข้อความคนไข้รายหนึ่งที่บอกว่า ”มาถึงโรงพยาบาลคนก็ไม่เยอะลงจากรถพนักงานเปลนั่งดูเฉยๆไม่มา ช่วยเหลือเอาแม่หรือคนอื่นๆที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ขึ้นรถแบบทุลักทุเล จนพี่คนนี้เดินมาช่วยถึงเข็นแม่มาห้องหลอดเลือดสมองได้ขอบคุณคนที่ ช่วยเหลือขอบคุณพนักงานเปลที่นั่งดูอยู่นะคะ”

โดยทางเพจกระทู้ดราม่า ก็ยังได้โพสต์อีกค่ะว่า ”หมอคนนี้ไม่เกี่ยวนะครับ อยู่คนละ โรงพยาบาลด้วยครับผม อย่าไปว่าอะไรเลยนะคร้าบ ” โดยได้แชร์โพสต์ของคุณหมอท่าหนึ่งที่ออกมาชี้แจง โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแชร์โพสต์คนไข้ที่เสียชีวิต พร้อมแสดงความคิดเห็นด้วยว่า คนไข้วอดฉันไหมนี่ โดยพิมข้อความในลักษณะติดตลก แต่ต่อมาโพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปแล้ว โดยคุณหมอรายนี้ค่ะ ก็ได้โพสต์ชี้แจงบอกว่า ”ขออนุญาตุโพสชี้แจงค่ะ เนื่องจาก โดนกลุ่มคนที่ไม่รู้โพสต์ว่า คอมเม้นด่าเสียๆหายๆโดยไม่รู้ความจริง บางคนถึงขั้นทักแชทมาด่า โดยที่ไม่รู้จักกันตอนแรกว่าจะปล่อยผ่านเพราะคิดว่า โพสไปก้ไม่มีประโยชน์ เพราะคนชอบฟังความข้างเดียว แต่ที่แชร์โพสนั้น เพราะแค่
“ คนไข้หน้าตาเหมือนคนไข้ตัวเอง ในวอร์ด เฉยๆเลยค่ะ และในข้อความนั้น ไม่มีคำด่า แชร์โพสก่อนคนไข้เสียชีวิต และที่สำคัญ หนูไม่ได้รักษาและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนไข้คนนี้แต่อย่างใด และขอแสดงความเสียใจให้กับผู้เสียชีวิตและญาติด้วยค่ะ ไม่เคยเห็นเรื่องคนไข้เป็นเรื่องเล่นๆ คนที่รู้จักก้รู้ว่า หนูรักษาคนไข้แบบทุ่มเท และตั้งใจรักษามาก
และอยากจะบอกว่า ไม่ได้เจตนาว่า ไม่ได้เอาคนไข้คนนี้มาล้อเล่นเลย และในโพสไม่มีคำด่าอะไรเลย ส่วนตัวคือ งง มากด้วยซ้ำ ตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่ เพราะคนที่พิมไม่รู้จักคิด ตอนแรกจะปล่อยผ่านแล้ว แต่ก้โดนเรื่อยๆเลยค่ะ ส่วนคนที่ทักแชทมาส่วนตัว มาด่าเสียๆหายๆ คนที่คอมเม้นด่าต่างๆนาๆ ก็เจอกันในชั้นศาล นะคะ”

และยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกขุดขึ้นมาค่ะ เมื่อทางเพจ “กระทู้ดราม่า” โพสต์ว่า ”ดาร์กสมชื่อเพจเลยหวะ มีบริการทำทัวร์ด้วย” พร้อมเผยภาพแชทข้อความจาก Dr. Dark ว่า ”ถ้าส่งทัวร์ ขอ link + แคปรูปด้วย เนื่องจากบางครั้งเปิดดูไม่ได้ เช่น private group ถ้าจุบจิบจบเรื่องกันเอง ไม่ต้องมาให้ลบโพสต์ ด่าลง social ก็ขอโทษลง social เรื่องจัดฟันเถื่อน แจ้งตาม link ในโพสต์ปักหมุด ถ้าเป็นเจ้าทุกข์เอง อาจพิจารณาลงให้” ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งตอบกลับว่า ”คุณรู้ได้ไงเขาเป็นไข้หวัดธรรมดา สรุปเราเป็นคุณแม่เกือบแท้ง
เพราะว่าลมในห้องน้ำ”

แต่เรื่องที่ถูกจับตาหนักที่สุดในตอนนี้ คือประเด็นว่าใครคือแอดมินตัวจริงของ Dr. Darkกันแน่ค่ะ เพราะแม้หมอดุษจะออกมาปฏิเสธชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ทำเพจดังกล่าว แต่ล่าสุดกลับมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำภาพเก่ามาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมค่ะ โดยโพสต์ข้อความว่า ”แหมมม คุณหมอ คุณหมอดุษฎี ไม่ได้ใช้ปุ่ม “แชร์” (Share) ของระบบ Facebook โดยตรงด้วยนะ แต่ใช้วิธีอัปโหลดรูปภาพหน้าจอ (Screenshot) จากเว็บเบราว์เซอร์ (Safari) ที่กำลังเปิดหน้าเพจ Facebook ของ Dr. Dark อยู่ จุดโป๊ะ ผู้ใช้งานทั่วไปหรือลูกเพจที่กดเข้าดูเพจตามปกติ จะไม่มีคำว่า ⁠?ref=hl⁠ ต่อท้าย URL ในช่องแถบที่อยู่เว็บ ดังนั้น การที่ภาพหน้าจอของคุณดุษฎีติด URL เฉพาะสำหรับแอดมินเพจมาด้วย จึงเป็นการเปิดเผยโดยไม่ได้ตั้งใจว่า ผู้ที่แคปภาพหน้าจอนี้มีสิทธิ์การเป็นแอดมินของเพจ Dr. Dark อยู่นั่นเอง” อย่างไรก็ตามค่ะ ข้อความดังกล่าวเป็นข้อสังเกตและข้อสรุปของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเท่านั้น จึงยังไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าใครเป็นเจ้าของเพจจริงๆค่ะ

ขณะที่ทางเพจโรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ก็ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงประเด็นนี้ด้วยค่ะว่า ‘’สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏทางสื่อ social media กรณีที่บุคลากร ของโรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย แสดงความคิดเห็นด้วยข้อความที่ไม่เหมาะสม โรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
และขอโทษผู้เสียชีวิตและครอบครัว และขอเรียนว่า ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ social media อย่างไม่เหมาะสมทุกรูปแบบ หลังจากรับทราบเหตุการณ์ ได้ตักเตือนบุคลากรดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งกำชับเน้นย้ำ ไม่ให้บุคลากรดังกล่าวรวมถึงบุคลากรอื่นๆของโรงพยาบาลแสดงความคิดเห็นอย่างไม่เหมาะสมเช่นนี้ซ้ำอีก

เรียกได้ว่าเรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของการใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความรู้สึกของผู้ป่วย เพราะต่อให้ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คนไข้โพสต์ การแสดงความคิดเห็นก็ยังควรอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมและความเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่กลายเป็นการซ้ำเติมคนที่กำลังเจ็บป่วยค่ะ ส่วนประเด็นว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพจ Dr. Dark กันแน่นั้น ตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันตัวบุคคลได้อย่างชัดเจน แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตและโยงไปถึงบุคคลต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ แต่ก็คงต้องรอข้อมูลที่ตรวจสอบได้ก่อนที่จะสรุปว่าใครเป็นเจ้าของหรือแอดมินเพจตัวจริงค่ะ

และท้ายที่สุดนี้ ทางล้อมวงเล่าก็ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของผู้เสียชีวิต รวมถึงครอบครัวอย่างสุดซึ้งค่ะ และหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะการใช้ถ้อยคำบนโลกออนไลน์ เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำอาจสร้างบาดแผลให้กับใครบางคนได้มากกว่าที่คิด และเมื่ออีกฝ่ายกำลังอยู่ในช่วงเจ็บป่วยหรือเปราะบาง สิ่งที่ควรมีมากที่สุดก็คือความเห็นอกเห็นใจและความเป็นมนุษย์ต่อกันค่ะ

#DrDark #ดรดาร์ก #หมอดุษ #ดราม่าหมอ #ดราม่าพยาบาล #บุคลากรทางการแพทย์ #โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น #คนไข้ #ผู้ป่วย #จริยธรรมวิชาชีพ #ซ้อเปา #กระทู้ดราม่า #ดราม่าโซเชียล #ข่าวโซเชียล #ประเด็นร้อน #ตามหาแอดมิน #ข่าวออนไลน์ #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.