Friday, 21 August 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘หนุ่ม อบต’ เปย์ครึ่งล้าน ‘แฟนสาว’ โป๊ะแตก ซุกผัวทหาร ‘พี่หนุ่ม กรรชัย’ หมั่นใส้ จับเข้าคุกให้เข็ด!

จากรักที่เริ่มต้นในแอปหาคู่ กลับกลายเป็นเรื่องช็อกค่ะ เมื่อหนุ่ม อบต.สายเปย์ทุ่มเงินให้แฟนสาวรวมกว่า 5 แสนบาท ทั้งค่าเรียน ค่าสินสอด และค่าทอง ก่อนมารู้ภายหลังว่า ฝ่ายหญิงมีสามีทหารเรือและเพิ่งแต่งงานกันไม่นาน งานนี้กลางรายการถึงขั้นเจรจาขอเงินคืน แต่แม่ฝ่ายหญิงกลับให้เหตุผลว่า “ลูกสาวแม่เสียหายไปแล้ว” ขณะที่ฝ่ายหญิงยืนยันจะคืนเพียงครึ่งเดียว สุดท้ายพี่หนุ่มถึงกับบอก ไม่ต้องลดให้แม้แต่สลึงเดียว พร้อมให้เพจสายไหมต้องรอดพาไปแจ้งความดำเนินคดีค่ะ

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความรักที่จบไม่สวยค่ะ เมื่อ “คุณเท่” หนุ่ม อบต. ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ ออกมาเล่าประสบการณ์ หลังรู้จักกับหญิงสาวที่ชื่อว่า “น้ำ” ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ Omi ก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์จนคบกันเป็นแฟน และสุดท้ายเจ้าตัวต้องเสียเงินไปมากกว่า 5 แสนบาท ก่อนมารู้ความจริงว่า ฝ่ายหญิงไม่ได้โสดอย่างที่บอกค่ะ

โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมาค่ะ โดยคุณเท่เล่าว่า รู้จักกับน้ำผ่านแอปหาคู่ โดยฝ่ายหญิงบอกว่าตัวเองโสด ทำอาชีพเป็นครู และครอบครัวทำฟาร์มวัว ต่อมาค่ะเมื่อที่วันที่ 10 กรกฎาคม ทั้งคู่ตกลงคบกันเป็นแฟน และเริ่มพูดคุยถึงอนาคตร่วมกันค่ะ หลังจากนั้น ฝ่ายหญิงบอกว่าพ่อค่อนข้างหวงลูกสาว หากคุณเท่อยากไปไหนมาไหนด้วย หรืออยากย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน ก็อยากให้ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องนำเงินสินสอดมาวางให้พ่อดูก่อน เพื่อเป็นหลักประกันความจริงจังค่ะ

ด้วยความรักและเชื่อใจ คุณเท่จึงไปกู้เงินสวัสดิการมาถึง 1.5 ล้านบาท ตั้งใจนำมาปิดหนี้เดิม และอีกส่วนหนึ่งเตรียมไว้เป็นค่าสินสอด ก่อนจะเริ่มทยอยโอนเงินให้ฝ่ายหญิงค่ะ โดยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม คุณเท่ก็ได้โอนเงินให้คุณน้ำจำนวน 28,000 บาท โดยฝ่ายหญิงบอกว่าเป็นค่าเรียน และวันที่ 21 กรกฎาคม ช่วงเช้าจะโอนให้อีก 70,000 บาท ซึ่งอ้างว่าเป็นค่าเรียนเช่นกันค่ะ และในช่วงเย็นวันเดียวกันก็โอนเงินก้อนใหญ่อีก 300,000 บาท เพื่อเป็นค่าสินสอดค่ะ

นอกจากนี้ยังมีเงินสำหรับซื้อทองคำอีก 111,800 บาท รวมถึงเงินอีก 20,000 บาท และ 3,000 บาท ทำให้ยอดรวมทั้งหมดที่คุณเท่จ่ายไปอยู่ที่ 514,800 บาท และหลังจากโอนเงินเรียบร้อย วันที่ 22 กรกฎาคม คุณเท่ก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของฝ่ายหญิงทันทีค่ะ แต่เรื่องกลับมาโป๊ะแตกในวันที่ 3 สิงหาคม เมื่อเพื่อนของคุณเท่เริ่มรู้สึกผิดสังเกต จึงไปค้นข้อมูลจนพบภาพงานแต่งของน้ำกับชายที่เป็นทหารเรือ ซึ่งงานแต่งดังกล่าวเพิ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หรือก่อนที่น้ำจะมารู้จักกับคุณเท่เพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้นค่ะ

และยิ่งช็อกขึ้นไปอีก เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อนของคุณเท่ติดต่อไปหาฝ่ายชาย จึงทราบว่า น้ำเพิ่งไปจดทะเบียนหย่ากับสามีทหารเรือในเช้าวันนั้นเอง ทั้งที่น้ำบอกคุณเท่ว่าออกไปกินข้าวกับเพื่อนค่ะ โดยหลังจากที่รู้ความจริง คุณเท่ทั้งช็อกและเสียใจ จึงพยายามพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายหญิงเพื่อขอเงินทั้งหมดคืน แต่แม่ของฝ่ายหญิงกลับบอกว่า ขอเก็บเงินไว้ก่อน แล้วหากวันหนึ่งมาสู่ขอค่อยนำออกมาให้ค่ะ

ขณะเดียวกัน หลังความลับถูกเปิดและคุณเท่เริ่มตีตัวออกห่าง ฝ่ายหญิงยังมีการโทรศัพท์มาบอกว่าจะกระทำตัวเอง ทำให้คุณเท่ที่เป็นคนใจอ่อนต้องรีบตามไปช่วย และกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งชั่วคราวค่ะ

ขณะที่ล่าสุดค่ะ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้มาเปิดใจในรายการโหนกระแสดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ จากเพจสายไหมต้องรอด และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ มาร่วมให้ข้อมูลด้านกฎหมายค่ะ โดยคุณน้ำยอมรับว่า ได้ปกปิดเรื่องที่ตัวเองมีสามีจริง โดยให้เหตุผลว่า เพราะรักคุณเท่และไม่อยากเสียเขาไป อีกทั้งตอนนั้นก็แยกกันอยู่กับสามีทหารเรือและกำลังรอหย่าค่ะ

ส่วนเรื่องอาชีพครู คุณน้ำบอกว่า ปัจจุบันไม่ได้เป็นครู แต่ทำงานเป็นพนักงานขายรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนในอดีตเคยเป็นครูพี่เลี้ยงแบบอัตราจ้างในโรงเรียนเอกชน และไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูค่ะ สำหรับภาพที่ใส่ชุดข้าราชการครูสีขาว น้ำอธิบายว่า ถ่ายเก็บไว้ดูเล่นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองเท่านั้นค่ะ

แต่ช่วงที่ทำเอาทั้งรายการถึงกับอึ้ง คือประเด็นเงิน 300,000 บาท เมื่อแม่ของฝ่ายหญิงให้เหตุผลว่า ลูกสาวของตนก็เสียหายจากการอยู่กินกับคุณเท่แล้ว พร้อมตั้งคำถามในลักษณะว่า “ลูกสาวแม่ไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรือ?” ขณะที่น้ำเองก็ยืนยันว่า จะขอคืนเงินให้เพียงครึ่งเดียว เพราะมองว่าตัวเองก็เป็นผู้หญิงและเสียหายจากความสัมพันธ์เช่นกันค่ะ

ขณะเดียวกัน ในรายการยังได้โฟนอินหา “เอ” อดีตสามีทหารเรือของน้ำ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า คบกับน้ำมานานประมาณ 4 ปี และที่ตัดสินใจจดทะเบียนรวมถึงจัดงานแต่งกันเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเพราะฝ่ายหญิงอ้างว่าตั้งครรภ์ ก่อนที่ภายหลังความสัมพันธ์จะห่างกัน และเอเป็นฝ่ายขอหย่าค่ะ แต่เรื่องก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้นค่ะ เพราะระหว่างรายการมีทั้งสายโทรศัพท์และข้อความส่งเข้ามาเพิ่มเติมอีกว่า ฝ่ายหญิงอาจเคยมีพฤติกรรมลักษณะคล้ายกันกับผู้ชายคนอื่นมาก่อน ทั้งกรณีทหารบกที่ถูกขอให้ออกรถให้ ก่อนจะได้รถคืนหลังมีการดำเนินคดี และอีกกรณีคือ “คุณสัน” ที่ทำงานอยู่ประเทศอิสราเอล ซึ่งถูกอ้างว่ามีการเรียกเงินหลักแสน พร้อมพูดถึงการแต่งงานค่ะ

โดยทางด้านทนายตุ๋ยให้ความเห็นทางกฎหมายว่า หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้เสียหายเล่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง เพราะมีการปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญเรื่องสถานะความสัมพันธ์ เพื่อให้ฝ่ายชายยอมมอบทรัพย์สินหรือเงินสินสอดให้ค่ะ ส่วนเงินค่าเรียน 70,000 บาท และ 28,000 บาท ทนายตุ๋ยมองว่า อาจต้องพิจารณาเรื่องยักยอกทรัพย์เพิ่มเติม หากเป็นเงินที่ฝ่ายชายฝากไว้ แล้วถูกนำไปใช้โดยไม่คืนตามที่ตกลงกัน ขณะที่ในข้อกฎหมายทางแพ่ง หากไม่ได้แต่งงานกันเนื่องจากความผิดของฝ่ายหญิง ฝ่ายชายก็สามารถเรียกคืนสินสอดและของหมั้นได้ค่ะ

ช่วงท้ายรายการ พี่หนุ่ม ทนายตุ๋ย และคุณเอกภพ พยายามช่วยเจรจาให้ฝ่ายหญิงคืนเงินเพื่อให้เรื่องจบ โดยเสนอให้คืนเต็มจำนวน หรืออย่างน้อยประมาณ 450,000 บาท เพื่อไม่ให้เรื่องต้องเดินไปถึงขั้นคดีค่ะ โดยทางด้านคุณเท่เองก็บอกว่าคบต่อไม่ได้แล้ว ตอนนี้ต้องการแค่เงินคืนเท่านั้น พร้อมทั้งยังยอมลดจำนวนเงินที่เรียกคืนลงมาเหลือเพียง 350,000 บาท แต่คุณน้ำก็ยังไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว และยืนยันว่าจะคืนให้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นค่ะ

และเมื่อเจรจากันไม่ลงตัว พี่หนุ่มจึงบอกคุณเท่กลางรายการว่า ขอร้องอย่างหนึ่งได้ไหม พรุ่งนี้แจ้งความ ไม่ต้องลดสักบาทหนึ่ง สลึงเดียวก็ไม่ต้องลด อย่าให้ได้ยินว่าลดนะ เต็มจำนวน 518,400 เพราะวันนี้พี่เชื่อว่าโอกาสเนี่ย มันมีไม่มากนัก สำหรับคนๆหนึ่ง โอกาสที่ดี บางครั้งมันก็ควรหยิบเอาไว้ แล้วใช้ให้มันถูก แต่บางคนกลับไม่เคยคิดที่จะคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ แล้วก็ปล่อยมันออกไป สุดท้ายคนๆนั้นควรจะได้รับการเรียนรู้ด้วยว่า โอกาสมันไม่ได้มีมาเสมอไป แต่ถ้าไม่เอา ก็ไม่ควรจะได้มันเลย พร้อมฝากให้คุณเอกและเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายค่ะ

ขณะเดียวกันค่ะ ทางเพจทนายพัฒน์ เมียหลวง2026 ก็ได้โพสต์ถึงประเด้นนี้ด้วยว่า ‘’น้องน้ำกับพี่เท่ห์ ท่านว่าใครผิด ใครถูก เพราะอะไร สงสารใครดีน้อ!!!!!’’

และอีกโพสต์บอกว่า ‘’“หลอกให้รัก หลอกว่าจะแต่งงาน อยู่ได้ไม่นานหมดเงินเเสนกัน สุดท้ายทำทีมีเหตุเลิกรา มีเยอะมาก ทุกฝ่ายต้องระวังตัวเอง #รักแบบมีสติ’’

นอกจากนี้ค่ะ ทนายพัฒน์ก็ยังได้โพสต์อีกด้วยว่า ‘’ชี้ขาดความเห็นแย้งที่ 148/2550 ของอัยการสูงสุด วินิจฉัยว่า ผู้ต้องหามีสถานะสมรสแล้ว ไม่มีเจตนาที่จะหมั้นและแต่งงานกับผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้นเป็นความผิดฐานฉ้อโกง’’

และในวันเดียวกันค่ะ ทางด้านพี่หนุ่ม กรรชัย ก็ได้มาเล่าอัปเดต ประเด็นดราม่าครูน้ำในรายการข่าวใส่ไข่ต่อ โดยพี่หนุ่มบอกว่า จากตอนแรกในรายการโหนกระแสที่คุณน้ำยืนกรานหนักแน่นว่า จะไม่ยอมคืนเงินทั้งหมด แม้ทางฝั่งคุณเท่หนุ่ม อบต. จะยอมใจอ่อน ลดจำนวนเงินที่เรียกคืนลงมาเหลือ 350,000 บาทแล้วก็ตาม แต่ฝ่ายหญิงก็ยังไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ จนพี่หนุ่ม กรรชัย ต้องออกโรงพูดชัดกลางรายการว่า ไม่ต้องลดให้แม้แต่สลึงเดียว และให้เดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุดค่ะ

แต่พอรายการจบ เรื่องกลับพลิก เพราะทันทีที่เดินพ้นกล้องออกจากสตูดิโอ คุณน้ำก็เกิดอาการร้องไห้หนัก ก่อนจะพูดว่า “หนูยอมแล้ว” และยอมตกลงที่จะคืนเงินให้กับฝ่ายชายจำนวน 350,000 บาท ตามข้อเสนอที่คุณเท่เคยยอมลดให้ก่อนหน้านี้ค่ะ แต่ช็อตที่ทำเอาคนอยู่ในเหตุการณ์ถึงกับใจหายใจคว่ำหลังจากที่ทุกฝ่ายกำลังจะแยกย้ายกันค่ะ เมื่อคุณน้ำพยายามเดินเข้าไปสวมกอดคุณเท่ แต่เพื่อนของฝ่ายชายที่มาด้วยกัน เห็นท่าไม่ดี จึงรีบกันตัวออก ก่อนจะพาเพื่อนเดินออกจากจุดนั้นทันที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายหรือทำให้ฝ่ายชายกลับไปใจอ่อนอีกค่ะ

พอพี่หนุ่มเห็นบรรยากาศเริ่มชุลมุน ก็รีบเดินไปกดลิฟต์เปิดรอให้คุณเท่ รีบลงไปก่อน พร้อมเล่าแบบติดตลกว่า ตัวเองก็แอบหวั่นเหมือนกันว่า ถ้าฝ่ายชายกลับไปใจอ่อนขึ้นมา อาจจะต้องกินอาหารหมาค่ะ อย่างไรก็ตาม พี่หนุ่มมองว่า จากท่าทีของฝ่ายชายแล้ว น่าจะตัดสินใจชัดเจนและคงไม่กลับไปคบกันอีก เพราะหลังเรื่องทั้งหมดถูกเปิดออกมา สิ่งที่คุณเท่ต้องเจอก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ทั้งการปิดบังสถานะความสัมพันธ์ เรื่องเงิน รวมถึงข้อมูลจากผู้เสียหายคนอื่น ๆ ที่ทยอยออกมาแฉเรื่อยๆ

ส่วนยอดเงิน 350,000 บาท ที่คุณน้ำยอมตกลงว่าจะคืนหลังจบรายการนั้น ตอนนี้ก็ยังต้องรอดูกันต่อว่า จะสามารถคืนได้ครบตามจำนวนและตามที่ตกลงกันจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายจะมีการขอแบ่งจ่ายหรือมีเงื่อนไขอื่นตามมาอีกค่ะ และที่ทำให้เรื่องนี้ถูกจับตาหนักขึ้นไปอีกก็คือ พี่หนุ่มบอกว่า กรณีของคุณเท่ อาจไม่ได้เป็นเพียงรายเดียว เพราะในรายการยังมีผู้เสียหายรายอื่นติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีผู้ชายรายหนึ่งที่อ้างว่าสูญเงินไปประมาณ 500,000 บาท และกำลังเป็นคดีความกันอยู่ รวมถึงกรณีของทหารบกที่ถูกพูดถึงก่อนหน้านี้ด้วยค่ะ

เมื่อรวมกับอดีตสามีที่เป็นทหารเรือ พี่หนุ่มก็ถึงกับแซวกลางรายการว่า หากนับกันตามเหล่าทัพ ตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มมากันแทบครบแล้ว เรียกได้ว่า จากเรื่องรักของคุณเท่หนุ่ม อบต. คนเดียว กลับกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่มีคนอื่นทยอยออกมาเปิดข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

โดยทางเพจซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็ได้โพสต์หลังจบรายการโหนกระแส ที่คุณน้ำเดินไปขอกอดคุณเท่ครั้งสุดท้าย พร้อมระบุข้อความด้วยค่ะว่า ‘’สำหรับใครที่ติดตามเรื่อง “ครูน้ำ” หลังจบรายการ ทางน้องน้ำได้เดินเข้าไปขอโทษฝ่ายชาย และบอกว่า “ขอกอดหน่อยได้ไหม” แต่เพื่อนฝ่ายชายรีบวิ่งเข้ามาแยกแล้วรีบพากันเดินออกไป ทำให้น้องน้ำถึงกับหน้าเสีย ก่อนจะบอกว่ายอมจ่ายเงินให้ 350,000 บาท เพราะไม่อยากจะมีคดีความและต้องการจบเรื่องทั้งหมด’’ และยังได้คอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์อีกว่า ‘’สรุป น้ำยอมหมอบหลังรายการ พี่หน่วงกับทนายตุ๊ยช่วยเกลี่ยกล่อมอีกที น้องบอกว่าตอนนั้นเบลอ จำอะไรไม่ได้ เลยไม่รู้จะตอบยังไง และยังบอกอีกว่า ผู้ชายจะกอดแล้วแต่เพื่อนจับแยก เข้ามาห้ามก่อน ดีนะ ไม่งั้นแดกอาหารหมากันถ้วนหน้า ‘’

เรียกได้ว่า จากความรักที่เริ่มต้นด้วยความเชื่อใจ สุดท้ายกลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เอาเป็นว่าตอนนี้ แม้คุณน้ำจะยอมรับปากแล้วว่าจะคืนเงิน 350,000 บาท แต่เรื่องก็ยังไม่จบค่ะ เพราะสุดท้ายจะคืนจริงครบตามที่ตกลงหรือไม่ และผู้เสียหายรายอื่นที่ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม จะมีการดำเนินการต่ออย่างไร ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

#โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #หนุ่มอบต #สินสอด #ดราม่าความรัก #แฟนสาว #หลอกเงิน #ฉ้อโกง #ยักยอกทรัพย์ #สายไหมต้องรอด #ทนายตุ๋ย #ครูน้ำ #เงินครึ่งล้าน #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #ประเด็นร้อน #ข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.