Saturday, 12 September 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

คดีพลิก! อ้างจับผิดตัว ‘หนุ่ม กรรชัย’ถามAIกลางรายการ “สท.ใช้กำลังกับคนได้ไหม?”

กลายเป็นดราม่าใหญ่ค่ะ เมื่อ “คุณเต็นท์” พ่อค้ารับซื้อผักใน จ.อ่างทอง อ้างว่าถูกกลุ่ม สท. ผู้ใหญ่บ้าน และคนในพื้นที่ล้อมรถ ก่อนมีการใช้กำลัง และนำภาพไปเผยแพร่ในไลน์หมู่บ้าน ทั้งที่ภายหลังตรวจสอบพบว่าบัญชีที่ใช้แชตเป็นของลูกพี่ลูกน้องอีกคน ด้าน สท. ตี๋ ยอมรับว่าเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ส่วนนายกเทศมนตรีแจงไปช่วยดูแลความปลอดภัยแต่คุมเหตุไม่อยู่ ขณะที่ทนายแก้วชี้อาจมีทั้งคดีกระทำรุนแรงทำให้เสียทรัพย์ หมิ่นประมาท PDPA และมาตรา 157 ค่ะ

กลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังวิพากวิจารณ์อย่างหนักค่ะ กับพฤติกรรมของ “กลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น” ในจังหวัดอ่างทอง ที่ไปใช้กำลังกับชาวบ้านบริสุทธิ์ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นกับ “คุณเต็นท์” หนุ่มพ่อค้ารับซื้อผัก ที่จู่ๆ ก็ซวย ถูกกลุ่ม สท. และผู้ใหญ่บ้าน ล้อมรถจับกุมกลางถนน ก่อนจะใช้กำลัง โดยมีการเอาเท้าเหยียบหลัง ถ่ายรูปประจานลงไลน์หมู่บ้าน หาว่าเป็นภัยสังคม! แต่สุดท้ายคดีกลับพลิกค่ะ” ใช้กำลังผิดคน!”

โดยจากเดิมกลุ่ม สท. จะตามล่าตัว “นายหำ” ลูกพี่ลูกน้องของคุณเต็นท์ ที่แอบไปแชตลวงภรรยาของ สท. คนหนึ่ง พอนายหำถูกจับได้กลางทุ่งนา ดันกลัวตาย โยนบาปซัดทอดมาให้คุณเต็นท์ ประจวบเหมาะกับคุณเต็นท์ขี่รถผ่านมาพอดี เลยกลายเป็นแพะรับบาป โดนใช้กำลังน่วม แว่นสายตาแตกละเอียด โดยที่ในเหตุการณ์ มี “นายกเทศมนตรี” ยืนดูอยู่ด้วย แต่กลับไม่ห้ามสักคำ!

ขณะที่ล่าสุด คุณเต็นท์ และ “คุณมิ้นท์” ภรรยา ได้เดินทางมาเปิดใจผ่านรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” และ “ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” มาร่วมให้ข้อมูลด้านกฎหมายด้วยค่ะ โดยคุณเต็นท์เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงเกือบ 2 ทุ่ม ขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปจ่ายค่ากล้วยให้ลูกค้า ระหว่างทางผ่านบริเวณทุ่งนาที่ค่อนข้างมืด และเห็นกลุ่มคนกำลังควบคุมตัว “นายหำ” ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาอยู่ โดยในตอนนั้นคุณเต็นท์ยังไม่ทราบว่าคนกลุ่มดังกล่าวเป็นใครค่ะ

โดยนายหำได้ตะโกนขอความช่วยเหลือว่า “เต็นท์ ๆ เขามาล็อกกูไว้ทำไมไม่รู้” ทำให้คุณเต็นท์ตัดสินใจขี่รถกลับบ้านไปหยิบอาวุธมีคมติดตัวมา โดยเจ้าตัวอธิบายว่าเอาไว้ป้องกันตัว เพราะไม่รู้ว่ากลุ่มคนตรงนั้นมีอาวุธหรือไม่ค่ะ เมื่อขี่รถกลับมาถึงจุดเดิมอีกครั้ง คุณเต็นท์เห็นแสงไฟจำนวนมาก จึงเข้าใจว่าอาจเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับนายหำแล้ว จึงจะขี่รถกลับไปแจ้งแม่ของนายหำ แต่ระหว่างทางมีกลุ่มคนขี่รถตามมา พร้อมตะโกนให้หยุดรถค่ะ

คุณเต็นท์ยืนยันว่า ตัวเองหยุดรถโดยดี ไม่ได้ขัดขืน และเมื่อถูกสั่งให้นั่งลงก็ยอมนั่งตามคำสั่ง แต่จากนั้นมี สท. คนหนึ่งที่สวมเสื้อสีเหลืองเข้ามาใช้กำลัง พร้อมยึดอาวุธมีคมที่คุณเต็นท์พกมา โดยจากภาพวงจรปิดที่ถูกนำมาเปิดในรายการ เห็นว่ามีกลุ่มรถจักรยานยนต์ขับตามกันมาหลายคัน ก่อนที่คุณเต็นท์จะถูกคุมตัวอยู่บริเวณริมถนน และมีการใช้กำลังเกิดขึ้นค่ะ

คุณเต็นท์บอกว่า ระหว่างเหตุการณ์ แว่นสายตาของตนตกลงพื้น จึงบอกไปว่าตัวเองสายตาสั้นและมองไม่เห็น แต่กลับมีคนเหยียบแว่นจนแตกละเอียด นอกจากนี้ยังถูกเท้าเหยียบหลังขณะที่นอนอยู่กับพื้นด้วยค่ะ ส่วนประเด็นที่ทำให้เจ้าตัวติดใจก็คือ ในที่เกิดเหตุมีนายกเทศมนตรีอยู่ด้วย แต่ไม่ได้เข้ามาห้าม และยังมี สท. ตี๋ ซึ่งยอมรับว่าได้ลงมือกับคุณเต็นท์จริงค่ะ

ด้านคุณมิ้นท์ ภรรยาของคุณเต็นท์ เล่าว่า วันเกิดเหตุพยายามโทรหาสามีหลายสิบสายแต่ไม่มีคนรับ จึงพาลูกชายวัย 4 ขวบครึ่งออกไปตามหา กระทั่งไปถึงจุดเกิดเหตุและได้รับแจ้งว่า สามีของเธอใช้เฟซบุ๊กปลอมไปหลอกลวงผู้หญิงค่ะ แต่คุณมิ้นท์ยืนยันว่า สามีใช้โทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว และเธอสามารถเข้าใช้งานเฟซบุ๊กของสามีได้ตลอด จึงมั่นใจว่าเจ้าตัวไม่ได้เป็นคนทำค่ะ

  

เมื่อไล่ย้อนถึงต้นเหตุ พบว่า “นายหำ” ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตารไปพูดคุยและนัดหมายภรรยาของ สท. ตี๋ ก่อนจะถูกกลุ่มคนดักควบคุมตัว และระหว่างถูกจับ นายหำมีการกล่าวพาดพิงไปถึงคุณเต็นท์ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยค่ะ แต่ภายหลัง เมื่อมีการตรวจสอบโทรศัพท์และบัญชีเฟซบุ๊ก พบว่าบัญชีที่ใช้แชตนั้นเป็นของนายหำ ไม่ใช่ของคุณเต็นท์ค่ะ

คุณเต็นท์จึงมองว่า ตัวเองกลายเป็นแพะรับบาปจากคำซัดทอด และถูกใช้กำลังทั้งที่ไม่มีหลักฐาน นอกจากนี้ ยังมีหารนำภาพของคุณเต็นท์ไปเผยแพร่ในไลน์กลุ่มหมู่บ้าน จนเกิดความเข้าใจผิด โดยคุณมิ้นท์บอกว่า เรื่องนี้สร้างความอับอายและกระทบครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะลูกที่ต้องรับผลตามไปด้วยค่ะ คุณเต็นท์ยังกล่าวอ้างด้วยว่า หลังถูกใช้กำลัง มีการพูดจาข่มขู่ในลักษณะรุนแรง พร้อมตราหน้าว่าเป็น “ภัยสังคม” ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ครอบครัวรู้สึกหวาดกลัวค่ะ

โดยในช่วงหนึ่งของรายการ พี่หนุ่ม ก็ได้ถามทนายแก้วว่าว่า สท.มีหน้าที่อะไร โดยทนายแก้วอธิบายว่า มีหน้าที่เกี่ยวกับการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น พิจารณางบประมาณ และตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ไม่ได้มีอำนาจที่จะไปจับกุมประชาชนเอง เว้นแต่จะเป็นกรณีความผิดซึ่งหน้า หรือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอให้ช่วยเหลือตามขั้นตอนค่ะ

จากนั้นค่ะพี่หนุ่ม ก็ยังได้ถามข้อมูลจาก ChatGPT กลางรายการ โดยเริ่มจากคำถามว่า “สท.ทำหน้าที่อะไร” ซึ่ง AI ตอบว่า สท. หรือสมาชิกสภาเทศบาล มีหน้าที่หลักในการเป็นตัวแทนประชาชน ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น พิจารณางบประมาณ ตรวจสอบการทำงานของนายกเทศมนตรีและฝ่ายบริหาร รวมถึงรับฟังปัญหาและเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ค่ะ

แต่จังหวะที่ทำเอาคนในรายการถึงกับจับตา คือพี่หนุ่มพิมพ์ถามอีกว่า “สท.สามารถใช้กำลังกับคนได้ไหมครับ” ซึ่ง AIก็ตอบว่า สท.ไม่สามารถกระทำรุนแรงหรือใช้กำลังกับใครได้ตามกฎหมาย เพราะ สท. ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอาญาเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน ก่อนพี่หนุ่มจะพูดทิ้งท้ายว่า “เผื่อ สท.ไม่ทราบ” ทำเอาบรรยากาศในรายการเดือดขึ้นมาอีกระลอกค่ะ

โดยทางด้าน“สท. ตี๋” ได้โฟนอินเข้ามาชี้แจงในรายการ โดยเจ้าตัวบอกว่า ปมทั้งหมดเริ่มจากภรรยาถูกคุกคาม มีการพูดถึงภาพส่วนตัว และถูกนัดหมายให้ออกไปพบในที่มืด จึงประสานคนในพื้นที่และนายกเทศมนตรีเพื่อออกไปตรวจสอบค่ะ โดยสท. ตี๋ อ้างว่า เมื่อเห็นคุณเต็นท์กับนายหำขี่รถอยู่ในช่วงเวลาใกล้กัน ประกอบกับนายหำซัดทอดว่าเป็นคุณเต็นท์ และในข้อความยังมีประโยคคล้ายกับว่าคนที่ขายของ จึงทำให้เกิดความสงสัย เพราะคุณเต็นท์มีอาชีพขายของ ขณะที่นายหำไม่ได้ขายของค่ะ อย่างไรก็ตาม สท. ตี๋ ยอมรับว่าได้ใช้กำลังกับคุณเต็นท์จริง โดยให้เหตุผลว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบจากความโมโห และในตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเชื่อคำพูดของใคร แต่ก็ยอมรับด้วยว่า ตัวเองไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการจับกุมใครค่ะ

โดยพี่หนุ่ม กรรชัย ได้ตั้งคำถามว่า ต่อให้โกรธ สท. ก็ไม่มีอำนาจที่จะไปจับหรือใช้กำลังกับประชาชน โดยเฉพาะในคลิปที่คุณเต็นท์หยุดรถและไม่มีท่าทีขัดขืนอะไรเลยค่ะ

ขณะที่ทางด้านนายพุทธิธร ฉัตรบริรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลท่าช้าง ชี้แจงว่า เหตุเริ่มจากมีหญิงในพื้นที่ถูกคุกคามและมีการแจ้งความไว้แล้ว ก่อนฝ่ายหญิงจะแจ้งว่าผู้ก่อเหตุนัดออกมาพบ จึงมีการประสาน สภ.บางจักร รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้ออกไปช่วยกันดูค่ะ
นายกเทศมนตรียอมรับว่า ตำแหน่งนายกเทศมนตรีไม่มีอำนาจจับกุมผู้ร้าย แต่ที่ไปด้วยเพราะต้องการช่วยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ค่ะ
สำหรับจังหวะที่คุณเต็นท์ถูกใช้กำลัง นายกเทศมนตรีชี้แจงว่า ตอนนั้นตัวเองกำลังถือไฟฉายและโฟกัสกับรถที่วิ่งผ่าน เพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุ จึงอาจไม่ทันเห็นบางจังหวะที่มีการลงมือ และยืนยันว่าในช่วงอื่นก็ได้พยายามห้ามปรามแล้ว เพียงแต่คลิปที่เห็นอาจเป็นคลิปในช่วงสั้นๆ

โดยนายกเทศมนตรียังยืนยันว่า ไม่มีการลบภาพวงจรปิดของเทศบาล และพร้อมให้ตรวจสอบ พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เกิดความผิดพลาดและตัวเองคุมสถานการณ์ได้ไม่ดีพอค่ะ ส่วนเรื่องการบังคับบัญชา นายกเทศมนตรีอธิบายว่า สท. ไม่ได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของนายกเทศมนตรี ขณะที่กำนันและผู้ใหญ่บ้านก็ขึ้นตรงกับฝ่ายปกครองและนายอำเภอ ไม่ได้ขึ้นกับเทศบาลค่ะ

โดยทางด้านทนายแก้วให้ความเห็นว่า การจับกุมบุคคลโดยทั่วไปต้องมีอำนาจตามกฎหมาย เว้นแต่เป็นกรณีความผิดซึ่งหน้า หรือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอให้ช่วยตามขั้นตอน แต่ในเหตุการณ์ของคุณเต็นท์ ไม่มีหมายจับ ไม่มีความผิดซึ่งหน้า และไม่มีข้อมูลชัดว่ามีตำรวจร้องขอให้ไปจับ ทนายแก้วจึงมองว่า การใช้กำลังกับคุณเต็นท์อาจมีความผิดได้หลายส่วน ทั้งเรื่องกระทำรุนแรง ทำให้เสียทรัพย์จากกรณีแว่นตาเสียหาย รวมถึงประเด็นการเผยแพร่ภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับหมิ่นประมาท PDPA และกฎหมายคอมพิวเตอร์ ซึ่งรายละเอียดแต่ละข้อหาต้องดูข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมค่ะ

อีกประเด็นที่ทนายแก้วพูดถึงคือ มาตรา 157 ซึ่งอาจถูกนำมาพิจารณาหากเจ้าพนักงานใช้อำนาจหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่สุดท้ายต้องดูฐานะของแต่ละบุคคล หน้าที่ในขณะเกิดเหตุ และพฤติการณ์โดยละเอียด ส่วนการที่มีผู้ใหญ่บ้านใช้เท้าเหยียบหลังผู้เสียหาย ทนายแก้วมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุอย่างมาก และกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อเท็จจริงยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเจ้าตัวมีความผิดค่ะ

สำหรับเรื่องอาวุธมีคมที่คุณเต็นท์พกติดตัวมา ทนายแก้วอธิบายว่า เจ้าตัวอาจต้องชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใดจึงนำอาวุธมีคมติดตัวมา โดยคุณเต็นท์บอกว่าเป็นเพราะเห็นญาติถูกล้อมในที่มืดและไม่รู้ว่าคนกลุ่มนั้นเป็นใคร จึงเข้าใจว่าต้องเตรียมไว้ป้องกันตัวค่ะ

โดยคุณมิ้นท์ยังเล่าถึงประเด็นการเจรจาเยียวยาว่า หลังเกิดเหตุมีคนกลางเข้ามาติดต่อเรื่องค่าแว่นและค่ารีโมตรถ แต่ครอบครัวปฏิเสธ เพราะมองว่าความเสียหายไม่ได้มีแค่ทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงความรุนแรงและชื่อเสียงที่เสียไปจากการนำภาพไปเผยแพร่ ส่วนภาพที่ถูกส่งเข้าไลน์กลุ่มหมู่บ้าน นายกเทศมนตรีชี้แจงว่า เดิมเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานของฝ่ายปกครองที่จะส่งให้กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน แต่มีการส่งผิดกลุ่ม จึงไปปรากฏในไลน์หมู่บ้านแทนค่ะ

ขณะเดียวกันค่ะ ทางด้านของนายหำในปัจจุบัน ถูกดำเนินคดีเรื่องสารต้องห้ามและการขับขี่หลังเสพ ส่วนคดีเกี่ยวกับการคุกคามหญิงในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนค่ะ

อีกเรื่องที่คุณมิ้นท์หยิบขึ้นมาพูด คือพฤติกรรมของตำรวจร้อยเวรที่ สภ.บางจักร โดยเธออ้างว่า ช่วงแรกมีการพูดจาไม่ดีและตะคอกญาติให้ออกจากห้องสอบสวน แต่หลังมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงโทรเข้ามา ท่าทีและน้ำเสียงกลับเปลี่ยนไป จึงเป็นอีกประเด็นที่ครอบครัวติดใจ

ขณะที่ทางด้าน “นายชนะชัย วรรณษา” ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ให้ข้อมูลว่า หากผู้เสียหายมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย สามารถยื่นขอรับการคุ้มครองได้ และจะมีการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อประเมินมาตรการที่เหมาะสมค่ะ

ขณะที่นายกเทศมนตรีบอกว่า จังหวัดจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบ พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่ทำในวันนั้นเกิดจากความตั้งใจจะช่วยดูแลประชาชน แต่ยอมรับว่าคุมสถานการณ์ได้ไม่ดี และพร้อมให้แต่ละคนรับผิดชอบตามสิ่งที่ตัวเองทำค่ะ เจ้าตัวยังกล่าวถึงการทำงานในพื้นที่ตลอด 5–6 ปีที่ผ่านมา ว่าปกติออกตรวจพื้นที่อยู่เสมอ แต่ครั้งนี้เหตุการณ์บานปลายจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของหญิงในพื้นที่ พร้อมขอโทษผู้เสียหายและทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบค่ะ

#โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #อ่างทอง #วิเศษชัยชาญ #สท #นายกเทศมนตรี #ผู้ใหญ่บ้าน #ทนายแก้ว #คุณเต็นท์ #คุณมิ้นท์ #สภบางจักร #มาตรา157 #PDPA #หมิ่นประมาท #คุ้มครองพยาน #ดราม่าท้องถิ่น #ข่าวสังคม #ข่าวโซเชียล #ประเด็นร้อน #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.