ดราม่าหนุ่มหัวร้อนทุบกระจกเบนซ์ยังเดือดต่อ หลัง “เก็ท” คู่กรณีออกมาเปิดมุมของตัวเอง ยอมรับว่าถุยน้ำลายและทำกระจกเสียหายจริง แต่กล่าวอ้างว่าถูกขับจี้ บีบแตร ด่าทอ และท้าทายก่อน พร้อมประกาศดำเนินคดีกับผู้ที่เข้ามากระทบกระทั่ง รวมถึงคนเผยแพร่คลิปไม่ปิดหน้า ขณะที่ฝั่งผู้เสียหายยืนยัน บีบแตรเพียงครั้งเดียวเพื่อขอทาง และมีพยานฝั่งคู่กรณีช่วยยืนยัน ด้าน “พี่หนุ่ม กรรชัย” ขยี้กลางรายการ หลังเจ้าตัวนำชื่อโรงเรียนเก่ามาอ้าง จนรุ่นพี่ออกมาไม่พอใจค่ะ

จากกรณีคลิปเหตุการณ์บนท้องถนนที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักค่ะ หลังหญิงสาวรายหนึ่งขับรถมากับกลุ่มเพื่อน ก่อนพบกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์กินพื้นที่ทั้งสองเลน จึงบีบแตรเพื่อขอทาง แต่กลับเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนชายคู่กรณีจะจอดรถจักรยานยนต์กลางถนน ลงมาทุบรถเบนซ์ จนกระจกมองข้างได้รับความเสียหายอยากหนักค่ะ
หลังจากนั้นค่ะ ฝั่งคู่กรณียังส่งข้อความมาในลักษณะท้าทาย พร้อมใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ จนเรื่องยิ่งบานปลายและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยรถคันดังกล่าวเป็นรุ่นพิเศษที่มีเพียง 120 คันในประเทศไทย และสีน้ำเงินที่ขับมีเพียง 18 คันเท่านั้น ทำให้หลายคนจับตาว่า ค่าเสียหายจากการเปลี่ยนอะไหล่อาจไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยค่ะ ต่อมาผู้เสียหายพร้อมแฟนหนุ่มได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล พนักงานสอบสวนสอบปากคำ พาไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมออกหมายเรียกบุคคลที่ทราบชื่อ และเร่งติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นมาสอบสวนเพิ่มเติม
โดยทางด้านเก็ท คู่กรณีในคลิป ก็ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “เรื่องเมื่อคืนต้องขอโทษทางราชสิทธาราม ด้วยที่อ้างชื่อไปแบบนั้นเพราะผมใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่ตอนเรียน แต่เหตุการณ์ในตอนนั้นตั้งแต่แรกคือ ผมกลับรถมาจากอีกฝั่งแล้ววิ่งอยู่เลนส์ขวาสุดเขาก็ขับมาจี้ตูดแล้วบีบแตรผมก็เบี่ยงซ้ายแล้วกวักมือให้เขาแซงขึ้นไปแต่กลับเปิดกระจกมาด่าแล้วท้าทายว่าให้จอดเพราะเดี๋ยวมีเพื่อนตามมาข้างหลัง ก็เถียงกัน และผมถุยน้ำลายจริงๆ พอถึงไฟแดงผมก็จอด พอลงมาพวกนั้นกลับปิดกระจกหนี แล้วในรถก็ไม่ได้มีแต่ผญ.ด้วย ท้าแล้วทำไมถึงไม่ลงมาหละ แล้วจากนั้นก็ตามในคลิป ในส่วนผมถุยน้ำลายผมผิดจริง และในส่วนที่ผมไปพังกระจกรถผมก็ทำเกินกว่าเหตุก็ดำเนินคดีตามกฎหมายไป อันนี้คือ Past ที่ 1
และอีกโพสต์บอกว่า มาต่อกันใน Past ที่ 2 พอเรื่องราวหลังจากที่พังกระจกรถเสร็จก็มีวัยรุ่นกลุ่มนึงซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ได้วิ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายผมด้วยการเตะหน้าแต่ตำรวจกันไว้เลยโดนถากๆ จากนั้นตำรวจจึงได้พาตัวทั้ง2 ฝั่งเข้าสน.หลังจากที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ไว้ได้และเห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้วจึงได้ปล่อยฝั่งนั้นกลับบ้าน และอีก1 ชม.จึงปล่อยผมกลับเช่นกัน เมื่อผมออกจากสน.แล้วมีรุ่นพี่คนนึงอาสาพาไปเคลียร์กันกับฝั่งตรงข้ามจึงได้นัดกันที่หน้าเพชรเกษม 69 ผมนั่งรอเขาเก็บ2 ชม.เพราะคิดว่ามาคุยกันแล้วเรื่องจะจบแต่ฝั่งนั้นมากัน 20 คน+และมีหลายคนพยายามจะเข้ามาทำร้ายร่างกายผมแต่พี่ที่เป็นคนกลางคอยบังไว้ให้ต้องขอบคุณพี่มากๆครับ สุดท้ายแล้วก็เคลียร์กันไม่ลงตัวเพราะพวกขี้เสือกมันเยอะ เอาแต่รุมด่าไม่ฟังทำไรเลย และต่อมาได้มีผช.คนนึงได้ทำสันดารที่ผช.ไม่ควรทำคือ “ลักเปิด” ไม่ต้องห่วงครับ ในส่วนนี้ผมแจ้งทำร้ายร่างกาย และ PDPA สำหรับคนที่เผยแพร่คลิปของผมโดยไม่ปิดหน้า และคนที่คอมเม้นเอาแต่สนุกปากแน่นอน



หลังโพสต์ของเก็ทถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดค่ะเพจ “เจ๊ม้อย V+” ได้ออกมาเผยข้อมูลอีกด้าน หลัง “หมิว” ผู้เสียหายได้ทักเข้าไปเล่าเหตุการณ์และส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้กับทางเพจ โดยระบุข้อความว่า หมิวบอกว่าหลังกลับจากสถานีตำรวจในช่วงประมาณตี 3 ไม่นาน คู่กรณีได้ส่งข้อความส่วนตัวเข้ามาด่าทอและท้าให้ออกไปพบ ทางเราก็งงเพราะเจ้าหน้าที่เคยแจ้งว่า จะควบคุมตัวคู่กรณีไว้ประมาณ 2 วัน แต่ภายหลังกลับทราบว่าอีกฝ่ายได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน จึงมีคนกลางเข้ามาประสานและนัดพบกันบริเวณเพชรเกษม 69
โดยคนที่เดินทางไปด้วยหลายคนรู้เรื่องจากโซเชียล และเพียงต้องการไปสังเกตการณ์ ไม่ได้ตั้งใจรวมกลุ่มไปทำร้ายใคร แต่ระหว่างพูดคุย คู่กรณีกลับใช้ถ้อยคำหยาบคายกับหลายคนที่เข้าไปสอบถาม จนมีชายคนหนึ่งหมดความอดทนและลักเปิดไปหนึ่งครั้ง ก่อนตำรวจจะเดินทางมาถึง
ฝ่ายผู้เสียหายยังอ้างว่า หลังสอบถามตำรวจถึงเรื่องการควบคุมตัว ได้รับคำตอบว่า หลังจากฝั่งของเธอกลับไป เจ้าหน้าที่เรียกคู่กรณีออกมาและแจ้งว่า ฝ่ายผู้เสียหายยังไม่ได้ดำเนินการเอาความในตอนนั้น จึงปล่อยตัวกลับไปก่อน หมิวยืนยันว่า วันเกิดเหตุเธอบีบแตรตามปกติเพียงครั้งเดียว เพื่อขอให้เปิดทาง และไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มด่าทอ พร้อมบอกว่ามีพยานซึ่งมากับกลุ่มของคู่กรณี และคอยห้ามคนฝั่งเดียวกันตลอดเหตุการณ์ สามารถยืนยันเรื่องดังกล่าวได้ค่ะ



ขณะเดียวกันค่ะ วันนี้ในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ซึ่งดำเนินรายการโดย “พี่หนุ่ม กรรชัย” และ “พี่หมวย อริสรา” ก็ได้หยิบประเด็นนี้มาพูดถึงด้วย โดยพี่หนุ่มวิจารณ์การกระทำของคู่กรณีอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่องการนำชื่อโรงเรียนราชสิทธารามมาอ้าง จนรุ่นพี่ของสถาบันออกมาไม่พอใจ โดยพี่หนุ่มบอกว่า “เก่งจัด มึงคงคิดว่าปากมึงสวยมากนะเนี่ย เด็กราชสิทธิ์ เสียชื่อ และรุ่นพี่เขาบอกว่าเอาชื่อเขาไปอ้าง เดี๋ยวเถอะเก็ท เดี๋ยวจะโดน ใครไปด่าเขาเนี่ยเขาจะฟ้องนะ แล้วก็เขาไม่กลัวด้วย เขาไม่ไหว้หรอก กระเช้าไม่มี เขาไม่กลัวเพราะเขาเด็กราชสิทธิ์

โดยทางด้านเพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ก็ออกมาโพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า ว่าไงคนเก่ง ! ตำรวจออกหมายเรียก “เก็ท ขาเบียดศิษย์เก่าราชสิทฯ ” แล้ว ! จากคลิปถุยน้ำลายใส่และทำกระจกมองข้างรถเบนซ์เสียหาย เจ้าตัวต้องเข้าให้ปากคำกับทางตำรวจหลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ขณะที่ล่าสุด “เก็ท” ล็อกโปรไฟล์หนีดราม่า แต่ยังโพสต์สตอรี่ปากดีฉ่ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมขู่ฟ้องใครที่คอมเมนต์ด่าแรง เตรียมรับคำขอโทษเป็นเงินสด ส่วนค่าเสียหาย บอกเลยว่าไม่ใช่หลักพันแน่นอน เพราะรถเบนซ์ AMG C43 Coupe Special Edition คือรุ่นลิมิเต็ด มีเพียง 18 คันในประเทศเท่านั้น ถ้าประเมินค่าใช้จ่ายเปลี่ยนกระจกมองข้างทั้งชุดของแท้ฟลูออฟชั่นจากศูนย์ พร้อมค่าแรงและค่าติดตั้งระบบ มีโอกาสแตะหลักแสนบาท…โชคดี พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า “ไม่ได้ดูถูกนะ สภาพนี้หาเงินจ้างทนายให้ได้ก่อน”



นอกจากนี้ ทางเพจยังโพสต์อีกว่า เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นปากดี “เก็ท ขาเบียด ราดสิด” ถูกลักเปิดกลางดึก จนต้องร้องขอชีวิต สภาพสะง่อง ดูซึมๆ เศร้าหมอง ไม่ร่าเริงสดใส พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า“ข้างนัยคัยจะลู้วว์”
หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากค่ะ โดยหลายคนพุ่งเป้าไปที่เรื่องค่าซ่อมรถรุ่นพิเศษ พร้อมขยี้ท่าทีของคู่กรณีที่ก่อนหน้านี้ยังออกมาโพสต์อย่างมั่นใจ โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า “กระเช้าไม่ต้องหาหรอก หาเงินไปจ่ายค่ารถเบนซ์ก็พอ” อีกคอมเมนต์บอกว่า “เจอรุ่น limited edition ไม่ซึมได้ไง” “เก่งเหลือเกินพ่อหนุ่ม” “ปากแจ๋วซะด้วย” และอีกคอมเมนต์บอกว่า “คุณครูครับมีเด็กร้องไห้แน่ๆจั้ฟ!! ไอ้หนุ่มราชสิทฯป่านนี้เป็นไงบ้างน้าาาา”
![]()




หลังจากนี้คงต้องรอติดตามกันต่อค่ะว่า เก็ทฝั่งคู่กรณี จะออกมาแสดงความรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายของรถอย่างไร โดยเฉพาะค่าซ่อมกระจกมองข้างของรถรุ่นพิเศษ ซึ่งอาจมีมูลค่าสูง และตำรวจจะพิจารณาแจ้งข้อหาใดบ้าง จากทั้งเหตุการณ์บนท้องถนน การทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และพฤติการณ์อื่นที่ปรากฏในคลิป ขณะเดียวกันค่ะ เก็ทยังยืนยันด้วยว่า จะดำเนินการแจ้งความในส่วนที่ตัวเองถูกกระทำ รวมถึงเตรียมดำเนินการกับผู้ที่นำคลิปของตนไปเผยแพร่โดยไม่ปิดบังใบหน้า และผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำรุนแรง โดยอ้างถึงเรื่องสิทธิส่วนบุคคลและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เอาเป็นว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง เราคงต้องรอติดตามกันต่อค่ะ
#เก็ทขาเบียด #ทุบรถเบนซ์ #วัยรุ่นหัวร้อน #น้องหมิว #MercedesAMG #AMGC43 #รถรุ่นลิมิเต็ด #กระจกมองข้างพัง #สภพุทธมณฑล #ตำรวจออกหมายเรียก #พี่หนุ่มกรรชัย #หมวยอริสรา #เที่ยงวันทันเหตุการณ์ #ราชสิทธาราม #เจ๊ม้อยVPlus #ซ้อเปา #ดราม่าบนถนน #ขับรถกินเลน #ค่าซ่อมหลักแสน #ข่าวสังคม #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



