หลังดราม่าความสัมพันธ์ “อิงฟ้า วราหะ–ปอป้อ ทรัพย์สิรี” ลุกลามจนแฟนคลับถกเถียงกันสนั่น ล่าสุดอิงฟ้าออกมาเปิดใจกลางวงแฟนคลับแบบหมดเปลือก ยอมรับสิ่งที่ทำให้เจ็บที่สุดไม่ใช่คำด่าจากแอนตี้ แต่คือแฟนคลับบางคนที่อยู่ด้วยกันมา 5 ปีแล้วกลับหันมาทำร้ายกันเอง พร้อมเคลียร์ชัดทั้งเรื่องคลิปปารีส คำว่า “รู้จักกันเกือบ 2 ปี” ข่าวงานคู่ถูกแคนเซิล ไปจนถึงเรื่องความรักที่เจ้าตัวย้ำว่า ถ้าวันไหนชัวร์และมั่นใจ จะเป็นคนเปิดเผยให้ทุกคนรู้ด้วยตัวเองค่ะ


เรียกได้ว่ายังคงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แฟน ๆ จับตามองกันอย่างต่อเนื่องค่ะ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง “อิงฟ้า วราหะ” และ “ปอป้อ ทรัพย์สิรี” โดยหลังจากก่อนหน้านี้ปอป้อ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องไอจีสตอรี่และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ พร้อมยอมรับว่าอยากเรียนรู้และพัฒนาความสัมพันธ์ให้มากขึ้น แต่ย้ำว่าสถานะปัจจุบันยังคงเป็นเพียงพี่น้องและเพื่อนในกลุ่มที่หวังดีต่อกันเท่านั้น



ขณะที่อิงฟ้าเองก็เคยยืนยันว่า ทั้งคู่รู้จักกันผ่านกลุ่มเพื่อนออกกำลังกายและกลุ่ม LGBTQ พร้อมบอกว่าตัวเองยังโสด ก่อนที่กระแสจะลุกลามจนมีทั้งแฟนคลับบางส่วนออกมาแสดงความไม่สบายใจ รวมถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ปอป้ออย่างหนัก จนทางด้าน “พี่ซัน” ผู้จัดการคนสนิทของอิงฟ้า และ “แม่โบว์” คุณแม่ของอิงฟ้า ต้องออกมาเคลื่อนไหว โดยพี่ซันย้ำว่า การรักศิลปินไม่ใช่การครอบครองหรือกำหนดชีวิตของเขา ขณะที่คุณแม่เองก็อยากให้ลูกได้มีพื้นที่ความสุขในชีวิตบ้าง หลังทำงานหนักมาตลอดหลายปี



ขณะที่ล่าสุด “อิงฟ้า” ก็ได้ออกมาเปิดใจกลางวงแฟนคลับแบบหมดเปลือกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ตัวเองพยายามหาความสุขจากชีวิตจริงให้มากขึ้น นอกเหนือจากโลกออนไลน์ โดยอิงฟ้าบอกว่า โชคดีที่ตอนนี้มีร้านคาเฟ่เป็นของตัวเอง เพราะพอรับบทเป็น CEO ก็ต้องดูแลลูกน้อง ต้องแก้ปัญหาภายในร้านอยู่ตลอด บางครั้งกำลังจะเศร้าหรือคิดมากเรื่องส่วนตัว ก็มีโทรศัพท์เรื่องงานเข้ามาพอดี จนไม่มีเวลานั่งจมอยู่กับความเครียด ซึ่งเจ้าตัวมองว่านี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่ง


ส่วนประเด็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับปอป้อ อิงฟ้าบอกว่า อีกฝ่ายได้กล่าวขอโทษแล้ว และขอโทษหลายครั้งมาก พร้อมมองว่า เมื่อเรื่องเกิดความผิดพลาดขึ้นไปแล้ว และมีการขอโทษกันแล้ว ก็ควรจะจบได้ เพราะการกลับมาด่าหรือซ้ำเติมกันซ้ำ ๆ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น อิงฟ้ายังย้ำด้วยว่า เรื่องความรักเป็นเรื่องส่วนตัว และวันนี้ตัวเองอายุ 31 ปีแล้ว มีสิทธิ์ที่จะพูดคุย ไปไหนมาไหน หรือเรียนรู้ใครสักคนได้เหมือนคนทั่วไป
แต่สิ่งที่ทำให้อิงฟ้าเจ็บปวดมากที่สุด กลับไม่ใช่คำพูดจากการถูกแอนตี้ แต่คือการเห็น แอคหลุมหรือแฟนคลับบางคนที่อยู่ด้วยกันมานานถึง 5 ปี กลับหันมาทำร้ายกันเอง พร้อมเปรียบว่าคล้ายกับความรู้สึกของ “คนอกหัก” เพราะคนที่เคยอยู่ด้วยกัน เคยรักและสนับสนุนกันมานาน วันหนึ่งกลับเปลี่ยนไป จึงเป็นเรื่องที่กระทบความรู้สึกมากกว่าคำด่าจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันเสียอีก



ขณะเดียวกัน อิงฟ้ายังก็ยังได้ชี้แจงถึงโพสต์ก่อนหน้านี้ของ “พี่ซัน” ที่พูดถึงการซัพพอร์ตของแฟนคลับ หลังถูกบางคนนำไปตีความว่า ศิลปินดังแล้วไม่สนใจแฟนคลับ โดยอิงฟ้าบอกว่า ความหมายที่พี่ซันต้องการสื่อจริง ๆ คือ การที่แฟนคลับทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อสนับสนุนศิลปิน ก็เหมือนกับการส่งเด็กคนหนึ่งเรียนจนจบ ดังนั้นศิลปินเองก็ต้องพยายามพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และสร้างผลงานให้คุ้มค่ากับแรงสนับสนุนเหล่านั้น เพื่อไม่ให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่แฟนคลับช่วยกันซัพพอร์ตสูญเปล่า ไม่ได้หมายความว่าพอดังแล้วจะไม่แคร์แฟนคลับ
ส่วนอีกหนึ่งข่าวลือที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก หลังดราม่าครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเรื่องงาน หรือทำให้งานคู่บางงานถูกยกเลิกนั้น อิงฟ้าก็ออกมายืนยันแบบชัดเจนว่า “ไม่เป็นความจริง” โดยเจ้าตัวบอกว่าได้สอบถามกับทางกองมิสแกรนด์ซึ่งเป็นฝ่ายรับงานแล้ว ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ ไม่มีใครทำให้ตัวเองเดือดร้อนในเรื่องงาน ตรงกันข้าม ช่วงนี้ยังมีงานเข้ามาเยอะมากจนแทบไม่มีเวลาทำด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ อิงฟ้ายังเคลียร์ถึงประเด็น “ที่ปารีส” ที่ถูกนำกลับมาพูดถึง โดยยืนยันว่า ณ ช่วงเวลานั้น ตัวเองมีสถานะโสด ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการทำตามหัวใจและความรู้สึกของตัวเองในขณะนั้น ส่วนคำว่า “2 ปี” ที่ปรากฏอยู่ในคำชี้แจงของอีกฝ่าย อิงฟ้าก็ย้ำอีกครั้งว่า ความหมายคือ “รู้จักกันมาเกือบ 2 ปี” ไม่ใช่ “คบกันมา 2 ปี” พร้อมตัดพ้อว่า หลายคนตีความกันไปเองจนเรื่องลุกลามใหญ่โตเกินกว่าความเป็นจริง


อีกหนึ่งประเด็นที่อิงฟ้าพูดอย่างจริงจังคือเรื่อง เพศสภาพและรสนิยมทางความรัก หลังมีการนำลุคการแต่งตัวของเจ้าตัวไปตีความกันต่าง ๆ นานา อิงฟ้าบอกว่า การที่ตัวเองชอบแต่งตัวเท่ ใส่สูท หรือใส่กางเกง ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นตัวกำหนดว่าเธอต้องมีรสนิยมแบบใด พร้อมย้ำชัด ๆ ว่า “พี่ไม่ได้เป็นทอม ไม่ได้เป็นผู้ชาย ไม่ได้เป็นเลสเบี้ยน พี่คือมนุษย์คนหนึ่ง” และหากวันหนึ่งรู้สึกดีกับใคร ตัวเองก็พร้อมจะเปิดใจให้คนนั้นโดยไม่ต้องเอากรอบเรื่องเพศมาเป็นตัวกำหนด
พร้อมกันนี้ อิงฟ้ายังออกโรงปกป้องแฟนคลับด้วย โดยบอกว่าไม่ชอบเห็นใครนำคำว่า “ทอม” มาใช้ในเชิงดูถูก เหยียด หรือเอามาล้อเลียน เพราะทอมก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่ทางเพศ และที่ผ่านมาอิงฟ้าก็ปกป้องแฟนคลับจากการถูกคนภายนอกดูถูกมาโดยตลอด จึงไม่อยากเห็น สุดท้ายแล้วแฟนคลับกลับมาใช้เรื่องเพศโจมตีกันเอง

ระหว่างการพูดคุย อิงฟ้าถึงกับปล่อยโฮออกมา แต่เจ้าตัวบอกว่า น้ำตาครั้งนี้เป็น น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ หลังเห็นว่า ยังมีแฟนคลับจำนวนมากที่อยู่ตรงนี้และไม่ทิ้งกันไปไหน โดยเฉพาะในวันที่ต้องเจอกับดราม่าหนัก ๆ ก็ยังได้รับกำลังใจจากแฟน ๆ อย่างเต็มที่ รวมถึงโปรเจกต์ Food Truck จำนวน 27 คัน ที่แฟนคลับจัดมาให้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้อิงฟ้ารู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
สำหรับแฟนคลับบางคนที่อาจรู้สึกว่าไม่อยากติดตามหรือสนับสนุนกันต่อ อิงฟ้าก็บอกว่า ตัวเองให้อิสระกับทุกคน หากใครต้องการเดินจากไป หรือไปสนับสนุนคนอื่น ก็ขอให้ไปอย่างมีความสุข เพียงแต่อย่ากลับมาทำร้ายกันก็พอ ส่วนบรรดาแอคปั่นหรือคอมเมนต์ที่ล้ำเส้นนั้น อิงฟ้ายืนยันว่าจะจัดการผ่าน กระบวนการทางกฎหมาย เพราะมองว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ควรมีใครถูกละเมิดเพียงเพราะเป็นบุคคลสาธารณะ


ขณะที่เรื่องความรัก อิงฟ้าก็ยังคงย้ำว่า ทุกอย่างต้องใช้เวลาเรียนรู้กันให้ชัดเจนก่อน และด้วยความที่เจ้าตัวบอกว่าตัวเองเป็นคน “ขี้อวด” อยู่แล้ว ถ้าวันไหนความสัมพันธ์ชัดเจนและมั่นใจจริง ๆ ก็จะเป็นคนออกมาเปิดเผยให้แฟน ๆ ได้รับรู้ด้วยตัวเองแน่นอน
เรียกได้ว่าการออกมาเปิดใจครั้งนี้ อิงฟ้าพูดครบแทบทุกประเด็นทั้งเรื่องความสัมพันธ์ ข่าวลือเรื่องงาน ความรู้สึกที่มีต่อแฟนคลับ ไปจนถึงเส้นแบ่งของชีวิตส่วนตัว ส่วนแฟนคลับที่ยังเลือกอยู่ข้างกัน อิงฟ้าก็ยืนยันว่าตัวเองเห็นและรับรู้ทุกกำลังใจ โดยเฉพาะในวันที่ต้องผ่านกระแสหนัก ๆ แต่กำลังใจจากคนที่ยังรักและหวังดีก็ยังมีความหมายกับอิงฟ้ามากจริง ๆ
#อิงฟ้าวราหะ #อิงฟ้า #ปอป้อทรัพย์สิรี #ปอป้อ #EngfaWaraha #พี่ซัน #มิสแกรนด์ #MissGrandThailand #ดราม่าอิงฟ้า #แฟนคลับอิงฟ้า #ข่าวบันเทิง #ดราม่าบันเทิง #LWL1 #ล้อมวงเล่า






