หลังลูกค้ารายหนึ่งออกมาเล่าประสบการณ์ อ้างพบเศษแก้วในเจลาโต้จนมีแผลภายในปาก และตั้งคำถามถึงการดูแลที่ได้รับ ล่าสุดร้าน PARAMETER ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าช่วยเหลือค่ารักษา ติดตามอาการ และพร้อมดูแลเพิ่มเติม พร้อมประกาศทบทวนมาตรการความปลอดภัยทุกขั้นตอน ขณะที่ “บอย ท่าพระจันทร์” โพสต์แซะถึงกระแสดราม่าแบบไม่แผ่ว

แต่หลังจากการแถลงข่าวผ่านไปไม่นาน ก็เกิดประเด็นใหม่ขึ้นทันทีค่ะ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ โดยอ้างว่าเคยพบเศษแก้วอยู่ภายในเจลาโต้ของร้าน จนมีแผลบริเวณลิ้นและกระพุ้งแก้ม รวมถึงต้องเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลและฉีดวัคซีนบาดทะยัก และทางร้านเองก็รับผิดชอบโดยการคืนเงินค่าเจลาโต้และรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกผิดหวังคือ การสื่อสารและแนวทางดูแลหลังเกิดเหตุ เพราะมองว่าเหตุการณ์รุนแรงพอที่ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจควรติดต่อมาขอโทษ อธิบายสาเหตุ และชี้แจงมาตรการป้องกันด้วยตัวเองไหม และแน่นอนว่า หลังเรื่องดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็เกิดคำถามตามมาทันทีว่า เศษแก้วเข้าไปอยู่ในเจลาโต้ได้อย่างไร ร้านตรวจสอบพบต้นเหตุแล้วหรือยัง และการคืนเงินพร้อมจ่ายค่ารักษาเพียงเท่านี้ เพียงพอต่อเหตุการณ์ที่กระทบเรื่องความปลอดภัยของลูกค้าหรือไม่ จนทำให้เรื่องนี้ถูกวิพากวิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์
พร้อมกันนี้ หลังเกิดเหตุ และ ได้รับทราบการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ พนักงานของร้านได้ติดต่อเพื่อรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนแสดงความจำนงค์ให้การดูแลเพิ่มเติมหากยังมีความช่วยเหลือใดที่สามารถดำเนินการได้ ขณะเดียวกัน PARAMETER ได้ทบทวน ตลอดจนยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการให้บริการ ทั้งการจัดการภาชนะแก้ว การตรวจสอบก่อนเสิร์ฟ การทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติงาน และการอบรมพนักงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเรา และเป็นแรงผลักดันให้ PARAMETER ยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าและความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น เราขอน้อมรับทุกความคิดเห็นด้วยความจริงใจในทุกกรณี และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจ และข้อเสนอแนะอันมีคุณค่า PARAMETER จะพิสูจน์ความรับผิดชอบของเราผ่านการลงมือปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจในทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการ ”
อย่างไรก็ตาม หลังแถลงการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป กระแสวิจารณ์ก็ยังคงมีตามมา เพราะชาวเน็ตบางส่วนมองว่า แม้ร้านจะออกมาขอโทษและบอกว่าจะปรับมาตรการแล้ว แต่ยังอยากทราบคำตอบที่ชัดเจนว่า เศษแก้วดังกล่าวมาจากขั้นตอนไหน และร้านตรวจสอบหาต้นเหตุพบแล้วหรือยัง
ส่วนทางด้าน เชฟกฤษณ์ หลังจากร้าน PARAMETER ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและชี้แจงแนวทางรับผิดชอบแล้ว เจ้าตัวก็ยังคงเดินหน้าทำงานและผลิตเจลาโต้ตามปกติ โดยในตอนนี้ยังไม่มีคำชี้แจงแยกจากกฤษณ์ถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตรง
ขณะเดียวกัน ทางด้าน “บอย ท่าพระจันทร์” ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงกระแสดราม่าแบบติดตลกว่า ”จะเปลี่ยนร้านพระ ให้เป็นร้าน #เจลาโต้ เพราะอะไรรู้ไหม? #เพราะแม่ง โม้ yes ม้า คนห่าอะไร -8องศา แค่จับก็รู้” พร้อมทั้งยังคอมเมนต์ใต้โพสต์เพิ่มเติมว่า ”รีบๆไปแดกกันเถอะ ก่อนจะเจ๊ง”






เรียกได้ว่า จากดราม่าเรื่องราคาและวิธีการสื่อสาร วันนี้ประเด็นขยับมาถึงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากกว่าเดิมค่ะ และสิ่งที่สังคมยังจับตาตอนนี้คือ ร้านจะสามารถหาสาเหตุที่ชัดเจน ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ และเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้ากลับคืนมาได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เราคงต้องรอติดตามกันต่อค่ะ
#PARAMETER #กฤษณ์ศรีภูมิเศรษฐ์ #เชฟกฤษณ์ #เจลาโต้ #ดราม่าเจลาโต้ #เศษแก้วในเจลาโต้ #ร้านออกแถลงการณ์ #ความปลอดภัยผู้บริโภค #บอยท่าพระจันทร์ #อัลตร้าสมูท #เจลาโต้พรีเมียม #ข่าวบันเทิง #ข่าวโซเชียล #ดราม่าโซเชียล #ผู้บริโภค #ล้อมวงเล่า






