ท่ามกลางมหากาพย์ “ต้า เฟ็ดเฟ่–ยัด ชัยโสโร” ที่ยังเดือดไม่หยุด หนึ่งในคนที่หลายคนสังเกตว่าอยู่ข้างต้าและคอยเป็นกำลังใจมาตลอด ก็คือ “เจเด็ด” ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเล่าถึงมุมที่ตัวเองรู้จักต้ามานานกว่า 20 ปี พร้อมย้อนวันที่ต้าเคยเป็นคนหยิบยื่นโอกาสให้เพื่อน ๆ ทุกคน ขณะที่ต้าเองก็เปิดอีกมุมถึงเหตุผลที่เพื่อนหลายคนเลือกไปอยู่กับอีกฝั่งค่ะ

ยังคงเป็นอีกหนึ่งดราม่าที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่องค่ะ สำหรับมหากาพย์อดีตเพื่อนรัก “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” ที่ยังมีข้อพิพาทเรื่องคดี หุ้น เงินบริษัท เอกสาร รวมถึงประเด็นเว็บเทาที่ถูกโยงเข้ามาเกี่ยวข้อง จนกลายเป็นดราม่าที่ยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้นค่ะ แต่ท่ามกลางกระแสดราม่าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก็มีเพื่อนจากกลุ่มเฟ็ดเฟ่คนหนึ่งที่หลายคนสังเกตว่า ยังคงอยู่ข้างต้าและคอยเป็นกำลังใจให้มาตลอด นั่นก็คือ “เจเด็ด” เพื่อนที่ไม่เคยทิ้งต้าไปไหน แม้ช่วงที่คนรอบข้างหลายคนจะเลือกไปอยู่กับอีกฝั่งค่ะ
ขณะที่ล่าสุด “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “เจเด็ด” ได้ไปร่วมไลฟ์สดขายของกับ “ซ้อฝัน” เจ้าของแบรนด์เดลล่า ซึ่งระหว่างไลฟ์สดขายของอยู่นั้น ก็มีช่วงหนึ่งในไลฟ์ที่พูดคุยถึงเรื่องราวในอดีต และเหตุผลที่เพื่อนหลายคนเลือกไปอยู่กับอีกฝั่งค่ะ โดยต้าเล่าว่า หลังจากเฟ็ดเฟ่แยกย้ายกันไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว แต่ละคนก็แยกไปทำช่องของตัวเอง และไปทำงานในแบบของตัวเอง แต่เมื่อทำไปสักพัก รายได้ของบางคนก็อาจไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต
จากนั้นต้าเล่าต่อว่า อีกฝ่ายเป็นคนฉลาด และรู้ว่าเพื่อนแต่ละคนมีจุดอ่อนตรงไหน ก่อนจะเสนอแนวคิดและโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้งค่ะ โดยมีการพูดถึงทั้งหมด 3 โปรเจกต์ โปรเจกต์แรก คือการกลับมาทำช่องเฟ็ดเฟ่อีกครั้ง โดยมีการพูดถึงเรื่องสปอนเซอร์ ยอดวิว และรายได้ที่จะนำมาแบ่งให้ทุกคน ซึ่งเพื่อน ๆ ไม่ต้องเหนื่อยลงมือทำทั้งหมดเอง เพราะจะมีคนจัดการให้ ขณะที่โปรเจกต์ที่สองค่ะ คือการทำเสื้อเฟ็ดเฟ่ออกมาขาย รวมถึงมีแนวคิดว่าจะคอลแลบกับแบรนด์ใหญ่ ๆ โดยทุกคนไม่ต้องลงมือทำ แค่รอรับส่วนแบ่งรายได้ ส่วนโปรเจกต์ที่สาม คือการจัดมิตติ้งหรืออีเวนต์เฟ็ดเฟ่ เก็บค่าบัตรจากแฟนคลับ เพื่อย้อนบรรยากาศและความทรงจำในอดีต เพื่อที่จะสร้างรายได้ให้กับสมาชิกอีกครั้งค่ะ



ต้ายังบอกอีกว่า ถ้ากลับมารวมตัวกัน ทุกคนจะมีรายได้และมีเงินใช้ พร้อมเขาหวังดีกับเพื่อนมากกว่า ขณะที่ต้ายืนยันว่า สิ่งที่ตัวเองเล่านี้ เป็นเรื่องจริง และบอกว่าตัวเองมีคลิปเสียงเก็บเอาไว้ด้วย โดยต้ายังมองว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เพื่อนหลายคนเริ่มมองตัวเองโบ๋ และเลือกไปอยู่กับอีกฝั่งค่ะ
ขณะที่ทางด้าน “เจเด็ด” ก็ได้เล่าถึงมุมของตัวเอง หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากเพื่อนหลายคนในช่วงที่ผ่านมา โดยเจเด็ดบอกว่า ตอนแรกก็เคยตั้งคำถามเหมือนกันว่า เพื่อนที่ตัวเองรู้จักมานานกว่า 20 ปี จะเป็นแบบที่คนอื่นเล่าจริงหรือไม่ เพราะตลอดเวลาที่รู้จักต้า เขาไม่เคยเห็นต้าเป็นคนแบบนั้นค่ะ โดยเจเด็ดเล่าย้อนไปว่า ตอนที่รู้จักต้าช่วงแรก ตัวเองยังทำงานประจำอยู่ ก่อนที่วันหนึ่งต้าจะเป็นคนพูดกับเขาว่า ถึงเวลาแล้ว ให้ออกจากงานประจำและมาทำงานด้วยกัน


โดยสำหรับเจเด็ด เขามองว่านั่นเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะได้ออกมาทำงานกับเพื่อน เป็นงานอิสระ สนุก และไม่ต้องวนลูปอยู่กับชีวิตการทำงานแบบเดิม ๆ พร้อมย้ำว่าต้าไม่ได้หยิบยื่นโอกาสให้เฉพาะตัวเองเท่านั้น แต่ยังเคยชวนเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยังทำงานประจำ ให้ลาออกมาทำงานร่วมกันด้วย
ในมุมของเจเด็ด ต้าจึงเป็นคนที่เปิดโอกาสและช่วยเพื่อนหลายคนมาตลอด และยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้าเคยยื่นโอกาสให้ ทั้งตัวเขาเองและเพื่อนคนอื่น ๆ ค่ะ และเมื่อได้ยินเพื่อนบางคนพูดถึงต้าในอีกมุมหนึ่ง เจเด็ดจึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เจเด็ดยังบอกอีกว่า ช่วงที่มีการประชุมกันโดยไม่มีต้าอยู่ด้วย เขารู้สึกไม่สบายใจ คิดมาก และเมื่อได้ยินคำพูดลักษณะเดิมซ้ำ ๆ บ่อยขึ้น ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นต่อไปไม่ไหวแล้ว จนสุดท้าย เจเด็ดตัดสินใจบอกเพื่อน ๆ ตรง ๆ ว่า หลังจากนี้ถ้าจะพูดคุยอะไรกันโดยไม่มีต้าอยู่ เขาขอไม่เข้าร่วมกลุ่มนั้น และขอไม่รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ แต่ถ้าหากใครอยากเล่าอะไรให้ฟัง เขาก็พร้อมรับฟัง แต่ถ้าไม่เล่าก็ไม่เป็นไร และถ้าหากประชุมหรือพูดคุยที่ไม่มีต้าอยู่ด้วย เขาขอไม่เข้าไปมีส่วนร่วม หลังจากนั้น เจเด็ดก็ค่อย ๆ ถอยออกและไม่เคยเข้าร่วมประชุมอีกเลย


ขณะที่ต่อมาก็ได้กลับมาเจอต้า รวมถึงมีโอกาสไปทำงานร่วมกับต้าอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น เจเด็ดบอกว่า ตัวเองก็ไม่ได้เข้าไปถามต้าโดยตรงว่า ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะด้วยนิสัยส่วนตัว เขาไม่ใช่คนที่จะคอยซักถามเรื่องของคนอื่นอยู่แล้ว ถ้าต้าอยากเล่า เขาก็พร้อมฟัง แต่ถ้าไม่อยากเล่า เขาก็ไม่ได้บังคับค่ะ
เรียกได้ว่า ในวันที่เรื่องราวของ “ต้า–ยัด” แตกออกเป็นหลายมุม และคนรอบตัวต่างเลือกยืนอยู่คนละฝั่ง “เจเด็ด” ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาเล่าจากประสบการณ์ตรงว่า ต้าที่เขารู้จักมานานกว่า 20 ปี เป็นคนที่เคยหยิบยื่นโอกาสให้เพื่อน ๆ และนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขายังเลือกอยู่ข้างเพื่อนคนนี้ค่ะ
แต่สำหรับมุมของ “เจเด็ด” อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่เขาพูดชัดก็คือ ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา เขาไม่เคยมองต้าในแบบเดียวกับเรื่องราวที่เคยได้ยินจากคนอื่น และในวันที่เพื่อนต้องเจอกับกระแสหนักที่สุด เขาก็เลือกที่จะอยู่ข้างๆคอยให้กำลังใจเสมอค่ะ
#ต้าเฟ็ดเฟ่ #ยัดชัยโสโร #เจเด็ด #FEDFE #เฟ็ดเฟ่ #ชัยโสโร #ต้ายัด #OHANA #ซาบอลOHANA #ดราม่าต้ายัด #โหนกระแส #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



