สาวเชียงใหม่วัย 25 ปี ร้องสายไหมต้องรอด หลังทำสัญญาสร้างบ้านมูลค่า 3.5 ล้านบาท และจ่ายเงินไปแล้วเกือบ 1 ล้านบาท แต่อ้างว่างานก่อสร้างไม่คืบ ก่อนขาดการติดต่อและแจ้งความมานานเกือบ 2 ปี ขณะเดียวกันยังพบผู้เสียหายรายอื่นที่อ้างว่าเจอเหตุการณ์คล้ายกัน รวมความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ก่อนเรื่องจะโยงไปถึงชื่อของ “ต้า เฟ็ดเฟ่” หลังเคยปรากฏในคอนเทนต์ร่วมกับเจ้าของบริษัท จนคนใกล้ชิดออกมาชี้แจงอีกมุม

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่กำลังถูกจับตาอย่างหนักค่ะ หลังสาวชาวเชียงใหม่วัย 25 ปีรายหนึ่ง ได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด หลังทำสัญญาจ้างบริษัทแห่งหนึ่งสร้างบ้านในราคา 3.5 ล้านบาท โดยวางเงินมัดจำและจ่ายเงินเพิ่มเติมไปแล้วรวมเกือบ 1 ล้านบาท แต่สุดท้ายผู้เสียหายอ้างว่า บริษัทกลับไม่เดินหน้าก่อสร้างตามที่ตกลง ก่อนจะขาดการติดต่อไป และแม้จะแจ้งความมานานเกือบ 2 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวระบุว่าคดียังไม่มีความคืบหน้า ขณะเดียวกันยังพบผู้เสียหายรายอื่นที่อ้างว่าเจอเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายกันอีกหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท


ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ นางสาวบี ผู้เสียหายชาวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2566 ตนมีความตั้งใจอยากสร้างบ้านที่เชียงใหม่ เพื่อให้คนในครอบครัวได้มาอยู่ด้วยกัน ก่อนจะมีคนแนะนำบริษัทรับสร้างบ้านแห่งหนึ่งให้ และตนได้เข้าไปพูดคุยกับบริษัทเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566
ในตอนนั้นบริษัทดูมีความน่าเชื่อถือ และยังมีเจ้าหน้าที่คอยดำเนินการเรื่องยื่นกู้ให้กับลูกค้า โดยมีการตกลงสร้างบ้านพร้อมที่ดินในวงเงิน 3.5 ล้านบาท ทำให้ตนสนใจ แต่ทางบริษัทแจ้งว่าจะต้องวางเงินมัดจำก่อน เพื่อเป็นค่าดำเนินการและจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับก่อสร้าง เพื่อให้งานสามารถเดินหน้าได้รวดเร็ว

จากนั้นวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ผู้เสียหายได้จ่ายเงินมัดจำ จำนวน 500,000 บาท พร้อมเซ็นสัญญาก่อสร้างบ้านในราคา 3.5 ล้านบาท โดยบริษัทแจ้งว่าจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนมกราคม 2567 ต่อมาวันที่ 26 ตุลาคม 2566 บริษัทได้เข้ามาลงเสาเอกในพื้นที่ที่จะก่อสร้าง ก่อนจะแจ้งว่าทางธนาคารอนุมัติวงเงินสำหรับสร้างบ้านเรียบร้อยแล้ว และขอให้ตนโอนเงินงวดถัดไปเพื่อเดินหน้าก่อสร้าง โดยวันที่ 16 พฤศจิกายน ตนจ่ายเพิ่มอีก 300,000 บาท วันที่ 20 พฤศจิกายน อีก 100,000 บาท และวันที่ 9 ธันวาคม อีก 100,000 บาท รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 1 ล้านบาท

แต่หลังจากนั้นค่ะ ผู้เสียหายอ้างว่าบริษัทกลับยังไม่เริ่มก่อสร้างบ้านอย่างจริงจัง เมื่อพยายามติดต่อสอบถาม ก็ได้รับคำตอบในลักษณะบ่ายเบี่ยง ทั้งเรื่องรออุปกรณ์ รอไฟฟ้า รอมิเตอร์น้ำ รวมถึงอ้างว่าติดงานอื่นอยู่ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีการก่อสร้างบ้านตามที่ตกลง ผู้เสียหายยังบอกอีกว่า ตนพยายามทักแชตและโทรติดตามงานมาอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายไม่สามารถติดต่อได้ แชตไม่ตอบ โทรศัพท์ไม่รับ และเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 แต่จนถึงปัจจุบันผ่านมานานเกือบ 2 ปีแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้า
โดยผู้เสียหายบอกว่า ได้รับแจ้งว่าสำนวนยังไม่ผ่านและเรื่องอยู่ในขั้นตอนของอัยการ ขณะที่ตนเองยังต้องเสียค่าจ้างทนายส่วนตัวอีกประมาณ 80,000 บาท เพื่อให้ช่วยติดตามดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ ผู้เสียหายบอกว่า ต้องการติดตามเงินของตัวเองกลับคืนมา นอกจากนี้ยังไปพบผู้เสียหายรายอื่นและรวมตัวกันอยู่ในกลุ่มไลน์ประมาณ 14 คน ซึ่งแต่ละคนอ้างว่าเจอปัญหาในลักษณะใกล้เคียงกัน บางรายถูกทิ้งงาน ขณะที่บางรายมีการก่อสร้างบ้านไปแล้วแต่ไม่แล้วเสร็จ โดยผู้เสียหายประเมินความเสียหายรวมกันประมาณ 10 ล้านบาท

ขณะเดียวกันค่ะ เรื่องนี้ยังมีชื่อของ“ต้า เฟ็ดเฟ่” ที่ถูกโยงมาพูดถึงบนโลกออนไลน์ด้วย โดยผู้เสียหายยืนยันว่า ต้า เฟ็ดเฟ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำผิดแต่อย่างใด เพียงแต่พบว่าเคยมีการถ่ายคอนเทนต์รีวิวบ้านร่วมกับเจ้าของบริษัทคนดังกล่าว และปัจจุบันก็เห็นความเคลื่อนไหวบนโซเชียลว่า เจ้าของบริษัทมีการเปิดบริษัทในชื่อใหม่ และยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังหลายคนเข้าไปทำคอนเทนต์รีวิว ซึ่งหนึ่งในนั้นมีต้า เฟ็ดเฟ่ อยู่ด้วย โดยผู้เสียหายเพียงแต่มองว่าการมีบุคคลที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ในคอนเทนต์ อาจทำให้บริษัทดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ขณะที่ทางด้าน เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ก็ได้เตือนประชาชนที่กำลังวางแผนสร้างบ้านว่า ควรตรวจสอบประวัติของผู้รับเหมาและรายละเอียดในสัญญาให้รอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงิน ควรแบ่งจ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน และกำหนดปริมาณงานให้สัมพันธ์กับเงินที่จ่าย รวมถึงตรวจสอบ BOQ หรือรายละเอียดปริมาณงานและราคาวัสดุให้ชัดเจน
นอกจากนี้ ยังไม่ควรตัดสินความน่าเชื่อถือจากเพียงคำพูด หรือการที่ผู้รับเหมามีความสัมพันธ์หรือเคยทำคอนเทนต์ร่วมกับบุคคลมีชื่อเสียง เพราะหากมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก ก็ควรตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาค่ะ

และแน่นอนว่า หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็เริ่มมีการพูดถึงกันในกลุ่มแฟนคลับของเฟ็ดเฟ่ โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่งนำภาพขณะที่ผู้เสียหายเดินทางไปร้องสายไหมต้องรอดมาโพสต์ พร้อมตั้งคำถามว่า ”เพื่อนต้าคนไหนครับสมาชิก แล้วทำไมพาดหัวข่าวแบบนั้น” ซึ่งก็มีชาวเน็ตหลายรายเข้ามาคอมเมนต์ตั้งข้อสงสัย ขณะเดียวกันค่ะ ทางด้านของคุณอเล็กซ์ รุ่นพี่ที่เคยสนิทกับต้าเฟ็ดเฟ่ ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับค่ะ บอกว่า ”ลูกค้าผมเองครับ บ้านราคาล้านกว่า กู้ไม่ผ่าน จะขอเงินคืนแต่บ้านสร้างไปแล้ว เรื่องก็อยู่ชั้นศาลครับ เอาไหมมาสิบล้านครับ”

อย่างไรก็ตามค่ะ ประเด็นนี้ยังมีข้อมูลจากหลายฝ่ายที่ไม่ตรงกัน โดยฝั่งผู้เสียหายยืนยันว่าต้องการติดตามเงินคืนและให้คดีเดินหน้า ขณะที่อีกฝ่ายก็มีการออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในอีกมุมหนึ่ง เอาเป็นว่าหลังจากนี้ก็คงต้องรอติดตามกันต่อค่ะว่า กระบวนการทางกฎหมายจะตรวจสอบข้อเท็จจริงออกมาอย่างไร รวมถึงผู้เสียหายแต่ละรายจะได้รับการเยียวยาหรือได้เงินคืนหรือไม่ค่ะ
#สายไหมต้องรอด #สร้างบ้าน #ผู้รับเหมา #ร้องเรียน #ผู้เสียหาย #บ้านสร้างไม่เสร็จ #ต้าเฟ็ดเฟ่ #FEDFE #เอกภพเหลืองประเสริฐ #ข่าวโซเชียล #ข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า



