ยิ่งใกล้ถึงวันจันทร์ก็ยิ่งมีเรื่องใหม่โผล่ออกมาเรื่อย ๆ ค่ะ ล่าสุดอดีตสมาชิก FEDFE ทั้ง “โมเมนตัม” และ “เฮียฮ้อ” ออกมาเปิดอีกมุมถึงปมไลน์กลุ่ม หลังเพื่อนพยายามแยกกลุ่มเพื่อฟังความทั้งสองฝั่ง ขณะที่ “เจมส์ 500” เคยอธิบายไว้ว่า มีทั้งหมดถึง 3 กลุ่ม ส่วน “ทนายสายหยุด” วิเคราะห์คดีลิขสิทธิ์คลิปเดโม่ที่เรียก 10 ล้านบาท มองว่าตัวเลขค่าเสียหายพิสูจน์ได้ยาก และตั้งข้อสังเกตถึงเจตนาของการฟ้องค่ะ

เรียกได้ว่ายิ่งใกล้ถึงวันจันทร์ก็ยิ่งมีประเด็นโผล่มาเรื่อย ๆ เลยค่ะ สำหรับมหากาพย์อดีตเพื่อนรักกว่า 20 ปี ระหว่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” ที่ตอนนี้เรียกได้ว่ายังมีทั้งเรื่องหุ้น เงินบริษัท เอกสาร สิทธิในทรัพย์สิน รวมไปถึงคดีความที่ยังต้องหาคำตอบกันต่อค่ะ
แม้ก่อนหน้านี้คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จะจบลงด้วยการไกล่เกลี่ย และฝั่งยัดถอนฟ้องต้าไปแล้วหนึ่งคดี แต่ก็ยังเหลืออีกคดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์คลิปเดโม่ ขณะที่เรื่องความสัมพันธ์ของอดีตเพื่อนในกลุ่มเฟ็ดเฟ่เอง ก็เริ่มมีคนออกมาเล่าถึงอีกมุมมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกันค่ะ
ขณะที่ล่าสุดในรายการ Phutta Talk ดำเนินรายการโดย “พุทธ อภิวรรณ” ก็ได้หยิบประเด็นดราม่าระหว่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” มาพูดถึงอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีการพูดถึงเรื่อง “กลุ่มไลน์เฟ็ดเฟ่” ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญในช่วงที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหาค่ะ
โดยทางรายการได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ “โมเมนตัม” หนึ่งในอดีตสมาชิกเฟ็ดเฟ่ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ส่วนตัวอยากรอฟังทั้งต้าและยัดพูดให้ครบก่อน เพราะหลายเรื่องตัวเองก็เพิ่งได้รับรู้จากการที่ต้าได้ไปออกรายการต่าง ๆ โมเมนตัมยังบอกอีกว่า ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง และตัวเขา ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับปัญหาระหว่างต้าและยัด เพราะมองว่าเป็นเรื่องของทั้งสองคน


ส่วนเรื่องไลน์กลุ่มนั้น เดิมทีมี “กลุ่มหลัก” ที่สมาชิกอยู่ครบทุกคน และยังมีพูดคุยกันตามปกติ โดยช่วงแรกทุกคนรู้ว่าต้ากับยัดมีปัญหากัน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องจะลุกลามมาไกลถึงขนาดนี้ค่ะ โมเมนตัมจึงมองว่า ควรให้คนที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นคนออกมาพูดเองมากกว่า และตัวเขาเองก็ยังรอฟังเหมือนกันว่า วันจันทร์นี้ยัดจะออกมาอธิบายเรื่องราวอย่างไร เพราะก็หลายคนที่ยังรอฟังเหมือนกันค่ะ
ขณะที่ “เฮียฮ้อ” อดีตสมาชิกเฟ็ดเฟ่อีกคน ก็ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เช่นเดียวกัน โดยยืนยันว่าตัวเองขอวางตัวเป็นกลาง และอยากฟังข้อมูลจากทั้งสองฝั่งให้ครบก่อนค่ะ สำหรับประเด็นที่มีการตั้ง “ไลน์กลุ่มใหม่” เฮียฮ้ออธิบายว่า จุดเริ่มต้นมาจากการที่ต้าได้ลบยัดออกจากกลุ่มไลน์ก่อน เมื่อเพื่อน ๆ ถามถึงเหตุผล ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงได้มีการตั้งอีกกลุ่มขึ้นมา เพื่อฟังมุมของยัดด้วย ไม่อยากให้กลายเป็นว่าทุกคนรับฟังข้อมูลจากเพียงฝั่งเดียวค่ะ
ส่วนเรื่องที่ต้าบอกว่า ตัวเองรู้สึกถูกกดหรือถูกลดคุณค่านั้น เฮียฮ้อบอกว่า ก่อนหน้านี้ต้าไม่เคยเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มฟัง และขณะที่เรื่องเงินภายในบริษัทชัยโสโร ทั้งหุ้น รายได้ หรือรายละเอียดทางธุรกิจ เขาเองก็ไม่ได้รู้เบื้องลึก เพราะสมาชิกเฟ็ดเฟ่แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองมานานแล้วค่ะ


ส่วนประเด็นที่มีคนมองว่า เพื่อน ๆทิ้งต้า เพราะมีบางคลิปที่ไม่มีต้าอยู่ เฮียฮ้อชี้แจงว่า ในมุมของพวกเขาไม่ได้มองว่าเป็นการทิ้งเพื่อน แต่เป็นเรื่องของงาน ใครจ้างไปถ่ายอะไร สมาชิกก็ไปรับงานตามหน้าที่ และบางครั้งก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้าด้วยว่า งานนั้นจะมีหรือไม่มีต้าค่ะ
ย้อนไปก่อนหน้าค่ะ เมื่อวันที่26 กุมภาพันธ์ 2569ที่ผ่านมา ถ้าหากทุกคนจำได้ ต้าเฟ็ดเฟ่ เคยไปเปิดใจและพูดถึงเรื่องประเด็นไลน์กลุ่มในรายการNickynachat เหมือนกันค่ะ ก่อนต้าเนี่ยบอกว่า ”เขาเริ่มสังเกตถึงความผิดปกติบางอย่าง จนตัดสินใจถามเพื่อนอีกคนตรง ๆ ว่า จริงไหมที่ในไลน์กลุ่มไม่มีเขาอยู่? และคำตอบที่ได้รับคือ ‘จริง’ และต้าก็ยังพูดอีกว่า ไม่รู้เลยว่าเพื่อน ๆในกลุ่ม จะพูดถึงเขาอย่างไรบ้าง และหลังจากที่ทางรายการ ได้เผยแพร่คลิปต้าออกไป ทางด้านเจมส์500 หนึ่งในอดีตสมาชิกในกลุ่มเฟ็ดเฟ่ ก็ได้เข้ามาคอมเม้นอธิบายใต้คลิปบอกว่า ”มี 3 กลุ่ม ครับ ตอนยังไม่ทะเลาะ มีกลุ่มเดียว (พอเพื่อนละเทาะกันไปตั้งกลุ่มแยก เพื่อจะช่วยพูด ช่วยคุย ช่วยเครียร์ ปรับความเข้าใจ) กลุ่ม 2 เพื่อน ทั้งหมด ไม่มี ยัด กลุ่ม 3 เพื่อน ทั้งหมด ไม่มี ต้า สุดท้าย เครียร์ให้ไม่ได้ เพราะเรื่องเยอะเกิน มีมาตลอด ไม่ไหวจะเครียร์ให้ ไปจัดการกันเองแล้วกัน คนที่โดนกับคนที่เครียร์ คนรู้สึกไม่เท่ากันครับ เผื่อเวลาจะช่วยได้ประมาณนี้ครับ จะได้เข้าใจตรงกันครับ”



ขณะที่ทางด้านทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ก็ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการPhutta Talk เช่นกัน โดยก็ได้วิเคราะห์กรณี ยัต ชัยโสโร ที่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท จากต้า เฟ็ดเฟ่ กรณีน้ำคลิปเดโม่ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว ไปลงในช่องส่วนตัวของตัวเองว่า การฟ้อง 10 ล้าน เขาก็ฟ้องไปแบบนั้น ไม่ได้หวังว่าจะได้เงินจริง 10 ล้าน เพราะเขาพิสูจน์ค่อนข้างยาก ว่าต้าลงคลิปเดโม่แล้วได้เงิน 10 ล้าน ผมคิดว่าเขาฟ้องขู่ไปอย่างงั้นแหละ เพราะมันไม่ได้จริงถึง 10 ล้านหรอก ถามว่าลงไป 1 คลิป ต้าได้ผลตอบแทนจากคนดู 10 ล้าน เลยหรือไม่ มันไม่ได้อยู่แล้ว แล้วยิ่งนำมาเปรียบเทียบกับที่ซื้อหุ้นต้า 300,000 บาท 49% มันโคตรจะไม่สอดคล้องกันเลย ผมคิดว่าเขาฟ้องเพื่อบีบ ฟ้องเพื่อบี้ไปเท่านั้น ได้จริงไม่ถึง 10 ล้านหรอก



ทนายสายหยุด ตั้งข้อสังเกตว่า การฟ้องนี้ เป็นการฟ้องเพื่อต้องการเอาช่องไว้เป็นของตัวเองคนเดียว ให้ทางต้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง ไม่ต้องมาอยู่ในตลาดเดียวกัน เหมือนไม่ต้องการให้ต้า ออกไปทำช่องเหมือนกับยัต เพราะมันจะกลายเป็นว่าฐานคนดู ก็ฐานเดียวกัน ในความคิดของผม เหมือนเป็นการฟ้อง กันไม่ให้ต้ามายุ่งกับสายงานนี้ เท่านั้น ส่วนข้อเท็จจริง จะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอฟังข้อมูลจากทางยัตในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ว่า สรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างทั้ง 2 สอง แต่ก็ยังเชื่อว่าทั้งสองคนน่าจะยังคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ เพื่อให้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานต่อไป
เรียกได้ว่า ตอนนี้นอกจากปมเรื่องหุ้น เงินบริษัท เอกสาร และคดีความแล้ว ประเด็นเรื่องไลน์กลุ่มเฟ็ดเฟ่ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้งค่ะ เพราะจากเดิมที่ทุกคนเคยอยู่รวมกันในกลุ่มเดียว สุดท้ายกลับมีการแยกออกมาเป็นกลุ่มที่ไม่มีต้า และกลุ่มที่ไม่มียัด เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ฟังความของทั้งสองฝั่ง ก่อนที่ท้ายที่สุดจะไม่มีใครสามารถเคลียร์ปัญหาระหว่างอดีตเพื่อนรักคู่นี้ได้



และยิ่งใกล้ถึงวันที่ “ยัด ชัยโสโร” เตรียมออกมาเปิดอีกมุม ก็ยิ่งมีอดีตกลุ่มเฟ็ดเฟ่ทยอยพูดถึงเรื่องราวกันมากขึ้นค่ะ งานนี้สิ่งที่หลายคนรอฟังคงไม่ใช่แค่หลักฐานเรื่องหุ้นหรือเอกสารเท่านั้น แต่รวมไปถึงคำตอบว่า จุดที่ทำให้เพื่อนรักกว่า 20 ปีเดินมาถึงวันนี้ แท้จริงแล้วเริ่มต้นจากตรงไหนกันแน่ค่ะ เอาเป็นว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ เราคงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ
#ต้าเฟ็ดเฟ่ #ยัดชัยโสโร #FEDFE #เฟ็ดเฟ่ #โมเมนตัม #เฮียฮ้อ #เจมส์500 #ทนายสายหยุด #พุทธอภิวรรณ #PhuttaTalk #โหนกระแส #ต้ายัด #ชัยโสโร #ดราม่าต้ายัด #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



