ดราม่า “มนต์รักที่นอนเน่า” ยังร้อนต่อเนื่อง หลังคลิปเมียหลวงบุกเจอสามีอยู่กับหญิงอีกคน กลายเป็นไวรัลยอดวิวทะลุ 68 ล้านครั้ง ล่าสุด “แบม” ภรรยาตามกฎหมาย เดินทางมาเปิดใจในรายการโหนกระแส เล่าชีวิตรักกับ “บอล” สามี ตั้งแต่คบกัน ตั้งครรภ์ จดทะเบียนสมรส ไปจนถึงการให้อภัยซ้ำ ๆ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ซ้อน การพนัน และความรุนแรงในครอบครัว ขณะที่ฝ่ายชายโฟนอินยืนยันว่าเลิกกันแล้ว แม้ยังไม่ได้เซ็นใบหย่า ส่วน “เอ” หญิงที่อยู่ในคลิป ชี้แจงว่าเข้าใจว่าฝ่ายชายโสด และเตรียมแจ้งความเอาผิดแบมจากการเผยแพร่คลิป ด้านทนายพัฒน์ย้ำชัด ตราบใดที่ยังมีทะเบียนสมรส ภรรยายังมีสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่การโพสต์หรือแชร์คลิปที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้ผู้เผยแพร่มีความเสี่ยงทางกฎหมายเช่นกัน


ตามกันต่อค่ะ สำหรับมหากาพย์ดราม่าความสัมพันธ์ที่ถูกพูดถึงอย่างหนักบนโลกออนไลน์ค่ะ สำหรับกรณีคลิปไวรัลที่หลายคนเรียกกันว่า “มนต์รักที่นอนเน่า” หลังแบม ซึ่งเป็นภรรยาตามกฎหมาย บุกไปเจอสามีอยู่ในห้องกับหญิงอีกคน ท่ามกลางสภาพที่ไม่เหมาะสม ก่อนคลิปดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ลงโซเชียล และกลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์
ล่าสุดวันนี้ “แบม เมียหลวง” ได้เดินทางมาเปิดใจในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “พี่หนุ่ม กรรชัย” และ “ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์” มาร่วมอธิบายข้อกฎหมาย โดยในรายการ แบมเล่าว่า ตนกับบอลอายุ 23 ปีเท่ากัน รู้จักกันจากการทำงานโรงงานในจังหวัดระยอง ก่อนจะคบกันได้เพียง 1 เดือน แล้วก็ตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ เคยจับได้ว่าบอลมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งฝ่ายนั้นมีสามีอยู่แล้ว จนสามีของผู้หญิงคนนั้นทักมาแฉ และขู่จะไปดักทำร้ายบอล
แต่ในตอนนั้น แบมบอกว่า แม้จะเจ็บมาก แต่ก็ยังเป็นห่วงบอลมากกว่า ถึงขั้นยกมือไหว้ขอร้องอีกฝ่ายไม่ให้ทำร้ายบอล เพราะกลัวว่าลูกจะไม่มีพ่อ
แบมยังเล่าด้วยน้ำตาว่า ตนรักบอลมาก เพราะเวลายู่ด้วยกันรู้สึกมีความสุข “กินข้าวกับเขาอร่อยที่สุด นอนกอดเขาอุ่นที่สุด” และเคยคิดมาตลอดว่าจะไม่มีวันเลิกกับผู้ชายคนนี้ แม้ที่ผ่านมาอีกฝ่ายจะทำให้เสียใจหลายครั้งก็ตาม
หลังจากนั้น ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกัน โดยแบมเล่าว่า มีคนแนะนำว่าหากจดทะเบียน จะสามารถยื่นเรื่องเงินสงเคราะห์บุตรย้อนหลังได้ประมาณ 5,000 บาท แต่เมื่อเงินออกมา แบมอ้างว่า บอลกลับนำเงินไปใช้เล่นพนันออนไลน์จนหมด โดยไม่ได้บอกตน และเมื่อถามก็ถูกตอบกลับว่าเป็น “เงินของเขา”
นอกจากนี้ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เคยถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง แต่ก็ยังให้อภัย เพราะรัก และหวังว่าสักวันหนึ่งบอลจะเปลี่ยนแปลงได้


ส่วนจุดเริ่มต้นที่ทำให้แยกห้องกัน แบมเล่าว่า วันหนึ่งทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องรถมอเตอร์ไซค์ เพราะแบมต้องใช้รถไปทำงาน แต่บอลไม่ยอมให้ จนเกิดปากเสียงกัน วันต่อมา แบมจับได้ว่าบอลแอบคุยกับแฟนเก่าผ่านแอป TikTok ทำให้เกิดการทะเลาะกันอีกครั้ง แบมกล่าวอ้างว่า บอลที่อยู่ในอาการเมา ได้ใช้ขาล็อกคอเธอ จนเธอต้องดิ้นหนีออกมา และขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาเพื่อน
หลังจากนั้น บอลขู่ให้แบมนำรถกลับมาคืน ไม่เช่นนั้นจะเอาเสื้อผ้าของแบมไปทิ้งและเผา ซึ่งแบมระบุว่า บอลได้วิดีโอคอลมาให้ดูตอนนำเสื้อผ้าไปทิ้งจริง ทำให้เธอทนไม่ไหวและย้ายไปอยู่กับรุ่นพี่ อย่างไรก็ตาม แบมยืนยันว่า การย้ายออกไปไม่ได้หมายความว่าเลิกกัน เพราะหลังจากนั้นบอลยังตามมาง้อ มาหา มานอนด้วย และยังขอให้แบมซักผ้าให้เหมือนเดิม แม้กระทั่งวันเสาร์ก่อนเกิดเหตุ บอลยังตากฝนมาหาเธอที่ห้อง ถอดเสื้อผ้าให้ซัก และแบมก็ยังออกไปซื้อข้าวมาให้กิน
จนมาถึงวันเกิดเหตุ แบมเล่าว่า ตนบังเอิญไปทำธุระใกล้บ้านเช่าของบอล จึงให้รุ่นพี่ขับรถผ่าน เพื่อจะแวะไปดูและตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ปลุกบอลไปทำงาน แต่สิ่งที่เจอกลับเป็นภาพที่เธอไม่คาดคิด เพราะหน้าบ้านมีรถมอเตอร์ไซค์แปลกตาจอดอยู่ และเมื่อเปิดประตูเข้าไป พบว่าสามีอยู่กับหญิงอีกคนในห้อง แบมบอกว่า ตอนนั้นช็อกจนตัวชา ก่อนจะเดินเข้าไปปลุกบอล หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดคลิป และถามหญิงคนนั้นว่าเป็นใคร พร้อมพูดถึงทะเบียนสมรสเพื่อยืนยันสถานะของตน
ด้านเอ(นามสมมุติ) ผู้หญิงที่อยู่ในคลิป ซึ่งโฟนอินเข้ามาในรายการ ชี้แจงว่า วันเกิดเหตุเธออยู่ในอาการเมามาก ขาดสติ และเข้าใจว่าตัวเองยังอยู่ในสภาพเรียบร้อย อีกทั้งยังคิดว่าแบมเป็นน้องที่ทำงานที่ตามมาแกล้ง จึงมีท่าทีอย่างที่เห็นในคลิป เอบอกว่า เธออายุ 38 ปี เป็นหัวหน้างานในโรงงานเดียวกับบอล โดยบอลเพิ่งเข้ามาจีบได้ประมาณ 1 เดือน และบอลบอกเธอว่าโสด แยกทางกับภรรยาแล้ว จึงทำให้เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีทะเบียนสมรสอยู่
เอยังบอกอีกว่า หลังเกิดเรื่อง ได้ลาออกจากงานแล้ว เพราะอับอายและรับแรงกดดันไม่ไหว รวมถึงเตรียมย้ายออกจากจังหวัดระยอง ขณะเดียวกัน เอเตรียมเข้าแจ้งความเอาผิดแบม ในประเด็นการเผยแพร่คลิปและการถูกนำไปประจาน รวมถึงจะดำเนินการกับผู้ที่แชร์คลิปต่อด้วย
ส่วนฝั่งบอล ซึ่งโฟนอินเข้ามาในรายการ ยืนยันว่า ตนเลิกกับแบมแล้ว แม้ยังไม่ได้เซ็นใบหย่า โดยให้เหตุผลว่าแบมย้ายออกไปแล้ว และมีการโพสต์ว่าโสดอยู่หลายครั้ง ทำให้ตนเข้าใจว่าความสัมพันธ์จบลงแล้ว บอลอ้างว่าหมดรักแบมตั้งแต่วันที่แบมย้ายออกไป เพราะแบมงี่เง่า จู้จี้ และไม่ให้เกียรติ แต่แบมโต้กลับว่า หากบอลอยากหย่าจริง ทำไมยังตามมาง้อ มาหาที่ห้อง มานอนด้วย และยังโทรมาขอเงิน 20 บาทก่อนเกิดเหตุ
พี่หนุ่ม กรรชัย จึงถามจี้ไปที่บอลว่า ในเมื่อบอลเองเคยมีหญิงอื่นหลายครั้ง แต่พอแบมโพสต์ว่าโสดเพื่อประชด ทำไมถึงรับไม่ได้ ซึ่งบอลก็ตอบว่า “รับไม่ได้” นอกจากนี้ แบมยังเล่าว่า ก่อนหน้านี้บอลเคยทำร้ายเธอจนเลือดกำเดาไหล ซึ่งในรายการบอลก็ยอมรับว่าเคยทำจริง
ขณะที่ทางด้านพี่สาวของบอล ก็โฟนอินเข้ามา พยายามชี้แจงในมุมของครอบครัวฝ่ายชาย โดยยืนยันว่าฝั่งบอลต้องการหย่า และมองว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จบไปแล้ว แต่ฝั่งแบมยังคงยืนยันว่า หากจบจริง ทำไมบอลยังตามมายุ่งเกี่ยวและมีพฤติกรรมเหมือนยังไม่ตัดขาด
ในช่วงหนึ่งของรายการ ทนายพัฒน์ได้อธิบายข้อกฎหมายว่า ประเด็นสำคัญคือสถานะทางทะเบียนสมรส เพราะตราบใดที่ยังมีทะเบียนสมรสอยู่ ภรรยาตามกฎหมายยังมีสิทธิ์ตามกฎหมาย และสามารถดำเนินการเรียกร้องค่าทดแทนได้ หากมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของสามีโดยรู้หรือควรรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้ว ขณะเดียวกัน ทนายพัฒน์ยังเตือนเรื่องการเผยแพร่คลิปที่มีลักษณะไม่เหมาะสมว่า แม้ผู้โพสต์จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่การนำคลิปหรือภาพของผู้อื่นในสภาพไม่เหมาะสมไปเผยแพร่ ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้ โดยเฉพาะผู้ที่แชร์ต่อหรือนำไปโพสต์ซ้ำ ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน
ขณะเดียวกัน แบมประกาศชัดว่า จะตัดขาดจากบอล และไม่กลับไปใช้ชีวิตร่วมกันอีกแล้ว พร้อมเตรียมฟ้องหย่า รวมถึงดำเนินการเรียกร้องค่าทดแทนจากสามีและเอให้ถึงที่สุด และเอเองก็ประกาศว่า จะไม่ไปต่อความสัมพันธ์กับบอลเช่นกัน ส่วนบอลเมื่อถูกถามว่าจะกลับไปคบกับใคร ก็มีท่าทีตอบไม่ชัด ก่อนยอมรับว่า ฝั่งเอเองก็คงไม่กลับมาเหมือนกัน
และช่วงท้ายรายการ พี่หนุ่ม กรรชัย ยังสร้างช็อตส่งท้ายแบบที่ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการมอบของที่ระลึกให้บอล เป็น “กระติกน้ำสีเขียว”, “หมอนโดราเอมอนใบใหม่” และ “ชุดเครื่องนอน 1 ชุด” พร้อมบอกว่าจะจัดส่งให้ถึงหน้าบ้าน งานนี้เรียกได้ว่า จากคลิปไวรัลที่หลายคนมองว่าเป็นดราม่าความสัมพันธ์ธรรมดา กลับลุกลามกลายเป็นประเด็นใหญ่หลายชั้น ทั้งเรื่องสถานะสามีภรรยาตามกฎหมาย ความสัมพันธ์ซ้อน ความรุนแรงในครอบครัว การฟ้องเรียกค่าทดแทน และความเสี่ยงจากการเผยแพร่คลิปที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์
ขณะเดียวกัน หลังจบรายการโหนกระแส ประเด็นนี้ก็ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโลกออนไลน์ค่ะ โดย “แพรรี่ ไพรวัลย์” ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยแพรรี่ได้ฝากข้อคิดถึงแบม พร้อมเขียนข้อความว่า “หนูต้องลองกินข้าวกับผู้ชายหลายๆ คนดูก่อนนะลูก แล้วหนูจะรู้ว่า ข้าวที่อร่อยกว่ามันมี และกอดที่อุ่นกว่าก็ยังหาได้ ที่นอนดำกับขนที่รุงรังไม่ใช่ที่สุด เชื่อพี่”


ต่อมา แพรรี่ยังได้โพสต์อีกว่า “ความรักที่ปลอดภัย คือความรักจากคนที่ให้เกียรติเราค่ะ จำไว้นะคะ” และอีกโพสต์ แพรรี่ยังฝากเตือนวัยรุ่นในยุคนี้ ถึงเรื่องความรัก การใช้ชีวิตคู่ และการสร้างภาระผูกพันเร็วเกินไป โดยระบุว่า “จริงๆ อยากเตือนวัยรุ่นสมัยนี้นะคะ คือ การอยากรักอยากลองไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราต้องรู้จักป้องกัน ศึกษาดูใจให้เยอะๆ อย่ารีบตบแต่ง อย่ารีบมีลูก อย่าด่วนสร้างภาระผูกพัน เพราะวันหนึ่ง ถ้ามันไม่ไปต่อไม่ได้ สุดท้ายคนที่ต้องทุกข์ใจ อาจเป็นเรา”


หลังจากนี้คงต้องรอติดตามว่า แบมจะเดินหน้าแจ้งความและฟ้องหย่าอย่างไร ฝั่งเอจะดำเนินคดีกรณีถูกเผยแพร่คลิปหรือไม่ และบอลจะมีท่าทีอย่างไรต่อไป หลังทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าไม่ขอกลับไปสานสัมพันธ์เดิมอีก เพราะสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้ใครจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายเจ็บ หรือเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่เมื่อเรื่องถูกนำขึ้นสู่พื้นที่สาธารณะ ทุกการกระทำ ทุกคลิป และทุกคำพูด อาจกลายเป็นหลักฐานและผลทางกฎหมายได้ทั้งหมด ส่วนบทสรุปของมหากาพย์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร คงต้องรอติดตามกันต่อค่ะ
#แบม #บอล #เอ #เมียหลวง #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายพัฒน์ #อนุสรณ์อะสุระพงษ์ #มนต์รักที่นอนเน่า #หมอนโดราเอมอน #ฝากระติกเขียว #คลิปไวรัล #คลิปดังโซเชียล #ความสัมพันธ์ซ้อน #ทะเบียนสมรส #ฟ้องชู้ #ฟ้องหย่า #ค่าทดแทน #พรบคอมพิวเตอร์ #ข่าวโซเชียล #ข่าวไวรัล #ข่าวดราม่า #ล้อมวงเล่า



