เดือดจนเกือบมีมวยกันเลยค่ะ หลัง “ใหญ่ V10” พร้อมทีมงานและทนายบอม บุกอู่ดังเพื่อติดตามรถคลาสสิกของผู้เสียหาย หลังจ่ายค่าซ่อมไปแล้ว 280,000 บาท แต่ผ่านมากว่าปีงานยังไม่แล้วเสร็จ แถมยังเกิดคำถามใหญ่เมื่อไม่พบเครื่องยนต์เดิมอยู่ภายในอู่ ขณะที่ฝั่งช่างกิจอ้างว่าเจ้าของรถอนุญาตให้ขายในราคา 6,000 บาทเพื่อนำเงินไปเลี้ยงเบียร์ลูกน้อง แต่ฝั่งใหญ่ V10 ระบุว่าจากการตรวจสอบแชตเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่ามีการตกลงดังกล่าว ล่าสุดเดินหน้าแจ้งความและประกาศชัด “ไปให้สุดถึงคำตัดสิน” ค่ะ



ถึงกับเดือดขึ้นมาทันทีค่ะ เมื่อใหญ่ V10 บุกอู่ดังทวงรถคลาสสิก หลังจ่ายเงินไปแล้ว ซ่อมมาปีกว่ายังไม่เสร็จ มิหนำซ้ำเครื่องเดิมหายไปอีก ขณะที่ทางด้านช่างกิจ ก็อ้างว่า เจ้าของรถให้ขายในราคา 6 พัน พร้อมยกเงินให้เลี้ยงเบียร์ลูกน้อง ก่อนจะเกิดการปะทะคารมจนเกือบจะวางมวยเลยค่ะ
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อหนุ่มลูกครึ่ง ได้เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือจาก “ใหญ่ V10” หลังนำรถยนต์อเมริกันคลาสสิกเข้าซ่อมกับอินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ชื่อดัง จ่ายค่าซ่อมไปแล้ว 280,000 บาท จากยอดกว่า 500,000 บาท แต่เวลาผ่านไปนานกว่าปี งานซ่อมยังไม่แล้วเสร็จสักที จนเจ้าของรถค่ะ ติดใจในหลายประเด็น


ขณะที่ต่อมาทางด้านใหญ่ V10 พร้อมด้วยทีมงานและทนายบอม ก็ลงพื้นที่ไปยังอู่ซ่อมรถของช่างกิจ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามรถกลับคืน ก่อนจะเกิดเหตุปะทะคารม จนใหญ่ V10 ถูกผลัก 1 ครั้ง หวิดบานปลายเกือบมีมวยกันจริงๆ เดือดถึงขั้นที่ทางด้านตำรวจต้องเข้าห้ามทันที
โดยทีมงานของใหญ่ V10 ก็ยังได้นำใบมอบอำนาจเข้าติดต่อขอตรวจสอบสภาพรถและรับรถแทนเจ้าของ แต่ทางอู่ไม่อนุญาตให้ทีมงานเข้าไปภายในทั้งหมด ก่อนที่ทนายบอมจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบด้านใน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากคลองรังสิตมาดูแลความเรียบร้อยเพื่อป้องกันเหตุด้วยค่ะ



ส่วนประเด็นที่ว่า แล้วเครื่องยนต์หายไปไหน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเครื่องยนต์เดิมอยู่ภายในอู่ ขณะที่ช่างกิจก็อ้างว่าเจ้าของรถอนุญาตให้ขายเครื่องยนต์ดังกล่าวในราคา 6,000 บาท เพื่อนำเงินไปเลี้ยงเบียร์ลูกน้อง อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเรื่องการอนุญาตขายเครื่องยนต์ยังต้องตรวจสอบจากหลักฐานและคำชี้แจงอีกครั้ง
โดยช่างกิจก็ยังชี้แจงด้วยว่า ต้องการให้เจ้าของรถเดินทางมารับรถด้วยตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าของรถไดเมีการพูดถึงเรื่องรถหาย ทั้งๆที่รถยังอยู่ภายในอู่ จึงไม่ต้องการให้บุคคลอื่นมารับรถแทน ถึงแม้ว่าจะมีใบมอบอำนาจก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าเกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง



และนอกจากนี้ ช่างกิจก็ยังได้เตรียมเงินจำนวน 140,000 บาทไว้คืนให้ลูกค้า พร้อมยังได้พูดถึงข้อตกลงเกี่ยวกับค่าเครื่องยนต์ โดยอ้างว่าเมื่อคืนเงินแล้ว เครื่องยนต์ดังกล่าวถือเป็นของตน ทั้งนี้ ยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเครื่องยนต์ที่กล่าวถึงเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกับเครื่องยนต์เดิมของรถหรือไม่ รวมถึงรายละเอียดข้อตกลงระหว่างคู่กรณี
และเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ ทั้งการทำสี ซ่อมตัวถัง วางเครื่องยนต์ จ้างรถสไลด์ขนย้าย และมีค่าแรงลูกน้อง จึงไม่สามารถคืนเงินให้เต็มจำนวนตามที่มีการเรียกร้องได้ทั้งหมด พร้อมอ้างว่าได้แจ้งให้เจ้าของรถมารับรถตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2569แล้ว และคิดค่าจอดรถวันละ 300 บาท
ขณะที่ทางด้านของใหญ่ V10 ก็บอกว่า จะนำหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน LINE มาตรวจสอบว่าเจ้าของรถอนุญาตให้ขายเครื่องยนต์เดิมจริงหรือไม่ และหากพบว่าไม่มีการยินยอมตามที่กล่าวอ้าง ก็จะมอบหมายให้ทนายบอมเข้าแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับกรณีเครื่องยนต์สูญหายต่อไป และก็ยังบอกอีกว่า เงินจำนวน140,000บาท ให้ช่างกิจเก็บไว้ใช้บนชั้นศาลเถอะ พร้อมทั้งได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย


โดนหลังจากนั้น ใหญ่ V10ก็ได้โพสต์ภาพขณะที่อยู่หน้าสภ.ปากคลองรังสิต หลังเจ้าตัวได้เดินทางเข้าแจ้งความแล้ว พร้อมทั้งได้ระบุข้อความบอกว่า ”จากการตรวจสอบข้อมูลการสนทนาที่มีอยู่ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการตกลงให้จำหน่ายเครื่องยนต์เดิม ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบต่อไป”
ขณะที่ล่าสุดวันนี้ ใหญ่ V10ก็ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยบอกว่า ”ถ้าเขาให้คุณขายจริง จะดำเนินคดีทําไม? ถ้ายังไม่สำนึกผิดและยังนิสัยเป็นแบบนี้ อย่ามาทำคลิปขอโทษและร้องไห้ทีหลังนะ ไปให้สุดถึงคำตัดสิน”
เอาเป็นว่า กรณีนี้ยังคงมีหลายประเด็นที่ต้องรอการพิสูจน์ ทั้งความคืบหน้าการซ่อมที่ล่าช้า การคำนวณค่าใช้จ่ายที่แท้จริง และข้อเท็จจริงเรื่องเครื่องยนต์เดิมที่หายไป ซึ่งต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายต่อไปค่ะ
#ใหญ่V10 #ช่างกิจ #ทนายบอม #อู่ซ่อมรถ #รถคลาสสิก #รถอเมริกัน #เครื่องยนต์หาย #ทวงรถ #ซ่อมรถ #ปากคลองรังสิต #สภปากคลองรังสิต #ดราม่าอู่รถ #ข่าวสังคม #ดราม่าโซเชียล #ข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า






