Tuesday, 28 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘หนุ่ม กรรชัย’ เปิดผังทางออก4ทาง แต่ใช้จริง2ทาง! ใครรับผิดชอบ ‘ดีเจมะตูม’ ยันถอนหุ้นนานแล้ว

รายการโหนกระแสเปิดข้อมูลรอบด้านเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ตั้งแต่นาทีที่ “แจ็ค แฟนฉัน” เห็นไฟพุ่งออกจากร้าน “บอย” พลเมืองดีเสี่ยงชีวิตช่วยผู้ประสบเหตุ ไปจนถึงคำบอกเล่าของ “ไอซ์” นักร้องผู้รอดชีวิตที่ต้องสูญเสียแฟนสาว ขณะที่หนุ่ม กรรชัยเปิดผังพบร้านมีประตู 4 จุดจริง แต่ลูกค้าทั่วไปรู้จักเพียง 2 จุด อีกหนึ่งทางรู้เฉพาะพนักงาน และอีกประตูปิดอยู่ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบเรื่องร้านเปิดถึงตี 2 ทั้งที่ได้รับอนุญาตถึงเที่ยงคืน ส่วนประกันอัคคีภัยวงเงิน 40 ล้านบาท คุ้มครองเพียงอาคารและทรัพย์สิน ไม่ได้ครอบคลุมผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บโดยตรงกลายเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียอย่างหนักค่ะ สำหรับเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิต 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 63 ราย นับเป็นหนึ่งในเหตุเพลิงไหม้ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และสร้างความสูญเสียอย่างหนัก

ล่าสุดในรายการโหนกระแสวันนี้ ซึ่งดำเนินรายการโดย “พี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มาร่วมพูดคุยแบบครบทุกมุมค่ะ ทั้ง “ไอซ์” นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์และต้องสูญเสียทั้งเพื่อนสมาชิกในวง รวมถึงแฟนสาว ขณะที่ “แบงค์” มือคีย์บอร์ดของวง ก็มาร่วมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมี “จักรกฤช คงคำ” หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง และ “พิชิต นาทาโคตร” หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มาร่วมอธิบายเรื่องการช่วยเหลือและสภาพภายในจุดเกิดเหตุ

อีกด้านหนึ่ง ยังมี “บอย” พลเมืองดี และ “แจ็ค แฟนฉัน” ซึ่งเดินทางผ่านจุดเกิดเหตุในช่วงแรก ๆ ก่อนช่วยประสานเจ้าหน้าที่และเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ รวมถึง “ดีเจมะตูม เตชินท์” ซึ่งเคยถูกชวนให้ร่วมลงทุนกับร้านแห่งนี้ในช่วงเริ่มต้น แต่ถอนตัวออกไปก่อนหน้านี้ มาร่วมให้ข้อมูลด้วยค่ะ

โดยทางด้าน “แจ็ค แฟนฉัน” เล่าว่าตอนนั้นผมออกมาจากบ้านพี่มด หลังจากทำงานเสร็จ ขับรถออกมากับพี่ผม ขับมาสักพักเห็นควันใต้สะพาน แถวๆที่กลับรถ ก็คุยกับพี่ที่ขับรถ ควันมาแค่แป๊บเดียว ไฟพุ่งออกมาแรงมาก กลัวระเบิด ในคลิปจะมีเสียงที่ผมบอกให้ถอยรถ เพราะถ้าผมกลับรถ หรืออยู่ฝั่งนู้นรถผมมีโอกาสโดนไฟได้ ตอนแรกมีควันดำๆก่อนมีไฟตามคลิปที่ลง เห็นภาพคนที่วิ่งออกมา มีคนไฟเผาผม ผิวไหม้เกรียม

เหตุการณ์ตรงนั้นยอมรับว่าตกใจ ตั้งสติ โทรหา ท่านรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย พี่เต้ย พลพีร์ ผมคิดว่าถ้าโทรไปเขาน่าจะช่วยได้ไว พี่เต้ยน่ารักมากๆ แจ้งผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เจ้าหน้าที่ต่างๆของภาครัฐมาอยู่ตรงนี้

ส่วนตัวไม่ได้ลงไป พูดตรงๆว่าเหตุการณ์น่าตกใจมาก ถ้าไฟพุ่งแบบนี้ ไม่รู้มีการระเบิดหรือเปล่า ผมไม่รู้เรื่องไฟ ผมให้เขาถอยรถออกมาก่อน แต่สิ่งที่เราช่วยได้ คือถ่ายคลิปและแจ้งคนที่มีความเกี่ยว แจ้งไปยังหน่วยงานทางภาครัฐจริงๆเลย และค่อยๆตามข่าวว่าเหตุการณ์เป็นยังไง”

ขณะที่ “บอย” พลเมืองดีอีกคน เล่าว่า เขาขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุและเห็นผู้บาดเจ็บอยู่ริมถนน จึงจอดรถเข้าไปช่วย ก่อนนำน้ำจากร้านฝั่งตรงข้ามมาให้ผู้ประสบเหตุ และช่วยกันใช้เสื้อคลุมร่างคนที่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นบอยและพลดีบางส่วนยังนำเก้าอี้และถังดับเพลิงไปทุบกระจก เพื่อเปิดช่องช่วยคนที่ยังติดอยู่ภายใน ก่อนปีนเข้าไปใกล้กระจกและช่วยดึงผู้ประสบเหตุออกมาได้อย่างน้อย 2 คน แต่ไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านั้น เพราะข้างในมืดสนิท ควันหนามาก และแทบหายใจไม่ได้

ขณะเดียวกัน “ไอซ์” นักร้องวงทศกัณฐ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในร้านขณะเกิดเหตุ เล่าว่า เขาเล่นดนตรีที่ร้านนี้มาประมาณ 2 ปี สัปดาห์ละ 3 วัน และในคืนเกิดเหตุมีลูกค้าอยู่มากกว่า 100 คน จนบรรยากาศภายในค่อนข้างแน่น จุดแรกที่ไอซ์สังเกตเห็นความผิดปกติ คือจอมอนิเตอร์สำหรับดูคิวเพลงดับลง ตามด้วยไฟส่องหน้านักร้อง ก่อนที่มือคีย์บอร์ดจะชี้ให้ดูว่ามีควันออกมาจากบริเวณแผงไฟเหนือเวที และตะโกนเตือนให้ทุกคนรีบหนี หลังจากนั้นไฟภายในร้านดับลงทั้งหมด ทำให้ทุกอย่างมืดสนิท ขณะที่ควันเข้าปกคลุมร้านอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มแตกตื่นและเบียดกันไปยังประตู ไอซ์พยายามตะโกนเรียกแฟนสาวและสมาชิกในวง แต่ไม่สามารถมองเห็นใครได้

ระหว่างที่ไอซ์คลำหาทางออก เขาไปถึงบริเวณปากประตูพอดีกับจังหวะที่เปลวไฟปะทุออกมา ทำให้ร่างกระเด็นและได้รับบาดเจ็บบริเวณด้านหลัง หลังหนีออกมาได้ เขาพยายามกลับเข้าไปตามหาแฟนและเพื่อน แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะด้านในยังร้อนจัดและเต็มไปด้วยควัน

ต่อมาไอซ์ได้รับแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่กำลังช่วยปั๊มหัวใจแฟนสาวอยู่บริเวณหลังร้าน เขาจึงรีบวิ่งไปช่วยเป่าปากและทำทุกอย่างที่ทำได้ แต่สุดท้ายแฟนสาวเสียชีวิต โดยที่ร่างกายไม่ได้มีบาดแผลจากการถูกไฟไหม้ และดูคล้ายกับคนนอนหลับ ทำให้เชื่อว่าอาจหมดสติจากการสูดควันและขาดอากาศหายใจ

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย “พิชิต นาทาโคตร” หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากถูกพบใกล้บริเวณห้องน้ำและอยู่ในลักษณะทับกันหลายคน โดยส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เกิดจากการสำลักควันและขาดอากาศหายใจ ส่วนผู้ที่มีร่องรอยถูกไฟไหม้รุนแรงมีเพียงไม่กี่ราย

ขณะที่ “จักรกฤช คงคำ” หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง อธิบายว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง เพลิงอยู่ในช่วงรุนแรงแล้ว ภายในร้านมีควันและก๊าซจากการเผาไหม้สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนปะทุออกมาเป็นเปลวไฟทางประตูเมื่อตัวก๊าซได้รับอากาศและความร้อนเพียงพอ เจ้าหน้าที่ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผนังและฝ้าเพดานของร้านมีวัสดุซับเสียงคล้ายฟองน้ำอยู่จำนวนมาก ซึ่งเมื่อโดนความร้อนจะเกิดควันหนา สะสมความร้อน และลุกลามได้รวดเร็ว ทำให้คนภายในมองไม่เห็นทางและหมดสติภายในเวลาไม่นาน

ทางด้าน รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว อธิบายว่า วัสดุอย่างโฟม ฟองน้ำ เบาะ และโซฟา เมื่อถูกเผาไหม้ อาจปล่อยก๊าซพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนไซยาไนด์ ซึ่งสามารถทำให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะไม่ได้ถูกเปลวไฟเผาไหม้ก็ตาม คุณหมอยังมองว่า เหตุลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้น หลังจากนี้ไม่ควรจบเพียงคำว่าอุบัติเหตุ แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดว่า วัสดุตกแต่งภายในได้มาตรฐานหรือไม่ ใครมีหน้าที่ดูแล และมีจุดใดที่ละเลยจนทำให้เกิดความสูญเสียมากขนาดนี้อีกประเด็นสำคัญที่หนุ่ม กรรชัยถามคือ เรื่องทางเข้า–ออกของร้าน เพราะก่อนหน้านี้เพจของร้านเคยตอบผู้ใช้งานในโลกออนไลน์ว่า ร้านมีทางออกทั้งหมด 4 ทาง และจะเปิดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จากการเปิดผังร้านและคำอธิบายของไอซ์ พบว่า ประตูด้านหน้าติดถนนลาดพร้าวมี 2 จุด ซึ่งเป็นประตูที่ลูกค้ารู้จักและใช้เข้า–ออกตามปกติ
ส่วนด้านหลังมีอีก 2 จุด จุดแรกอยู่หลังบาร์ เป็นทางเข้า–ออกของพนักงาน นักร้อง และนักดนตรี สามารถออกไปยังลานจอดรถได้ แต่ลูกค้าทั่วไปแทบไม่รู้ว่าตรงนั้นสามารถใช้เป็นทางออกได้

อีกจุดอยู่ใกล้ห้องน้ำ โดยไอซ์ระบุว่า ประตูนี้ปิดอยู่เป็นประจำ และบริเวณด้านหน้ามีโต๊ะขายของตั้งอยู่ ทำให้เส้นทางแคบลง และยังบอกอีกว่า ในคืนเกิดเหตุมีเพื่อนของตนพังประตูดังกล่าวจึงจะออกมาได้พี่หนุ่ม กรรชัยบอกว่า สรุปว่าร้านมีตำแหน่งประตูทั้งหมด 4 จุดจริง แต่ลูกค้ารู้และใช้เป็นประจำเพียง 2 จุดด้านหน้า ส่วนอีกหนึ่งจุดรู้เฉพาะพนักงาน ขณะที่อีกประตูปิดอยู่
ดังนั้นคำว่า “มีประตู 4 ทาง” จึงไม่ได้หมายความว่า คืนเกิดเหตุลูกค้าสามารถหนีออกได้ครบทั้ง 4 ทาง เพราะหากคนไม่รู้ว่าประตูอยู่ตรงไหน หรือประตูถูกปิดเอาไว้ ก็แทบไม่ต่างจากไม่มีทางออก

หนุ่ม กรรชัยจึงตั้งคำถามว่า หากประตูดังกล่าวเป็นทางหนีไฟจริง ทำไมต้องรอให้พนักงานหรือการ์ดมาเปิดในยามฉุกเฉิน เพราะเมื่อเกิดเหตุจริง พนักงานเองก็ต้องรีบเอาชีวิตรอด และประตูหนีไฟควรเปิดออกได้ทันที ไม่ควรถูกล็อกหรือปิดตายเอาไว้ ส่วนประเด็นเวลาเปิด–ปิดร้าน ไอซ์บอกว่า จากประสบการณ์ที่ไปเล่นดนตรี หากเป็นรอบดึก นักดนตรีมักลงจากเวทีประมาณ 02.00 น. ขณะที่ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า สถานที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตเป็นร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี ไม่ใช่สถานบริการ และเปิดให้บริการได้ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น

เรื่องนี้จึงเป็นอีกจุดที่ต้องตรวจสอบว่า ร้านเปิดให้บริการเกินเวลาตามใบอนุญาตหรือไม่ เพราะหากข้อมูลจากผู้เล่นดนตรีเป็นจริง ก็หมายความว่า การใช้งานจริงอาจไม่ตรงกับประเภทสถานที่ที่ขออนุญาตไว้ขณะที่ “ดีเจมะตูม เตชินท์” เล่าว่า ในช่วงแรกตนมีความสนใจในธุรกิจกลางคืน จึงได้ตอบรับร่วมลงทุนในร้านดังกล่าว แม้ว่าในตอนนั้นจะยังไม่มีการพูดคุยเรื่องสัญญาหรือรายละเอียดการลงเงินอย่างเป็นทางการ โดยตนได้รับหน้าที่ดูแลด้านประชาสัมพันธ์ และอนุญาตให้ทางร้านนำชื่อของตนไปใช้ในการติดต่อหาลูกค้า รวมถึงใช้ขอสปอนเซอร์เครื่องดื่มต่าง ๆ

นอกจากนี้ ดีเจมะตูมระบุว่า ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานหลังบ้านเลย และเคยเดินทางเข้าไปที่ร้านเพียงแค่ “ครั้งเดียว” เท่านั้นในช่วงที่ร้านกำลังก่อสร้าง เพื่อถ่ายภาพประชาสัมพันธ์ ซึ่งในขณะนั้นร้านเพิ่งจัดวางโครงสร้าง มีประตู ทางเข้า-ทางออก แต่ระบบไฟฟ้า ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องเก็บของยังไม่ได้ติดตั้ง หลังจากวันนั้นตนก็ไม่ได้กลับไปที่ร้านอีกเลย

สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจถอนหุ้นและยุติบทบาททั้งหมด ‘ดีเจมะตูม’เผยว่าเนื่องจากตนได้รับงานในต่างประเทศ ประกอบกับมีความรู้สึกว่าไม่ต้องการทำธุรกิจกลางคืนอีกต่อไป จึงได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดออกไปเป็นเวลานานหลายปีแล้ว โดยหลังจากนั้นเจ้าของร้านได้จัดหาผู้ร่วมลงทุนรายใหม่เข้ามาแทนในสัดส่วนหุ้นเดิมของตน ทำให้ตนไม่ทราบรายละเอียดว่าปัจจุบันร้านมีหุ้นส่วนทั้งหมดกี่คน และไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ทางรายการยังได้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์กับ “อดิศร พินพัฒน์วรพงศ์” รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อสอบถามเรื่องประกันภัยและสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยนายอดิศรเปิดเผยว่า หลังตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยอยู่ 1 ฉบับ วงเงินประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งคุ้มครองเฉพาะตัวอาคารและทรัพย์สินภายในร้านเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ หรือบุคคลภายนอก ขณะที่กรมธรรม์ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ยังตรวจสอบไม่พบในขณะนี้

เงินประกันก้อนนี้ไม่ได้หมายความว่าจะถูกนำมาแบ่งจ่ายให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นเงินที่ใช้ชดเชยความเสียหายของตัวร้านและทรัพย์สินตามมูลค่าที่ประเมินได้จริง หากประเมินความเสียหายไม่ถึงวงเงิน 40 ล้านบาท บริษัทประกันก็จะจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่ได้จ่ายเต็มวงเงินทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม นายอดิศรยังอธิบายอีกว่า หากสุดท้ายมีการตกลงกัน และผู้มีอำนาจแทนผู้เอาประกันยินยอมโอนสิทธิ์หรือจัดสรรเงินส่วนนี้ไปช่วยผู้เสียหาย ก็สามารถทำได้ตามขั้นตอน แต่โดยหลักแล้ว เจ้าของสถานประกอบการยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ดี
ส่วนกรณีที่บริษัทประกันไม่จ่ายเงิน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลม ผู้เสียหายสามารถร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยได้ เพื่อให้เข้าไปตรวจสอบและช่วยดำเนินการต่อ

เรียกได้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ยังมีอีกหลายคำถามที่ต้องได้รับคำตอบอย่างชัดเจนค่ะ

 

#ไฟไหม้โรงเบียร์ #โรงเบียร์ณลาดพร้าว #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #แจ็คแฟนฉัน #ดีเจมะตูม #ไอซ์วงทศกัณฐ์ #รศนพวีระศักดิ์ #จักรกฤชคงคำ #พิชิตนาทาโคตร #ทางหนีไฟ #ประตูหนีไฟ #ไฟไหม้ลาดพร้าว #ข่าวสังคม #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.