Saturday, 12 September 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

อดีตแฟน ‘ไอ้ป๋อง’ แฉพฤติกรรมสุดโหด ตำรวจเร่งขยายผล ส่ออำพราง7ร่าง?

เรื่องราวของ “ป๋อง” ยังถูกขุดต่อ หลังเพจดังเผยคำบอกเล่าจากหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเคยตกเป็นผู้เสียหายตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ถูกหลอกพาไปกักตัว ควบคุมการใช้ชีวิต และข่มขู่นานเกือบหนึ่งปี แม้จะหนีออกมาได้ แต่บาดแผลทางใจก็ยังติดตามมานานหลายปี ขณะที่เพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดออกมายืนยันว่า เคยเห็นความผิดปกติและรับรู้เรื่องราวดังกล่าวมาตลอด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้ยังเป็นคำกล่าวอ้างจากผู้ให้ข้อมูล และต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการค่ะ

จากกรณีการหายตัวไปของ “น.ส.ไดอานา นาซีโมวา” อายุ 22 ปี และ “นายโรมัน นาซีโมวา” อายุ 17 ปี สองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนที่ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวไอ้ป๋อง และ ไอ้ธง พร้อมขยายผลไปถึงอีกคดีของครอบครัวพ่อ แม่ ลูก ซึ่งตามคำรับสารภาพ ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 5 ราย และถูกนำร่างไปอำพรางไว้ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นห่างกันไม่ถึง 1 เดือน ทำให้คดีนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สังคมจับตาอย่างหนัก และสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมถึงประชาชนที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมากค่ะ

ล่าสุด เพจ “วิทยุชุมชน แกไม่รอดแน่ the series” ก็ได้ออกมาเผยเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเคยตกเป็นผู้เสียหายจาก ไอ้ป๋อง ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี โดยทางเพจระบุว่า หญิงสาวรายนี้ นามสมมติว่า “ฟา” เล่าว่า ในเวลานั้นเธอยังเป็นเด็กทอม และถูก “ไอ้ป๋อง” ออกอุบายชวนไปดูรถแข่งที่อู่พร้อมกับเพื่อน ก่อนจะกล่าวอ้างว่ามีสิ่งของบางอย่างสูญหาย และหลอกให้เพื่อนของเธอกลับไปก่อน หลังจากนั้น เธออ้างว่า ถูกยึดโทรศัพท์ ใส่กุญแจมือ เอาถุงดำคลุมหัว และพาขับรถวนไปวนมาเพื่อไม่ให้จำเส้นทางได้ ก่อนถูกนำไปกักตัวไว้ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง

โดยฟายังอ้างว่า ระหว่างถูกควบคุมตัว เธอถูกหลอกให้รับประทานยาเม็ดสีฟ้า โดยบอกว่าเป็นยาแก้อาการแพ้ แต่หลังรับประทานกลับรู้สึกอ่อนแรงและมึนงง ก่อนถูกไอ้ป๋องข่มขืน แม้จะพยายามต่อสู้และขัดขืนอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม เธอเล่าต่อว่า หลังจากนั้นต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การควบคุมของไอ้ป๋องเป็นเวลานานเกือบหนึ่งปี โดยไม่สามารถติดต่อใครหรือใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ บางวันไอ้ป๋องก็ทำเหมือนดูแลเป็นอย่างดี แต่บางวันกลับมีอารมณ์รุนแรง และหากเธอมีสีหน้าไม่พอใจ ก็อาจถูกกระทำรุนแรงหรือข่มขู่ทันที

แม้ฟาจะเคยหนีออกมาได้ครั้งหนึ่ง แต่เธออ้างว่า “ไอ้ป๋อง” ยังคงตามรังควาน ส่งคนไปเฝ้าที่บ้าน และส่งภาพอาวุธมาข่มขู่ครอบครัว รวมถึงขู่ว่าจะเผยแพร่คลิปส่วนตัว ทำให้เธอหวาดกลัวและยอมกลับไปอยู่กับไอ้ป๋องอีกครั้ง และเธอยังบอกอีกว่าไอ้ป๋อง มีคนรู้จักเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเมื่อเธอพยายามไปแจ้งความ กลับไม่ได้รับการรับเรื่อง โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเหตุเกิดคนละพื้นที่ พร้อมมีท่าทีที่ทำให้เธอรู้สึกว่า ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้

กระทั่งวันหนึ่ง ไอ้ป๋อง ถูกตำรวจอีกพื้นที่ติดตามจับกุม มันก็พาเธอหลบหนีจากชลบุรี ผ่านระยอง ไปจนถึงจังหวัดตราด ก่อนถูกจับได้ภายในที่พักแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับติดตัวอยู่ ส่วนหญิงสาวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารต้องห้าม จึงรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีค่ะ แต่ถึง ไอ้ป๋อง จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ ความหวาดกลัวของหญิงสาวก็ยังไม่จบค่ะ เธออ้างว่า ช่วงแรกถูกบังคับให้เดินทางไปเยี่ยมอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึ่งเธอไม่มีเงินไปเยี่ยมในวันเกิดของไอ้ป๋อง และถูกโทรศัพท์มาต่อว่าอย่างรุนแรง เหตุการณ์นั้นกลายเป็นจุดแตกหัก ฟาจึงตัดสินใจตอบกลับไปว่า ขอชีวิตของตัวเองคืน และขอออกไปใช้ชีวิตตามปกติ ก่อนหักซิมโทรศัพท์และตัดการติดต่อทั้งหมดตั้งแต่นั้นมา

อย่างไรก็ตาม ฟาอ้างว่า ตลอดช่วง 7–8 ปีที่ผ่านมา ยังคงมีข้อความข่มขู่ถูกส่งผ่านคนรู้จักมาเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนที่ไอ้ป๋อง จะพ้นโทษออกจากเรือนจำ ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตด้วยความระแวงอยู่ตลอดเวลา และเหตุผลที่หญิงสาวตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องในวันนี้ แม้หลักฐานหลายอย่างแทบไม่เหลือแล้ว เพราะปัจจุบันเธอมีลูก และไม่ต้องการปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป โดยอยากให้สังคมเห็นว่า ผู้ชายคนนี้เคยสร้างความหวาดกลัวให้กับคนอื่นมาก่อน และยังอาจมีผู้เสียหายรายอื่นที่ไม่เคยได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกับเธอค่ะ

หลังเรื่องราวของฟาถูกเผยแพร่ออกไป เพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดก็ได้ออกมายืนยันว่า เคยรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นจริง โดย “บี” นามสมมติ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท เล่าว่า รู้จักกับ “ฟา” มาตั้งแต่วัยเด็ก และฟาเสียแม่ตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี ก่อนต้องออกไปทำงานและย้ายมาอยู่กับป้า ต่อมาฟาหายตัวไปอย่างกะทันหัน ครอบครัวเคยคิดจะเข้าแจ้งความ แต่เมื่อส่งข้อความไปยังบัญชีของฟา กลับยังมีคนเปิดอ่านและตอบกลับอยู่เสมอ ทุกคนจึงคิดว่าเธอยังปลอดภัย กระทั่งมาทราบภายหลังว่า คนที่สวมรอยตอบข้อความมาตลอดคือไอ้ป๋อง

โดยบีเล่าว่า กว่าฟาจะหนีออกมาได้ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวและถูกควบคุมทุกอย่าง เมื่อหนีออกมาได้ในครั้งแรก เธอยังไม่กล้าเล่าเรื่องให้ใครฟัง เพราะทั้งอายและหวาดกลัว โดยมีเพียงเพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้เรื่องนี้ และในช่วงเวลาที่ฟากลับไปหาครอบครัว ไอ้ป๋องก็ยังคงตามประกบและกำหนดเวลาให้กลับอย่างเคร่งครัด รวมถึงข่มขู่ป้าของเธอว่า หากเข้ามายุ่งจะทำให้หลานได้รับอันตราย สุดท้ายฟาจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างและหนีออกมาอีกครั้ง เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้

แต่ถึงแม้จะหลุดพ้นออกมาแล้ว บาดแผลทางใจก็ยังติดตามเธออยู่อีกนานหลายปี โดยบีเล่าว่า ในช่วง 3 ปีแรก ฟาแทบไม่สามารถนอนหลับได้ตามปกติ มักสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย และหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะกลับมาทำร้ายเธอหรือครอบครัว เธอยังเคยโทษตัวเองซ้ำ ๆ ว่า เหตุใดวันนั้นจึงไม่สามารถต่อสู้ได้มากกว่านี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอเป็นเพียงเด็กอายุ 14 ปี ที่ต้องเผชิญเหตุการณ์หนักหนาเกินกว่าคนในวัยเดียวกันจะรับมือได้ค่ะ

และเมื่อเวลาผ่านไป 7–8 ปี หญิงสาวเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและบาดแผลในใจก็ค่อย ๆ ดีขึ้น แต่เมื่อทราบข่าวว่า ไอ้ป๋องพ้นโทษออกมา และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย ความทรงจำและความหวาดกลัวในอดีตก็กลับมาอีกครั้ง บียังบอกอีกว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฟากินไม่ได้ นอนไม่หลับ และหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา เพราะคำขู่ที่เคยได้ยินในอดีตกลับมาดังซ้ำในความคิด การตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอต้องการให้สังคมรับรู้ถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น และหวังให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ต่อมาทางเพจก็ได้โพสต์แจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า หลังจากเผยแพร่เรื่องราวของฟา(นามสมมุติ) หญิงสาวที่อ้างว่าเคยตกเป็นผู้เสียหายของ “ไอ้ป๋อง” ออกไป ล่าสุดเริ่มมีหลายฝ่ายติดต่อเข้าไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ และติดตามข้อเท็จจริงของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแล้วค่ะ โดยทางเพจระบุว่า “หลังจากที่ผมลงเรื่องน้องผู้หญิงที่เคยเป็นเหยื่อไอ้ป๋องไปเบื้องต้น ตอนนี้มี สส.พรรคประชาชน ทีมข่าวสืบสวน SEE TRUE ไทยรัฐทีวี และ ทีมข่าวช่อง 8
ได้ติดต่อน้องไปเพื่อช่วยเหลือและติดตามเรื่องนี้แล้วนะครับ ขอบคุณแทนน้อง ด้วยครับ”

นอกจากนี้ยังมีชายชื่อ “บอย” ที่ออกมาเปิดเผยอีกเหตุการณ์หนึ่งค่ะ โดยบอยเล่าว่า เมื่อหลายปีก่อน แม่ของเขาเคยคบหากับ “ไอ้ป๋อง” ซึ่งในเวลานั้นอีกฝ่ายอ้างตัวว่าเป็นอดีตตำรวจ และสามารถจัดหาสารต้องห้ามให้ได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มมีปัญหาและเกิดความขัดแย้งกันในเวลาต่อมา กระทั่งวันเกิดเหตุ “ไอ้ป๋อง” ได้พาแม่ของบอยออกจากบ้านไปยังพื้นที่เขาชีจรรย์ ระหว่างทางยังพูดในลักษณะว่า บริเวณดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นจุดอำพรางร่างผู้เสียหายรายอื่นมาก่อน ก่อนที่แม่ของบอยจะถูกกระทำอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งบริเวณศีรษะ แขน และลำคอ

ขณะที่ผู้ร่วมเหตุอีกคนหนึ่งพยายามพูดให้เปลี่ยนจุด เนื่องจากเกรงว่าจะมีชาวบ้านผ่านมาเห็น ระหว่างที่กำลังพาเธอออกจากพื้นที่ รถจักรยานยนต์เกิดเสียหลักล้มลง แม่ของบอยจึงฉวยโอกาสแย่งรถและขี่หลบหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด โดยในตอนนั้น เธออยู่ในสภาพบาดเจ็บหนัก ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากพลเมืองดีและถูกนำส่งโรงพยาบาล จนสามารถรอดชีวิตมาได้ค่ะ

บอยยังเล่าอีกว่า ช่วงที่แม่หายตัวไป เขาเคยเดินทางไปตามหาที่บ้านของ “ไอ้ป๋อง” แต่กลับถูกใช้อาวุธข่มขู่ จนต้องถอยออกมา และจากเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้เขาเชื่อว่า บุคคลที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ คือคนเดียวกับที่เคยสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวของเขา โดยบอยยังมองว่า “ไอ้ป๋อง” มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง และอาจยังมีผู้เสียหายรายอื่นที่ไม่เคยออกมาเปิดเผยเรื่องราว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบคดีเก่า พยานบุคคล และหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งค่ะ

ขณะเดียวกันค่ะ ปมคดีอำพรางของครอบครัวพ่อ แม่ ลูก ก็มีการขยายผลเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย ได้แก่ “ไอ้ฟลุ้ค” และ “ไอ้บอล” ทำให้ขณะนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวในคดีนี้รวม 4 ราย คือ “ไอ้ป๋อง ไอ้ธง ไอ้ฟลุ้ค และ ไอ้บอล จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่บอกว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้แอบอ้างตัวเป็นตำรวจ เข้าไปตรวจค้นภายในบ้านของครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ก่อนควบคุมตัวพ่อ แม่ และลูกสาววัย 18 ปี ออกจากบ้าน แล้วพาไปยังพื้นที่ป่ามะพร้าว ก่อนจะก่อเหตุกระทำรุนแรงและอำพรางร่างค่ะ

โดยไอ้ป๋องรับสารภาพว่า ได้ลงมือข่มขืนลูกสาววัย 18 ปี ก่อนจะลงมือก่อเหตุกับผู้เป็นแม่ ขณะที่ไอ้บอลเป็นผู้ก่อเหตุกับผู้เป็นพ่อ และไอ้ฟลุ้คเป็นผู้ก่อเหตุกับลูกสาว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน และต้องรอการตรวจสอบให้ตรงกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คำให้การของผู้ต้องหาแต่ละคน รวมถึงพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้งค่ะ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และอยู่ระหว่างเตรียมแจ้งข้อหาหนักเพิ่มเติม ทั้งข้อหาร่วมกันทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยเจตนา อำพรางร่าง และข้อหาที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติอาวุธ ขณะที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดให้ข้อมูลว่า หากพบว่าผู้ต้องหามีประวัติกระทำผิดซ้ำ พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมประวัติดังกล่าวส่งให้อัยการ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเสนอศาลให้เพิ่มโทษตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปค่ะ

โดยทางด้าน นายกอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีก็ ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดพบร่างนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 ราย และจุดพบร่างครอบครัวชาวไทย 3 ราย ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อติดตามความคืบหน้าของทั้งสองคดีอย่างใกล้ชิด

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ญาติของผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียทั้ง 2 ราย ได้นำช่อดอกไม้มอบให้นายกอนุทิน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและเร่งคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็วค่ะ หลังจากนั้น นายกอนุทินและคณะได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปจากชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน ทั้งลำดับเหตุการณ์ พยานหลักฐาน และความคืบหน้าของคดีสองพี่น้องชาวรัสเซีย รวมถึงคดีครอบครัวพ่อ แม่ ลูก โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมภายใน และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

ส่วนด้านความคืบหน้าทางคดี ภายหลังศาลจังหวัดพัทยาอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 รายแล้ว พนักงานสอบสวนได้เบิกตัวไอ้ฟลุ้ค มาสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีประเด็นสำคัญหลายจุดที่ต้องขยายผล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดต่อสื่อมวลชน เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อรูปคดีค่ะ ส่วนกระแสข่าวที่ว่า ไอ้ป๋อง อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการก่อเหตุมากกว่า 5 รายหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปหรือคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติ เส้นทางการเดินทาง ข้อมูลโทรศัพท์ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดต่อไปค่ะ

#ป๋องธง #เหยื่อเก่า #อดีตแฟนแฉ #คดี5ชีวิต #ส่ออำพราง7ร่าง #พี่น้องรัสเซีย #ไดอานานาซีโมวา #โรมันนาซีโมวา #คดีพ่อแม่ลูก #ชลบุรี #ห้วยใหญ่ #บางละมุง #บาดแผลทางใจ #เยียวยาผู้เสียหาย #ตำรวจเร่งตรวจสอบ #ข่าวสังคม #ข่าวอาชญากรรม #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.