ดราม่าเต็นท์รถ “ลุงเจ้ย ภูเก็ต” ยังร้อนต่อเนื่อง หลังผู้เสียหายหลายรายออกมาเล่าว่า ประมูลรถผ่านเพจดัง โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเรียบร้อย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รถ ไม่ได้เล่ม หรือบางรายยังโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ล่าสุดรายการโหนกระแสเปิดโต๊ะพูดคุยกับผู้เสียหาย 3 ราย ทั้งคุณกิ๊ก คุณพอน และคุณออฟ ซึ่งแต่ละคนเสียเงินหลักแสน แต่ยังไร้คำตอบชัดเจน ขณะที่อดีตผู้จัดการเต็นท์รถเผยโครงสร้างเบื้องหลัง มีทั้งนายทุน เล่มทะเบียน ชุดโอนลอย และบัญชีบริษัทที่ต้องตรวจสอบต่อ ด้านหนุ่ม กรรชัย และทนายตุ๋ยชี้ตรงกันว่า เรื่องนี้ต้องไล่เส้นเงินให้ชัด ว่าเงินลูกค้าไปอยู่ที่ใคร ใครถือเล่ม ใครถือรถ และใครต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยบางรายอ้างตัวว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน พร้อมเล่าประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า แกน่าจะเอาเล่มทะเบียนนรถไปค้ำประกันเงินกู้ไว้กับนายทุนครับ แกตายนายทุนก็มายึดรถไปหมด กรรมเลยตกที่ลูกค้าที่จ่ายเงินจองไว้ อีกคอมเมนต์บอกว่า คิดว่ามีนายทุนมาเอารถ เอาเล่มไปหมดละจาขับผ่านทุกวันเลย ซึ่งทางด้านเพจซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็เข้ามาตอบกลับบอกว่า เค้าบอกโชว์รูมตอนนี้ร้างแล้ว แต่นายทุนก็ไม่ผิดนะ ถ้าลุงไปเอาเงินเค้ามาจริง แม้ลุงจะเสียไปแล้ว แต่หนี้สินไม่ได้จบตามไปด้วย ขณะที่บางรายระบุว่า ผม 1ในนั้นคับ รอดำเนิการกับคุณหญิงนุ้ย กรรมการบริษัทอยู่คับ มูลค่า 3แสนบาทถ้วน โอนเงินค่ารถไม่ได้รถ ด้านเพจซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็เข้ามาตอบกลับบอกว่า ลองเปลี่ยนจากดำเนินการ เป็นดำเนินคดีดู เผื่อจะมีอะไรคืบหน้าบ้าง ,นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นอีกว่า จริงค่ะ จ่ายไปเป็นล้าน เหมือนได้รถเถื่อนค่ะ ตอนนี้ กรรมการ ไม่อ่านไลน์ แอดมิน หนีหมดค่ะ เห็นว่ารอปิดบริษัท , เคยเตือนไปล่ะ ราว 20 ปีก่อนคนๆนี้ก้อมีเคสแบบนี้ที่หาดใหญ่ คาดว่าน่าจะติดคุกหลายปี ออกมาแล้วไปหากินที่กระบี่ ภูเก็ต สมัยก่อนขายรถนำเข้า ขายรถแต่โอนไม่ได้ , จองรถไป150,000 ไม่ได้รถ เหมือนกันค่ะ
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ยิ่งน่าจับตา คือหลายรายระบุว่า ได้โอนเงินไปก่อนที่ลุงเจ้ยจะเสียชีวิต ทำให้หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทุกอย่างเหมือนหยุดอยู่กลางทาง คนที่รอรถก็ยังต้องรอ ส่วนคนที่อยากได้เงินคืนก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปติดตามจากใคร งานนี้ทำให้คำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ตอนนี้ คือ เงินที่จ่ายไปแล้วกับรถที่ยังไม่ได้รับ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ และจะมีแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างไรต่อไป


หนึ่งในผู้เสียหายคือ “คุณกิ๊ก” ที่ประมูลรถไฟฟ้า ORA Good Cat สีฟ้า ปี 2021 ได้ในราคา 340,000 บาท หลังชนะประมูลวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ก็โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเป็น 2 รอบ รวม 340,000 บาท โดยทางเต็นท์แจ้งว่าจะส่งรถให้ภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่พอครบกำหนด วันที่ 13 พฤษภาคม รถกลับยังไม่มา เมื่อคุณกิ๊กตามเรื่องก็ถูกบอกว่ายังไม่มีรถสไลด์มาส่ง แม้เจ้าตัวจะเสนอออกค่าใช้จ่ายรถสไลด์เอง ก็ยังไม่ได้รับรถ จนวันที่ 15 พฤษภาคม มีคนโทรมาแจ้งว่า ลุงเจ้ยเสียชีวิตแล้ว และยังนำรถออกมาไม่ได้ เพราะลุงเจ้ยเป็นคนตัดสินใจได้คนเดียว สุดท้ายคุณกิ๊กไปแจ้งความ และมีการออกหมายเรียกกรรมการบริษัทแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทั้งรถและเล่ม
“คุณกุ๊ก” อดีตผู้จัดการเต็นท์รถลุงเจ้ย ซึ่งทำงานกับลุงเจ้ยมาประมาณ 5-6 ปี เล่าว่า เดิมลุงเจ้ยไม่ได้เริ่มจากการเปิดเต็นท์รถ แต่เริ่มจากการซื้อรถมาขายต่อ คล้ายพ่อค้าคนกลาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยายมาเป็นเต็นท์รถที่กระบี่และภูเก็ต และเริ่มทำคอนเทนต์ขายรถจนมีชื่อเสียง
คุณกุ๊กยังอธิบายว่า การประมูลรถแบบออนไลน์เพิ่งเริ่มขึ้นช่วงประมาณ 3-4 เดือนก่อนลุงเจ้ยเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่เป็นการถ่ายคลิปขายรถตามปกติ
ส่วนโครงสร้างที่ทำให้เรื่องซับซ้อน คือมี “นายทุน” เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยนายทุนจะออกเงินซื้อรถ แล้วเก็บเล่มทะเบียนกับชุดโอนลอยไว้ ส่วนตัวรถจะนำไปจอดอยู่ที่เต็นท์ เพื่อให้ลุงเจ้ยขายหรือทำคอนเทนต์ ตามระบบปกติ ถ้าขายรถได้ ต้องนำเงินไปเคลียร์กับนายทุน เพื่อเอาเล่มและชุดโอนมาให้ลูกค้า แต่ถ้าเงินถูกนำไปหมุนก่อน หรือยังไม่เคลียร์กับนายทุน ลูกค้าก็จะกลายเป็นคนที่จ่ายเงินแล้ว แต่ไม่ได้เล่ม หรือบางรายไม่ได้ทั้งรถและเล่ม
ตรงนี้ทั้ง “หนุ่ม กรรชัย” และ “ทนายตุ๋ย” ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าธุรกิจใช้ชื่อและหน้าของลุงเจ้ยสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ตัวบริษัทไม่ได้อยู่ในชื่อลุงเจ้ย และมีบุคคลอื่นเป็นกรรมการบริษัท ก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบให้ชัดว่า ใครเป็นผู้บริหารจัดการจริง ใครรับเงิน และใครต้องรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงแชตบางส่วนระหว่างคุณกุ๊กกับภรรยาของลุงเจ้ย ที่มีข้อความในทำนองว่า “อย่าพูดอะไรมาก ถ้าพูดมาพังหมด” ทำให้หนุ่มตั้งข้อสังเกตว่า คำว่า “พังหมด” อาจสะท้อนว่าคนในระบบรู้อะไรบางอย่าง จึงมองว่าตำรวจควรเรียกภรรยาของลุงเจ้ย คุณปรารถนา อดีตทีมงาน นายทุน และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ
ผู้เสียหายรายที่สองคือ “คุณพอน” ที่ประมูลรถ Honda Civic Coupe ปี 2543 ได้ในราคา 138,000 บาท โดยเจ้าตัวเล่าว่า พ่อเห็นโพสต์ประมูลในเพจลุงเจ้ย ก่อนปิดประมูลประมาณ 5 นาที ราคาตอนนั้นอยู่ที่ 137,000 บาท คุณพอนจึงใส่ราคา 138,000 บาทและชนะประมูล
หลังจากนั้นแอดมินขอไลน์ ส่งรูปและเอกสารรถมาให้ พร้อมแจ้งให้โอนเงิน คุณพอนขอมัดจำก่อน 10,000 บาท และโอนส่วนที่เหลือในวันถัดไป แต่เจ้าตัวยอมรับว่าโอนเกินไป จากยอด 138,000 บาท กลายเป็นโอนไป 147,000 บาท
ซึ่งคุณพอนจ่ายเงินให้เต็นท์แล้ว แต่รถกับเล่มกลับไปอยู่กับนายทุนอีกคนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็ติดต่อเซลล์หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ยากขึ้น สุดท้ายมีการบอกให้ไปตามกับ “คุณปรารถนา” ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท
ผู้เสียหายรายที่สามคือ “คุณออฟ” ที่ประมูล Mini Cooper ไฟฟ้าได้ในราคา 570,000 บาท เพราะเห็นว่าเพจลุงเจ้ยเป็นเพจดัง มีผู้ติดตามเยอะและดูน่าเชื่อถือ โดยคุณออฟชนะประมูลวันที่ 6 พฤษภาคม และโอนเงินวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พร้อมจ่ายค่ารถเทรลเลอร์อีก 4,500 บาท เพื่อให้ส่งรถจากภาคใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ แต่พอถึงวันที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่ควรส่งรถ ทางฝั่งเต็นท์กลับเริ่มบ่ายเบี่ยง บอกว่ายังไม่มีรถเทรลเลอร์จากใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ จากนั้นก็เลื่อนเรื่อย ๆ จนลุงเจ้ยล้มป่วยและเสียชีวิต สุดท้ายคุณออฟก็ยังไม่ได้รถ และได้ไปแจ้งความเป็นคดีออนไลน์แล้ว
ขณะที่ “หนุ่ม กรรชัย” ก็ย้ำว่า ตอนนี้ต้องตามหา “เส้นเงิน” เพราะเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าบริษัท แล้วมีข้อมูลว่าอาจถูกโอนต่อไปยังบัญชีคุณปรารถนา และจากบัญชีนั้นอาจมีการโอนออกไปอีก จึงต้องตรวจสอบให้ได้ว่าเงินไปจบที่ใคร พร้อมแนะนำว่า ผู้เสียหายควรรวมตัวกันและไปร้องกับกองปราบ หรือแจ้งความอย่างเป็นระบบ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ผู้เสียหายรายเดียว แต่มีหลายคนที่เจอรูปแบบคล้ายกัน และความเสียหายอาจแตะหลักหลายสิบล้านไปจนถึงหลักร้อยล้าน
พร้อมฝากเตือนว่า การซื้อหรือประมูลรถผ่านออนไลน์ต้องระวังมาก ควรเห็นรถจริง เห็นเล่มจริง ตรวจสอบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ให้ชัด และไม่ควรโอนเงินเต็มจำนวนทันทีเพียงเพราะเชื่อในชื่อเสียงของเพจหรือคนขาย เพราะเคสนี้สะท้อนชัดว่า ความน่าเชื่อถือบนออนไลน์ อาจไม่พอ หากเอกสารและกรรมสิทธิ์รถไม่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังมีหลายจุดที่ต้องรอการตรวจสอบ ทั้งเส้นทางการเงิน บัญชีบริษัท รายชื่อกรรมการ ผู้ถือเล่มทะเบียน นายทุน รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินและการขายรถทั้งหมด หลังจากนี้ต้องจับตาว่า ผู้เสียหายจะรวมตัวไปร้องกองปราบตามที่หนุ่ม กรรชัยแนะนำหรือไม่ และตำรวจจะเรียกใครมาสอบปากคำเพิ่มเติมบ้าง เพราะสำหรับผู้เสียหายหลายคน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ซื้อรถแล้วไม่ได้รถ” แต่มันคือเงินหลักแสนหลักล้านที่จ่ายไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้รถ ได้เล่ม หรือได้เงินคืนเมื่อไหร่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตามค่ะ
#ลุงเจ้ยภูเก็ต #เต็นท์รถลุงเจ้ย #TheCarGallery #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายตุ๋ย #ซ้อเปาเรื่องนี้ต้องใส่ใจ #ประมูลรถ #ประมูลรถออนไลน์ #ประมูลรถได้ลม #รถมือสอง #ซื้อรถไม่ได้รถ #ไม่ได้เล่มทะเบียน #โอนเงินซื้อรถ #ผู้เสียหาย #คุณกิ๊ก #คุณพอน #คุณออฟ #คุณกุ๊ก #นายทุนรถมือสอง #เล่มทะเบียน #ชุดโอนลอย #เส้นทางการเงิน #กองปราบ #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า






